
ไม่มีสี ก็เหมือนมีสี
สังคมไทยกำลังถูกทำให้ตื่นเต้นกับการนับถอยหลังเข้าสู่ตัดสินคดียึดทรัพย์ของคุณทักษิณในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
นับคร่าวๆ มีการนำเสนอข่าวในสองลักษณะ
ในแบบแรก คือเสนอข่าวในเชิงเก็งว่าคำพิพากษาจะออกมาเป็นอย่างไร อาทิ จะยึดหมดไหม หรือ จะยึดบางส่วน
ในแบบที่สอง คือเสนอข่าวว่า จะมีการชุมนุมหรือไม่ และรัฐบาลจะมีการรับมือการชุมนุมอย่างไร
ในเรื่องของการเสนอข่าวการชุมนุมนั้น เรื่องที่น่าตั้งข้อสังเกตก็คือ สื่อกระแสหลักนั้นเน้นการนำเสนอข่าวไปในทางของการมองว่าการชุมนุมคือการเผชิญหน้ากันระหว่างสองฝ่าย คือฝ่ายเสื้อแดง กับอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งในมุมเสื้อแดงอาจจะเรียกว่าฝ่ายอำมาตย์
แต่ที่แน่ๆ คือตัวข่าวเองนั้นเน้นไปทางรัฐบาล โดยเฉพาะคนที่ออกมาปะทะด้วยก็คือ โฆษกรัฐบาล โฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง
ถามว่าการชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นจะเป็นการเผชิญหน้าหรือไม่? คำตอบก็คือว่าใช่ แต่ไม่ทั้งหมด
ถามว่าการชุมนุมที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นจะเป็นการสนับสนุนคุณทักษิณ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การกดดันศาลหรือไม่? คำตอบก็คือใช่ แต่ไม่ทั้งหมด
สิ่งที่ขาดหายไปในคำถามและคำตอบที่เพิ่งกล่าวถึงก็คือ การชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญหรือไม่? และอะไรคือสิ่งที่สำคัญในการเมืองของไทย?
ระหว่าง คดีของคุณทักษิณว่าโกงหรือไม่ สถานะของศาลว่ามาจากการทำรัฐประหารหรือไม่ หรือรัฐธรรมนูญที่ก็ถูกกล่าวหาว่ามาจากการทำรัฐประหาร แต่ท่ามกลางประเด็นทั้งสามเรื่องนี้ บทบัญญัติที่ว่าด้วยเรื่องสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธนั้นเป็นสิ่งที่น่าจะข้ามพ้นจากประเด็นถกเถียงทางการเมือง
ในความหมายที่ว่า สิทธิในการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธนั้นเป็นกติกาสำคัญในประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายควรจะเคารพ เพราะเป็นคุณค่าสำคัญของประชาธิปไตย ที่ปกป้องทุกฝ่ายในสังคมประชาธิปไตย
ในแง่ที่ว่า วันนี้เสื้อแดงชุมนุม เขาก็ควรมีสิทธิที่จะชุมนุมได้ วันหน้าเสื้อเหลืองชุมนุมเขาก็ควรมีสิทธิชุมนุมได้ วันหลังใครเดือดร้อน เขาก็มีสิทธิที่จะชุมนุมได้
รวมทั้งถ้าตัวเราเดือดร้อน เราก็ย่อมจะมีสิทธิในการชุมนุมได้
เมื่อสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธนั้นเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกฝ่ายในสังคมประชาธิปไตยนั้นควรจะได้รับการปกป้อง การนำเสนอข่าวในเรื่องนี้กลับไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่ อาทิ ข่าวที่ว่าเสื้อแดงนั้นมีสิทธิชุมนุมไหม การเตรียมการจัดการกับการชุมนุมนั้นมากเกินกว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ อะไรคือเกณฑ์สำคัญในการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธของพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย
รวมทั้งคำถามที่ว่าใครมีสิทธิตัดสินการล้ำเส้นของการชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ และประชาชนจะได้รับการปกป้องจากการจัดการการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธอย่างไร
เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่อง "ความบันเทิง" ของข่าวว่า เหตุการณ์วันที่ 26 กุมภาพันธ์นั้นจะมันไหม ใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์บ้าง การชุมนุมเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร
แต่เป็นเรื่องของ "เนื้อหา สาระ และแก่นแกนสำคัญของประชาธิปไตย" ว่าถ้าทุกคนในสังคมนี้เท่ากัน และกระบวนการประชาธิปไตยนั้นคือเรื่องสำคัญที่ทุกคนจะต้องยึดถือร่วมกัน



