
ธรรมะข้างกองเพลิง
ความรุ่มร้อนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเวลานี้ หากใคร่ครวญถึงสาเหตุที่มาที่ไปแล้วย่อมมาจากความพร่องในศีลและขาดในธรรมของคน ซึ่งก็ไม่ใช่คนที่ไหนหรอกครับ แต่เป็นคนที่อ้างตัวเองว่าเป็นพุทธศาสนิกชน คนที่กล่าวอ้างธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่ปาวๆ
และคนที่หันหน้าเดินเข้าหาวัด แต่มิใช่เพื่อฟังเทศน์ฟังธรรมให้จิตสงบหรือมีดวงตาเห็นธรรม หากเพียงเพื่อกราบไหว้พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมสิริมงคลบ้าง ให้พระภิกษุสงฆ์ประกอบพิธีกรรมเพื่อเสริมดวงสะเดาะเคราะห์ปัดรังควานแก้เสนียดจัญไร หรือแม้แต่แช่งชักหักกระดูกคนอื่นบ้าง ทั้งที่ปัญหาทั้งหมดที่เกิดแก่ตนนั้นกำเนิดจากการกระทำของตนเองโดยแท้ ดังนั้นจึงไม่เกิดประโยชน์อันใดในการตั้งตนเป็นศัตรูกับคนอื่น การกะเกณฑ์คนมาแสดงพลัง ตลอดจนการเสียทรัพย์โดยไม่สมควรเพื่อการดังกล่าว เพราะจริงๆ แล้วเพียงแต่ทำจิตตนให้สงบแล้วหาคันฉ่องที่ใสสะอาดมาส่องดูตัวเอง ผมก็เชื่อว่าท่านย่อมสามารถที่จะมองเห็นสัจธรรมทั้งปวงได้โดยไม่ยาก
ธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ค้ำจุนโลกคือ ความเมตตา และธรรมะที่รักษาโลก รักษาประเทศชาติ และรักษาสังคม คือ หิริโอตตัปปะ คำว่า หิริ หมายถึงความละอายในการที่จะประพฤติปฏิบัติในสิ่งอันเป็นบาปเป็นโทษ คนที่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ มีชัยชนะตัวเองได้ ก็เพราะละอายที่จะคิด จะทำ จะพูดในสิ่งชั่ว หิรินั้นย่อมเกิดจากการฝึกฝน ฝึกหัด และขัดเกลา จนกระทั่งเห็นการทำบาปเป็นเรื่องน่าละอาย
สำหรับ โอตตัปปะ คือความเกรงกลัวต่อบาป ไม่กระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดเรื่องเลวร้ายหรือเสียหายแก่คนส่วนรวม ความเกรงกลัวนั้นอาจจะเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง กฎแห่งกรรม หรือการถูกตำหนิติเตียนจากคนอื่น กล่าวโดยทั่วไปแล้ว หิริ คือการเตือนตนเอง ควบคุมตนเองจากภายใน ไม่ให้กระทำชั่ว กระทำบาป ส่วน โอตตัปปะ เป็นการอาศัยปัจจัยภายนอกเป็นกรอบกำหนด เพื่อไม่ให้เผอเรอก้าวล่วงเข้าไปสู่ความผิด
อย่างไรก็ตาม ถ้าคนเรามีความละอายและเกรงกลัวต่อบาปแล้ว ก็ย่อมจะไม่ประพฤติชั่วหรือสร้างความเดือดร้อนแก่สังคม และสังคมนั้นก็ย่อมจะมีความสงบสุขร่มเย็น ไม่ต้องใจคอตุ้มๆ ต่อมๆ หายใจไม่ทั่วท้องว่า วันสองวันนี้จะมีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้นไหม หรือบ้านเมืองจะรอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้หรือเปล่า
ไหนๆ ก็นั่งข้างธรรมาสน์แล้ว ก็ขอพูดต่อไปถึงเรื่องการทำบุญทางพุทธศาสนา ซึ่งเราท่านมักจะคิดว่าทำบุญก็คือการใส่บาตร หรือฟังธรรม แต่ตามความจริงนั้น บุญสามารถทำได้ถึง 10 ประการ เช่น การให้ทาน การประพฤติตนอ่อนน้อม การอาสาช่วยเหลือ เป็นต้น รวมทั้งการทำความเห็นให้ถูกต้องด้วย ทำไมการทำความเห็นให้ถูกต้องถึงถูกจัดให้เป็นการทำบุญประการหนึ่ง นั่นก็เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเป็นคนมีเหตุมีผล มีสติ มีปัญญา ยอมรับในความเห็นที่แตกต่าง เคารพความคิดของผู้อื่น และละจากอัตตาคติและมิจฉาทิฐิ หรือความคิดเห็นส่วนตัวและความเชื่อในทางที่ผิด ไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม
คนไทยนิยมการทำบุญ และอาจทำบุญเรื่องต่างๆ มาแล้วมากมาย ผมว่าตอนนี้เรามาช่วยกันทำบุญให้ประเทศไทยของเราสักครั้ง ด้วยการมีหิริโอตตัปปะและทำความเห็นต่างๆ ให้ถูกต้องกันเถอะครับ คนไทย สังคมไทย และเมืองไทย จะได้สงบ จะได้ฉ่ำเย็น สมกับเป็นเมืองพุทธจริงๆ เสียที
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แหละครับ



