
ถึงเวลาแสดงภาวะผู้นำ
ผู้นำรัฐบาลของประเทศที่เจริญแล้วและปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีคุณสมบัติที่ดีที่สากลยอมรับอยู่ 3 ประการ
คือ มีความรู้ในเรื่องที่อยู่ในภาระหน้าที่ มีความสามารถทุ่มเทให้กับงานจนประสบผลสำเร็จ : มีความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ทั้งจิตใจและการกระทำ สุจริต คือ ไม่รับหรือหาประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง ประการสุดท้าย คือ ต้องมีความกล้าหาญ พร้อมที่จะต่อกรกับทุกคนทุกกลุ่ม เพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวม
นี่เป็นคุณสมบัติของผู้นำรัฐบาล และผู้นำองค์กร หรือหน่วยงานของรัฐที่ประชาชนต้องการ
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แสดงคุณสมบัติ 2 ประการแรกมาบ้างแล้ว แม้จะไม่สมบูรณ์ตามที่ประชาชนคาดหวัง แต่ถือว่าพอรับได้ในสายตาประชาชนที่ผิดหวังมาตลอดกับผู้นำรัฐบาลของไทยเราตลอดช่วงเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากอุปสรรคทางการเมืองที่มีโครงสร้างทางกฎหมายที่บิดเบี้ยว และปิดบังความเป็นจริงในเรื่องพฤติกรรมของคนไทยที่ตอบสนองต่อการใช้สิทธิ์ทางการเมืองแตกต่างกันในแต่ละชนชั้นทางสังคม
บัดนี้ภาวะสุกงอมที่เป็นอุปสรรคในการแสดงภาวะผู้นำของนายกฯ อภิสิทธิ์ ลดทอนลงมากแล้ว เช่น
อิทธิพลในพรรคของเลขาฯ ลดลงเนื่องจากการปะทุเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ เกิดการทุจริตซื้อขายตำแหน่ง จนนายกฯ ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จนพบความไม่เป็นธรรมในองค์กรตำรวจในด้านการบริหารของบุคคลชัดเจน
ความชอบธรรมของกองทัพในการจัดระเบียบประเทศใหม่ ด้วยการยึดอำนาจรัฐ โดยอ้างเหตุผลการทุจริตของนักการเมืองและข้าราชการกลุ่มที่เป็นบริวารลดลง เนื่องจากนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้แสดงให้ประชาชนชาวไทยเห็นว่า ในกองทัพเองก็มีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับข่าวลือว่า คณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจครั้งก่อน มีฐานะเป็นมหาเศรษฐีระดับร้อยล้านพ้นล้าน ?
จะก่อนหรือหลังการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อรัฐสภา นายกฯ อภิสิทธิ์ สมควรแสดงภาวะผู้นำด้วยการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ เอาคนดี มีคุณสมบัติเช่นท่านมาเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล โละพวกที่มีกลิ่นเน่าเหม็นบางคนออกไป !?!
คมพิทักษ์ราษฎร์



