
เล่าสู่กันฟัง-เสียดาย...คนทะเลาะกันไม่ได้อ่าน
เสาร์ที่ผ่านมา มีโอกาสเดินทางไปสุราษฎร์ธานี ดินแดนแห่ง เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ กับเพื่อนๆ นักข่าวเกือบ 30 คน ซึ่งมีทั้งที่เพิ่งเริ่มทำข่าวได้ไม่นานไปจนถึงวัยเกษียณอายุ ทำให้ประเด็นของการสนทนาเป็นไปอย่างหลากหลายรสชาติและแตกต่าง
น้องๆ คุยกันถึงเรื่องความสนุกสนานเฮฮา และสาระว่าด้วยเรื่องเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ หรือที่เรียกกันว่า new media ด้วยศัพท์แสงที่ฟังดูเป็นภาษาเทคโนโลยี ไม่ว่าเป็นเว็บไซต์ เอ็มเอ็มเอส ทวิทเตอร์ เฟซบุ๊ก และอะไรต่อมิอะไรที่ฟังแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ ขณะที่ผู้อาวุโสที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการสื่อมวลชนมากว่าครึ่งศตวรรษถกกันถึงเรื่องเหตุการณ์บ้านเมือง และประสบการณ์ข่าวในอดีต บางจังหวะก็ถือโอกาสให้คำแนะนำแก่น้องใหม่ถึงกลเม็ดเด็ดพรายในการเจาะข่าว คิดประเด็น การบริหารแหล่งข่าว และถ่ายทอดเรื่องราวที่สลับซับซ้อนไม่สามารถเปิดเผยในที่สาธารณะได้
อันที่จริงสุราษฎร์ฯ ไม่ได้มีเฉพาะจุดเด่นที่นำมาเป็นคำขวัญของจังหวัดเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณ ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เช่น ซากเมืองโบราณสมัยอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งนักวิชาการบางท่านบอกว่าเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความรุ่งเรืองในอดีตของดินแดนแห่งนี้ บ้างก็ว่าเป็นต้นกำเนิดของอาณาจักรศรีวิชัยก่อนจะแพร่ขยายไปสู่อินโดนีเซียด้วยซ้ำ
ที่ผ่านมา พี่น้องชาวสุราษฎร์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการทำประมง ทั้งประมงน้ำเค็ม น้ำกร่อย น้ำจืด และประมงชายฝั่ง ที่มากที่สุดน่าจะเป็นอาชีพเกษตรกร เพราะพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของจังหวัดเป็นเรือกสวนไร่นา จำพวกยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เงาะ ทุเรียน และกาแฟ แต่จากการมองด้วยสายตาขณะเครื่องบินลดระดับก่อนถึงสนามบินสุราษฎร์ฯ เห็นมีแต่ยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นส่วนใหญ่ เป็นเพราะราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันและยางพาราถีบตัวสูงขึ้นมาก ถามจากชาวบ้านได้ความว่า ราคายางพาราขณะนี้ขึ้นไปกว่า 100 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ฟังดูก็น่าดีใจแทนพี่น้องเกษตรกร แต่ก็อดห่วงไม่ได้ว่า ถ้าทุกคนหันมาปลูกยางพารา กับปาล์มน้ำมันกันหมด แล้วเราจะเอาข้าวที่ไหนกิน
ด้วยเหตุที่ผลผลิตส่วนใหญ่เกิดจากการกสิกรรม ดังนั้น โรงงานอุตสาหกรรมในสุราษฎร์ฯ จึงเป็นโรงงานที่ต่อยอดมาจากผลผลิตทางการเกษตร จำพวกโรงงานน้ำมันปาล์ม อาหารทะเลแช่แข็ง และรวมไปถึงอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ที่ทำหน้าที่แปรรูปผลไม้ต่างๆ
พูดถึงผลไม้แปรรูป ทริปนี้เราได้มีโอกาสเลยขึ้นไปดูโรงงานแปรรูปกล้วยเล็บมือนาง ที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยเล็บมือนางที่อร่อยเลื่องชื่อด้วย คุณศรีภา แสงฟ้าสุวรรณ ทายาทเกษตรกร ผู้ผันตัวมาเป็นเจ้าของโรงงานขนาดเล็กๆ ในชนบท แต่ดูแลการผลิตทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด จนได้รับตราเชลล์ชวนชิมมาประดับหน้าโรงงาน และที่ซองผลิตภัณฑ์ ถ่ายทอดให้พวกเราฟังด้วยความภาคภูมิใจว่า ที่ดีใจที่สุด คือ การได้เอาสินค้าไปขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพราะช่วยให้กล้วยเล็บมือนางอบของเธอ ได้ส่งไปขายให้ชาวไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสลิ้มรส
กลับจากหลังสวนแวะทานอาหารทะเลกันระหว่างทาง พบว่ากุ้งหอยปูปลาของสุราษฎร์ฯ ยังคงอุดมสมบูรณ์และราคาย่อมเยา หอยใหญ่ของสุราษฎร์ฯ ซึ่งหมายถึงหอยนางรม ยังคงใหญ่อ้วนรสชาติอร่อยลิ้น ในขณะที่ของฝากบางชนิดขึ้นราคาไปตามค่าของเงิน น้องๆ นักข่าวหลายคนไม่บ่นอาจเพราะไม่รู้ถึงความแตกต่าง ในขณะที่ผู้อาวุโสทั้งหลายวิจารณ์เป็นแนวเดียวกันว่าของฝากแพงขึ้นนะ
ที่สนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานี ซึ่งค่อนข้างกว้างขวางด้วยพื้นที่เกือบ 1.5 หมื่นตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้วันละกว่า 6,000 คน วันนั้นดูจะคับคั่งเป็นพิเศษ จากการสอบถามสาวร้านขายของฝาก ได้รับคำตอบว่าคนมากอย่างที่เห็นเป็นปกติ เพราะนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเพิ่มขึ้นมาก เมื่อขึ้นมาบนเครื่องจึงเห็นกับตาว่าสิ่งที่ได้ยินมาจากสาวร้านขายของฝากเป็นเรื่องจริง เพราะในเครื่องบินลำนั้นแน่นเอี้ยด ไม่มีที่ว่าง และกว่าครึ่งลำเป็นชาวต่างชาติ
ความคิดที่เกิดขึ้นชั่ววูบในขณะนั้นก็คือ นี่ขนาดทะเลาะเบาะแว้งกันไม่รู้จักจบจักสิ้น เขายังมาเที่ยวเมืองเรามากมายแบบนี้ ถ้าเราเลิกทะเลาะกันเมื่อไหร่ เงินทองจะไหลมาเทมาอีกมากแค่ไหน คนไทยทั่วประเทศก็คงจะมีรายได้ดีกว่าที่เป็นอยู่อีกมาก คุณภาพชีวิตน่าจะดีขึ้นแยะ เศรษฐกิจไทยเราอาจจะกระโดดไปอีกหลายก้าว...คิดแล้วก็น่าเสียดาย
บัญญัติ คำนูณวัฒน์



