ข่าว

นายกฯพร้อมผนึกความร่วมมือหัวเว่ย ก้าวสู่ผู้นำ 5 G ในภูมิภาคอาเซียน

นายกฯพร้อมผนึกความร่วมมือหัวเว่ย ก้าวสู่ผู้นำ 5 G ในภูมิภาคอาเซียน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

นายกฯ หารือผู้ก่อตั้งและประธานฯ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด พร้อมเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อคนไทย ลั่นพร้อมก้าวสู่ผู้นำ 5Gในภูมิภาคอาเซียน

 

นายกฯ หารือผู้ก่อตั้งและประธานฯ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด พร้อมเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อคนไทย

 

เมื่อวันที่ 25  พ.ย. 64  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเพจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ถึงการหารือครั้งสำคัญกับประธานฯ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด  ระบุว่า  ช่วงเช้านี้ ผมได้มีโอกาสหารือกับผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูง บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล เพื่อแสวงหาความร่วมมือเพิ่มเติม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยในอนาคต ตามนโยบายการนำพาประเทศไทย เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2560

 

นายกฯพร้อมผนึกความร่วมมือหัวเว่ย ก้าวสู่ผู้นำ 5 G ในภูมิภาคอาเซียน

โดยการหารือในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันให้ไทย สามารถก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในระบบ 5G ของภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางด้าน Data Centers และการให้บริการ Cloud Services สำหรับทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐบาล และภาคธุรกิจเอกชนทั้งของไทยและต่างประเทศด้วย

 

ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเตรียมความพร้อม เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างระบบนิเวศด้านดิจิทัล เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และ "ไทยแลนด์ 4.0" อย่างครอบคลุม ได้แก่

 

1. การติดตั้ง "เน็ตประชารัฐ" เพื่อประชาชนทุกหมู่บ้าน 


2. การขยายความจุโครงข่ายระบบเคเบิ้ลใต้น้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในประเทศและระหว่างประเทศ 


3. การตั้งศูนย์ทดสอบ 5G และ "ไทยแลนด์ดิจิทัลวัลเลย์" ในพื้นที่ EEC เพื่อเป็นพื้นที่สร้างนวัตกรรมแห่งอนาคตของ Digital Startup และภาคธุรกิจ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เป็นต้น

 

 

 

 

นายกฯ ระบุว่า   มีความยินดีที่จะแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบว่า การเจรจานั้นเป็นไปได้อย่างดียิ่ง โดยก่อให้ เกิดโอกาสในการสร้างความร่วมมือกันหลายด้าน เพื่อเติมเต็มการขับเคลื่อนของรัฐบาลและภาคเอกชนของไทย ที่ได้หารือกันในวันนี้ เช่น

 

นายกฯพร้อมผนึกความร่วมมือหัวเว่ย ก้าวสู่ผู้นำ 5 G ในภูมิภาคอาเซียน

 

1. การส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกมิติ ทั้งการแพทย์ การศึกษา การค้า ธุรกิจบริการ ท่องเที่ยว การเงิน การเกษตรและอุตสาหกรรมต่างๆ 

 

2. การพัฒนา Cloud Platform สำหรับทุกภาคส่วนได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งต้องเป็นการลงทุนระยะยาวและต่อเนื่อง 

 

3. การอบรม บ่มเพาะ และเร่งพัฒนาบุคลากรดิจิทัล นวัตกร และผู้ประกอบการ Startup ให้เป็น "เมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต" (Seeds for the Future)

 

4. การพัฒนา Smart port และ Smart airport โดยการนำเทคโนโลยี 5G และปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
เป็นต้น

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ เรายังได้มีการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ และพลังงานสะอาดอีกด้วย ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลไทยได้ผลักดันในเวทีระหว่างประเทศทุกครั้ง รวมทั้งในฐานะเจ้าภาพการประชุม APEC ในปัจจุบัน 

 

