ข่าว

สศช.เพิ่มเป้าจีดีพีไทยปีนี้โต4.5% เตือนการเมืองฉุดศก.พัง-ธปท.รอจังหวะขึ้นดบ.

สศช.เพิ่มเป้าจีดีพีไทยปีนี้โต4.5% เตือนการเมืองฉุดศก.พัง-ธปท.รอจังหวะขึ้นดบ.

22 ก.พ. 2553

สศช.ปรับเพิ่มเป้าจีดีพีปี 53 เป็น 3.5-4.5% หลังตัวเลขไตรมาส 4 ปี 52 โต 5.8% เตือนการเมืองรุนแรงฉุดเศรษฐกิจพังแน่ ด้าน ธปท.มองเศรษฐกิจฟื้นชัด ไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ รอจังหวะเหมาะสมปรับขึ้น

 นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไตรมาส 4 ปี 2552 ว่า เศรษฐกิจขยายตัวถึง 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการขยายตัวครั้งแรกจากที่หดตัวใน 3 ไตรมาสของปี 2552 ทำให้ทั้งปีเศรษฐกิจไทยหดตัวเพียง 2.3% ดีกว่าที่คาดไว้ว่าจะหดตัวถึง 3.0% โดยมีปัจจัยหนุนได้แก่ การส่งออกขยายตัวเป็นบวก ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว ราคาพืชผลเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวฟื้นตัว และการก่อสร้างขยายตัวดีขึ้น รวมทั้งฐานของจีดีพีในช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ในระดับต่ำ

 ทั้งนี้ สศช.ได้ปรับคาดการณ์จีดีพีปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ในอัตรา 3-4% เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 เป็น 3.5-4.5% อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก อาจจะแผ่วในไตรมาส 4 และการแก้ไขปัญหามาบตาพุดที่อย่างช้าไม่ควรเกินไตรมาส 3 ของปีนี้ การลงทุนภาครัฐก็ต้องเป็นไปตามแผน ปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งการดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

 "จีดีพีที่ 3.5-4.5% ไม่เกินขีดความสามารถของเรา แต่ผมขอฝากนิดเดียวว่า เคยเล่นยูโดกันมั้ย ถ้าเอาหลังแตะพื้น 3 ครั้ง คือ ต้องเลิก เปรียบเทียบกับเศรษฐกิจของเรานั้น เคยแตะพื้นมา 2 ครั้งแล้ว เมื่อมีการปิดสนามบิน และเหตุวุ่นวายเมื่อเดือนเมษายน ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ แต่ถ้าเกิดเหตุความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้เศรษฐกิจล้มอีกครั้งเป็นครั้งที่ 3 หากล้มอีก ก็จะทำให้โครงสร้างการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยาวขึ้น ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่า จะใช้เวลานานแค่ไหนและจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ฟื้นเศรษฐกิจ”เลขาธิการ สศช. กล่าว

 นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การผลักดันให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไป ยังมีความท้าทายเรื่องการใช้เงินภาครัฐที่ต้องเบิกจ่ายได้เร็วขึ้นและการดึงให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจมีบทบาทมากขึ้น โดยภายใน 2-3 เดือนนี้จะมีความชัดเจนในการประกาศโครงการลงทุนขนาดใหญ่ทั้งด้านระบบราง ท่าเรือ สนามบินและเพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจมากขึ้น

 นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.มีหลักเกณฑ์ในการจัดทำนโยบายการเงินอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่ต้องการให้เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดย ธปท.จะพิจารณาเวลาที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะปัจจุบันดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่เศรษฐกิจมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน จึงไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ ส่วนจะปรับขึ้นเมื่อใด ต้องพิจารณาภาวะเศรษฐกิจประกอบ