
ดุลยภาพบนความขัดแย้ง (๑)
แม้ว่าฝ่ายเสื้อแดงยังไม่ประกาศวันเริ่มต้นของการทำสงครามครั้งสุดท้ายจนกว่าจะรับทราบผลอย่างเป็นทางการของการยึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เสียก่อน แต่ความตึงเครียดที่เต็มไปด้วยการข่มขู่ปริศนา การเปิดโปงรายวัน
และวาทะโจมตีกันระหว่างสี รุนแรงขึ้นทุกที บรรยากาศเช่นนี้สั่นสะเทือนขวัญของสังคม ความวิตกว่าหากมีคนออกมาขับไล่รัฐบาลเป็นหลักแสนเหมือนเมื่อปีกลาย อาจเกิดภาวะที่ฝ่ายคู่ปรปักษ์ในทางเปิดไม่อยากให้เกิดขึ้น นั่นคือการสูญเสียเลือดเนื้อครั้งใหญ่ แต่จนถึงวันนี้ทั้งสองฝ่ายยังคงเลี้ยง "ดุลยภาพบนความขัดแย้ง" ได้อยู่ แม้ว่าคลอนแคลนเต็มทีแล้วก็ตาม
ดุลยภาพบนความขัดแย้งไม่จำเป็นต้องหมายความว่า คู่ปรปักษ์ต่างมีกำลังพอๆ กันในแทบทุกด้าน แต่หมายถึงต่างฝ่ายต่างยังคงเล็งเห็นว่า สภาวะปัจจุบันยังเป็นประโยชน์ต่อตน จนไม่ยอมให้สงครามนำไปสู่ความวุ่นวายที่ฝ่ายของตนอาจควบคุมไม่ได้ จริงอยู่ที่วัตถุประสงค์หลักของแต่ละฝ่ายคือการล้มล้างอีกฝ่ายหนึ่งให้ราบคาบ แต่หากยังไม่พร้อมอย่างแท้จริง ทุกฝ่ายจำเป็นต้องซื้อเวลาด้วยการสร้างดุลยภาพให้ได้ แม้ว่าจะขัดแย้งกันเพียงไร นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ฝ่ายเสื้อแดงรบหน่วงเวลามาโดยตลอด ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่กล้าปราบม็อบ อีกทั้งฝ่ายอำมาตย์ยิ่งต้องถนอมต้นทุนของตนที่มีเหนือกว่าฝ่ายอื่น
หลังสงกรานต์เลือดที่ผ่านมา นปช.โหมงานมวลชนอย่างต่อเนื่อง ยึดแนวทางสันติและรักสถาบันเป็นเกราะในการขยายแนวร่วม พวกเขาพยายามจำกัดวงและถอยห่างตนเองจากฝ่ายที่สุ่มเสี่ยงต่อภาพลักษณ์ เช่น กลุ่มฮาร์ดคอร์ และ กลุ่มกังขาต่อสถาบัน ผลที่ได้คือแนวร่วมมวลชนที่เข้มแข็ง มีปัญญา กระจายไปทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง ขณะที่กลุ่มนอกกระแสก็ยังสามารถพัฒนาตนเองคู่ขนานไปด้วยในระดับหนึ่ง การที่รัฐประเมินไม่ได้ว่าฝ่ายที่พร้อมจะเล่นใต้ดินนั้นมีกำลังเท่าไรนั้นทำให้รัฐไม่กล้าตัดสินใจบุ่มบ่าม
ขณะเดียวกันรัฐบาลและพรรคร่วมต้องการซื้อเวลาไปให้ครบวาระเลือกตั้งสิ้นปีหน้า เพราะศัตรูร่วมของพวกเขาวันนี้แข็งแกร่งเหลือเกิน หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนรัฐบาลอยู่ไม่ได้ พวกเขาไม่น่าจะได้กลับเข้าสภาอีก แต่หากพวกเขายืดเวลาได้อีก 2 ปี อะไรก็เกิดขึ้นได้ รากฐานอันแข็งแกร่งในวงราชการที่เพิ่มขึ้นตามวันเวลาของการครองอำนาจ โชคทางเศรษฐกิจที่อาจดีขึ้น และความอ่อนแรงของฝ่ายเพื่อไทย-เสื้อแดง อาจทำให้พวกเขาเอาชนะฝ่ายตรงข้ามในเกมเลือกตั้งได้ในตอนนั้นและต่ออายุการเป็นรัฐต่อไป ฝ่ายอำมาตย์ยิ่งต้องการความสงบกว่าใคร แพ็ค อริสโตเครต้า เป็นสภาวะแวดล้อมที่ต้องการสันติเพื่อให้รากหญ้าไม่เห็นความจำเป็นในการต่อต้านระบบ ดังนั้น ถึงแม้จะปล่อยให้มีความขัดแย้งปรากฏขึ้นในสังคม แต่ต้องไม่ปล่อยเกินเลยจนควบคุมไม่ได้
คราวหน้าจะกล่าวถึงแผนวิกฤติที่พวกเขาควรทำเพื่อรักษาดุลยภาพนี้ไว้ในยามที่เปราะบางยิ่ง



