ข่าว

กทม.ประกาศบ้านมือปาอึนายกฯเป็นเขตปลอดบุหรี่

กทม.ประกาศบ้านมือปาอึนายกฯเป็นเขตปลอดบุหรี่

22 ก.พ. 2553

กทม.ออกประกาศกำหนดบ้านมือปาอึนายกฯ เป็นเขตปลอดบุหรี่แล้ว ฝ่าฝืนปรับ 2,000 บาท บางกะปิเตรียมเสนอผู้บริหารขออำนาจจับกุมนักสูบจาก สธ.

 พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายวิวิทวิน เตียวสวัสดิ์ อายุ 42 ปี ผู้ก่อเหตุปาอุจจาระใส่บ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน โดยอ้างว่าก่อเหตุเพราะเคยร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าข้างบ้านสูบบุหรี่แล้วควันบุหรี่มีผลกระทบต่อลูกสาว เนื่องจากเป็นภูมิแพ้ขั้นรุนแรง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับการดูแล จึงก่อเหตุดังกล่าวนั้น เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำนักอนามัย (สนอ.) รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตบางกะปิ เข้าไปดูแลบุคคลในครอบครัวของผู้ก่อเหตุบริเวณ ซ.นวมินทร์ 10 แขวงคลองจั่น รวมทั้งเข้าไปตรวจสอบอาคารสำนักงานที่อยู่ใกล้เคียงกับนายวิวิทวิน ที่ระบุว่ามีการสูบบุหรี่กันค่อนข้างมากด้วย

 ด้วยเหตุนี้ จึงสั่งการให้เขตดำเนินการออกประกาศให้บริเวณบ้านของนายวิวิทวินเป็นเขตปลอดบุหรี่โดยถูกกฎหมายด้วย หากบุคคลใดเข้าไปสูบบุหรี่ใกล้กับบ้านนายวิวิทวินจะถูกดำเนินมาตรการทางกฎหมายทันที พร้อมกันนี้จะนำร่องให้เขตบางกะปิเป็นเขตปลอดควันบุหรี่ด้วย 

 ด้านนายประเสริฐ ทองนุ่น ผอ.เขตบางกะปิ กล่าวว่า ขณะนี้เขตออกประกาศกำหนดขอบเขตและบทลงโทษที่แน่นอน นำไปติดไว้ที่บ้านของนายวิวิทวิน โดยกำหนดให้พื้นที่บ้านเริ่มตั้งแต่บริเวณขอบทางเท้ารอบบ้าน รวมทั้งบริเวณรั้วบ้านจากด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง เป็นพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด และจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปดูแลเป็นระยะๆ พร้อมดำเนินการจับปรับ หากใครฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท ตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 พร้อมกันนี้ทางเขตได้จัดชุดโฮม เฮลธ์ แคร์จากศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 35 เข้าไปดูแลสุขภาพของครอบครัวนายวิวิทวินอย่างต่อเนื่อง

 เขตได้ขอความร่วมมืออาคารข้างเคียง ซึ่งเป็นสำนักงานแล้ว โดยไม่อนุญาตให้พนักงานรวมทั้งลูกค้าสูบบุหรี่ในบริเวณดังกล่าว “กรณีดังกล่าวโดยเฉพาะการกำหนดพื้นที่ควบคุมบ้านของนายวิวิทวินนั้น ถือเป็นเคสแรกที่ กทม.ดำเนินการก็ว่าได้ หากเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญในลักษณะเดียวกันนี้กับใคร แล้วมีผลกระทบเกิดขึ้นเหมือนกับนายวิวิทวิน ทางเขตพร้อมจะดำเนินการกำหนดพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ให้เช่นเดียวกัน” นายประเสริฐ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม อำนาจการจับกุมผู้กระทำผิดยังเป็นของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยังไม่ได้ถ่ายโอนอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นจึงเตรียมจะเสนอเรื่องดังกล่าวต่อให้คณะผู้บริหารพิจารณา เพื่อขอให้กระทรวงสาธารณสุขถ่ายโอนอำนาจให้แก่ กทม.ต่อไป