
ฝนตกไม่ทั่วฟ้าในโลกของตำรวจ
รู้จริง รองผู้บังคับการเดินเข้ามาพูดคุยกับดิฉันพร้อมกับยกนิ้วแสดงสัญลักษณ์ชื่นชมภายหลังจากฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานร่วมกับตำรวจและองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มเยาวชนทั้งในเรื่องซิ่งรถ การก่ออาชญา
นายตำรวจใหญ่เดินเข้ามาร่วมพูดคุยหลังจากจบการบรรยายเรื่องเล่าเกี่ยวกับสภาพการทำงาน ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ความอึดอัด ความคับข้องใจถูกถ่ายทอดในลักษณะการระบายความอึดอัดคับข้องใจ อาจเนื่องมาจากการพิจารณาเห็นว่าดิฉันคือคนนอก (องค์กร) ที่บังอาจก้าวเข้ามาทำงานวิจัยวิถีการทำงานในโลกของตำรวจด้วยวิธีการคลุกคลีจนเข้าใจวิถีและบริบททางสังคมวัฒนธรรมและความเป็นตำรวจไทย
“เข้าใจ ตรง และกล้าพูด” ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่นายตำรวจใหญ่ตัดสินใจเดินเข้ามาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนและตามมาด้วยฝากความหวัง (แม้จะมีโอกาสสมหวังน้อย) ทุกๆ เสียงต่างเห็นพ้องต้องกันว่าคนนอกเท่านั้นที่จะสามารถพูดให้นายในองค์กรเข้าใจและยอมรับหรือยอมเปลี่ยนแปลง?
อุปสรรคที่สำคัญและเป็นที่มาของปัญหาทั้งมวลในวงการตำรวจคือ“ระบบการแต่งตั้งโยกย้าย” นับครั้งไม่ถ้วนที่ดิฉันได้รับรู้ประเด็นปัญหานี้ จนทำให้ความรู้สึกที่คนนอกองค์กรและคนในองค์กรไม่แตกต่างกันคือ “เบื่อ คิดไป ทำไป ย้ายอีกแล้ว คนใหม่มาก็ไม่ทำงาน”
ความไม่เป็นธรรมของการแต่งตั้งโยกย้ายในโลกของตำรวจมิได้ก่อให้เกิดปัญหาเพียงแค่การได้คนที่ไม่เหมาะสมมาทำงานเท่านั้น หากแต่ส่งผลต่อการปกครองบังคับบัญชาด้วย
“ไม่กลัวหรอก ผู้การ รองผู้การทำอะไรได้ที่ไหน ไม่ได้มีสิทธิมีเสียงในการให้พระคุณพระเดชนี่”
ผู้พูดอธิบายว่าผู้บังคับการไม่สามารถใช้พระเดชและพระคุณในการปกครองแม้กระทั่งระดับสารวัตรปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวัฒนธรรมอุปถัมภ์ที่ให้อำนาจแก่คนนอกวงการตำรวจที่เชื่อมความสัมพันธ์กับผู้นำระดับสูงจนส่งผลให้ผู้บริหารระดับต้นและระดับกลางขาดอำนาจในการบริหารจัดการและส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้วย
“พูดไปเขาก็ไม่ฟัง” ในที่สุดนายตำรวจใหญ่กล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงคล้ายชวนผู้ฟังทำใจ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแสดงความเหนื่อยหน่าย “องค์กรนี้มันเหมือนต้องคำสาป”
หากวิเคราะห์ด้วยหลักวิชาการนั้น การให้เหตุผลของการกระทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยเหตุผลว่าเป็นการกระทำของสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ จับต้องไม่ได้นั้นสะท้อนให้เห็นว่าผู้พูดอยู่ในภาวะของการจนปัญญา ไม่สามารถหาคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผลได้ ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงเป็นไปในลักษณะของการเฝ้ารอคอยให้โชคชะตา ฟ้าลิขิตให้ชีวิตดีขึ้น
“ฟ้าหลังฝนอาจสดใสนะ” ผู้พูดพยายามจูงใจตัวเองไม่ให้ท้อแท้หวั่นไหวกับความไม่เป็นธรรมของระบบ ดิฉันนิ่งฟังและยิ้มอย่างให้กำลังใจผู้พูดหัวเราะเบาๆ พร้อมกับพูดว่า “หวังว่าฝนคงตกไม่นาน เทพเทวดาที่ไม่สนใจมนุษย์เดินดินที่มุ่งมั่นในการทำงาน ทำความดีคงจะแสดงอิทธิฤทธิ์ได้ไม่นาน”
ขอเพียงอย่าให้กระบวนการเรียนรู้ที่กล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องทำงานเพื่อประชาชนก็สามารถก้าวหน้าและมั่นคงในการทำงานในโลกของตำรวจได้นั้น” กลายเป็นสิ่งที่หยั่งรากฝังลึกกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ยากเกินเยียวยา เพราะนั่นหมายความว่า คงจะไม่มีคนดีๆ อยากมาเป็นตำรวจ องค์กรตำรวจที่มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขจะกลับกลายเป็นองค์กรที่เต็มไปด้วยผู้ที่มุ่งหวังที่จะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการตอบสนองการกระทำที่เอื้อผลประโยชน์ของพรรคพวกตนเป็นสำคัญโดยไม่หวั่นว่า การกระทำเช่นนั้นจะเป็นสิ่งที่ละเมิดกฎหมายหรือไม่