ในการประชุม ผมได้หยิบยกความสำคัญของการพัฒนา "ทรัพยากรมนุษย์" ที่จะต้องมีการให้ความรู้และเสริมทักษะ อย่างเป็นระบบ ให้ตรงกับความต้องการพัฒนาประเทศ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือ 3 ฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยมาโดยตลอด ที่ผ่านมารัฐบาลได้สร้างความร่วมมือกับหลายบริษัท ที่มีศักยภาพ มีความพร้อม และยินดีที่จะร่วมมือกับทุกบริษัท ที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเช่นนี้  ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม  เพื่อเป้าหมายสุดท้าย คือ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน  เพิ่มศักยภาพของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม อีกทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ให้เห็นผลโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคนด้วยครับ

 

วันเดียวกัน สำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่ข่าว ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเหริน เจิ้งเฟย (Mr. Ren Zhengfei) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด ได้เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล ซึ่งนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวสรุปสาระสำคัญของการหารือดังนี้
 

นายกรัฐมนตรียินดีที่ได้พบหารือกับนายเหริน เจิ้งเฟย ชื่นชมการดำเนินกิจการของบริษัทหัวเว่ยฯ ผู้ผลิตและผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำของโลก ขอบคุณบริษัทฯ ที่ได้สนับสนุนรัฐบาลในการรับมือสถานการณ์โควิด – 19 ทั้งการบริจาคหน้ากากอนามัยและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ขอบคุณความร่วมมือที่มีให้รัฐบาลไทย และขอบคุณที่เลือกทีมงานที่มีศักยภาพและความพร้อมมาประจำการที่ประเทศไทย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการร่วมงานกับรัฐบาลไทยเสมอมา


 
นายเหรินฯ กล่าวยินดีที่ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีในวันนี้ แม้ว่าจะเป็นการพบกันผ่านระบบออนไลน์ เชื่อมั่นในความตั้งใจจริงของนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศซึ่งไทยสามารถบริหารสถานการณ์ให้ดีขึ้นจนประกาศการเปิดประเทศ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือที่รัฐบาลไทยมีให้หัวเว่ย ตลอดมา ทั้งนี้หัวเว่ยต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยอย่างแท้จริง

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายเหริน เจิ้งเฟย (Mr. Ren Zhengfei) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด

นายกรัฐมนตรีชื่นชม และเชื่อมั่นในศักยภาพด้านเทคโนโลยีของหัวเว่ย และชื่นชมนายเหรินฯ โดยได้อ่านหนังสือ "ใช่ หัวเว่ย หรือไม่ที่จะล้มเป็นรายต่อไป" เกี่ยวกับเรื่องราวของ หัวเว่ย ปรัชญาการบริหารจัดการของนายเหรินฯ และหนังสือ "Grow in Thailand, Contribute to Thailand" จึงต้องขอขอบคุณหัวเว่ยที่เคียงข้างการพัฒนาด้านดิจิทัลของไทยมาตลอด

 

ในโอกาสนี้ นายเหรินฯ ได้แนะนำความสำเร็จของบริษัทฯ ในการใช้ ระบบ 5G ผสมผสานกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ AI ซึ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพด้านทำงานในหลายพื้นที่ในประเทศจีน ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าการหารือกันในวันนี้จะเป็นการสร้างแนวทางใหม่ๆ พัฒนาโซลูชั่นเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาประเทศไทย


 
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล 5G และพร้อมขยายความร่วมมือในสาขาที่ทางหัวเว่ยมีศักยภาพ ได้แก่ การเกษตรดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และการพัฒนาระบบ Logistics ที่ประเทศจีนมีศักยภาพน่าชื่นชม

 

นายเหรินฯ ได้กล่าวถึงความร่วมมือที่หัวเว่ยได้มีกับไทยโดยในการพัฒนาเศรษฐกิจพัฒนานวัตกรรม หัวเว่ยได้จัดตั้ง Huawei ASEAN Academy ในเขต EEC ซึ่งทำการอบรมแล้วกว่า 1 แสนคน ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการแก้ไขปัญหาความยากจนของจีน ซึ่งไทยพร้อมจะมีความร่วมมือเพื่อให้ประชาชนในประเทศจะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือกับหัวเว่ยในการสร้างโอกาสของความร่วมมือให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมกับชาวไทยต่อไป

logoline