ข่าว

จับตาพรุ่งนี้ "ศบค.ชุดใหญ่" จ่อเคาะ ไร้จังหวัดสีแดงเข้ม

จับตาพรุ่งนี้ "ศบค.ชุดใหญ่" จ่อเคาะ ไร้จังหวัดสีแดงเข้ม
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

จับตาพรุ่งนี้ "ศบค.ชุดใหญ่" ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จ่อเคาะไร้จังหวัดสีแดงเข้มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจากปัจจุบันที่มีอยู่ 6 จังหวัด พร้อมกับต่อขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยจะมีการเสนอให้ขยายไปอีก 2 เดือน คร่อมช่วงเทศกาลปีใหม่

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 หรือ "ศบค." ในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ย.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน จะมีการพิจารณาปรับลดพื้นที่โซนสี โดยจะไม่มีพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่  6 จังหวัด ประกอบด้วย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา นครศรีธรรมราช และตาก แต่จะมีการปรับโซนสีในระดับอื่นๆเพิ่มเติม

 

นอกจากนี้ จะมีการเสนอให้ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปอีก 2 เดือน เพื่อให้คร่อมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเดิมจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ โดยให้ต่อขยายมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2565

 

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้วันที่ 12 พฤศจิกายน 2564  ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ("ศบค.") ครั้งที่ 18/2564 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ "ศบค."เป็นประธานมีมติเห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักร

 

โดยปรับลดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จากเดิม 7 จังหวัด ลดลงเหลือ 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา โดยจันทบุรีไปเป็นพื้นที่ควบควมสูงสุด (พื้นที่สีแดง)

 

ขณะที่พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) จำนวน 39 จังหวัด

 

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) จำนวน 23 จังหวัด

 

พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) จำนวน 5 จังหวัด

 

พื้นที่สีฟ้า (นำร่องการท่องเที่ยว) จำนวน 4 จังหวัด

นอกจากนี้ที่ประชุม "ศบค." ในวันดังกล่าว(12 พฤศจิกายน) ยังมีมติให้คงปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และเห็นชอบเลื่อนการเปิดบริการจากแผนเดิมจากวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นวันที่ 15 มกราคม 2565 เพื่อเตรียมการและประเมินสถานการณ์การระบาด และความครอบคลุมการได้รับวัคซีน

 

รวมถึงมอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) "ศบค." กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับผู้ประกอบการ เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดสถานบันเทิง และกำกับติดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 แบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง

logoline