ข่าว

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ฯ เสริมแกร่ง "นาแปลงใหญ่" สู่ข้าวครบวงจร

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ฯ เสริมแกร่ง "นาแปลงใหญ่" สู่ข้าวครบวงจร
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลเลม็ด เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบ"แปลงใหญ่" ชาวนารวมกลุ่มกันพร้อมกับความมุ่งหวังที่จะพัฒนาสมาชิกของกลุ่มให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เกิดความมั่นคงในอาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด

ชาวนาที่ตำบลเลม็ดรวมกลุ่มกันขึ้นมาพร้อมกับความมุ่งหวังที่จะพัฒนาสมาชิกของกลุ่มให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้น เกิดความมั่นคงในอาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในที่สุด ความเข้มแข็งจากการรวมกลุ่มทำให้ได้รับการพัฒนาต่อยอดด้านการพัฒนาการผลิตและการตลาดเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด 

 

กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวตำบลเลม็ด ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริม "เกษตรแบบแปลงใหญ่" ภายใต้ชื่อ "กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว"(นาแปลงใหญ่หลักเกณฑ์ใหม่) หมู่ 5 ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี) เมื่อปี 2560 มีสมาชิก 52 ราย พื้นที่ทั้งหมด 538 ไร่ 2 งาน 94 ตารางวา

 

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ฯ เสริมแกร่ง "นาแปลงใหญ่" สู่ข้าวครบวงจร

นายวีระวุฒิ  อัครธราดล ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า สำหรับโครงการระบบส่งเสริม "เกษตรแปลงใหญ่" กรมการข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานีมีภารกิจในการดำเนินการส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรที่ทำ "นาแปลงใหญ่" ที่ผ่านมามีกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน 4 แปลง เป็นเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปีงบฯ 2560 - 2564 การดำเนินการในภาพรวมที่ผ่านมาในโครงการระบบส่งเสริม "เกษตรแบบแปลงใหญ่" มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรรวมตัวกัน เพื่อที่จะลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร 

 

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ฯ เสริมแกร่ง "นาแปลงใหญ่" สู่ข้าวครบวงจร

นายสันติภาพ  ทองอุ่น หัวหน้ากลุ่มถ่ายทอดวิทยาการผลิตเมล็ดพันธุ์ดี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี กล่าวเพิ่มเติม ว่า จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มของเกษตรกร โดยรูปแบบ "เกษตรแปลงใหญ่" ซึ่งในหลักเกณฑ์ใหม่ปี 2560 ให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มตั้งแต่ 30 คนขึ้นไปและมีพื้นที่ตั้งแต่ 300 ไร่ ขึ้นไปไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่เป็นผืนเดียวแต่ว่าให้เป็นพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ในชุมชนเดียวกันรวมกันตั้งกลุ่มและมีการบริหารจัดการกลุ่ม

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ฯ เสริมแกร่ง "นาแปลงใหญ่" สู่ข้าวครบวงจร

โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อลดต้นทุนการผลิตเพิ่มผลผลิตต่อหน่วย 2. จากการที่ได้รวมตัวของเกษตรกร ยังสามารถให้เกษตรกรนั้นรวมผลผลิต จำหน่ายในภาพรวมกลุ่ม 3. มีการบริหารจัดการ บูรณาการโดยภาครัฐและเอกชนร่วมกัน ในส่วนของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานีที่ได้ดำเนินการ โครงการระบบส่งเสริม"เกษตรแบบแปลงใหญ่" 

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ฯ เสริมแกร่ง "นาแปลงใหญ่" สู่ข้าวครบวงจร

เริ่มตั้งแต่ ปี 2560 2 แปลงด้วยกัน แปลงแรกก็คือ "กลุ่มแปลงใหญ่ข้าว"(นาแปลงใหญ่หลักเกณฑ์ใหม่) หมู่ 5 ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี และอีกแปลงก็คือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาตำบลบางลึก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ในส่วนของปี 2563 อีก 2 แปลงก็คือ กลุ่มนาแปลงใหญ่ท่ากระดานบางงอน อยู่ที่ ตำบลท่ากระดาน อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และกลุ่มส่งเสริมการทำ"นาแปลงใหญ่" ตำบลหาดพันไกร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร อยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

 

นายสุธรรม  ทองแช่ม ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ข้าว(นาแปลงใหญ่หลักเกณฑ์ใหม่) หมู่ 5 ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เมื่อก่อนตำบลเลม็ดมีการทำนาแบบต่างคนต่างทำ พอทางกรมการข้าวโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี ได้เข้ามาให้ความรู้เกิดการรวม "กลุ่มนาแปลงใหญ่" เมื่อปี 2560 มีสมาชิกจำนวน 52 คน ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ช่วยเข้ามาอบรมให้ความรู้การทำเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง ให้เมล็ดพันธุ์มาปลูกเพื่อขยายพันธุ์ต่อไป

 

อีกทั้งศูนย์ฯยังส่งเสริมให้ความรู้พัฒนายกระดับการผลิตข้าวของกลุ่มเป็นข้าวที่ผ่านมาตรฐาน GAP ทำให้สามารถจำหน่ายให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯได้ จากที่เคยขายข้าวให้โรงสีราคาตันละ7,000 บาท ได้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวส่งศูนย์ฯ ราคาดีขึ้นอยู่ที่ประมาณตันละ 12,000 บาทถึง 14,000 บาท ผลผลิตก็เพิ่มขึ้นเพราะว่าปลูกด้วยวิธีการปักดำ ต้นทุนก็น้อยลงใช้ปุ๋ยน้อยลง ใช้เมล็ดพันธุ์น้อยลง ผลผลิตดีขึ้นขายราคาดีขึ้น ส่งผลให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น

 

นอกเหนือจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว สมาชิกกลุ่มยังได้มีการรวบรวมผลผลิตข้าวที่เหลือจากการผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์นำมาแปรรูปเป็นข้าวคุณภาพเพื่อสุขภาพผลิตและจัดจำหน่ายโดยสมาชิกในกลุ่มเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวเรา และยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้สมาชิกอีกหนึ่งช่องทาง เกษตรกรสมาชิกไม่ต้องกังวลเรื่องจะไม่มีตลาดรับซื้ออีกเลย การรวมกลุ่มทำให้สมาชิกเราได้มีความรักความสามัคคี ได้รวมผลผลิตร่วมกันขายกันเป็นกลุ่ม เรามีต้นทุนที่ต่ำและผลผลิตที่สูงมากกว่าเดิม สมาชิกของ"กลุ่มแปลงใหญ่"ข้าวตำบลเลม็ด ทุกคนก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 

จากเกษตรกรที่ต่างคนต่างทำนา ผลิตข้าวขายให้โรงสีอย่างเดียว ขาดอำนาจการต่อรอง นโยบายระบบส่งเสริม"เกษตรแบบแปลงใหญ่"จากภาครัฐ ดูเหมือนจะทำให้เกษตรกรเหล่านี้กลับมายิ้มได้อีกครั้ง เพราะก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการ ผลผลิตข้าวเฉลี่ยชุมชน 450 กิโลกรัม/ไร่ 7,200 บาท/ตัน ต้นทุนการผลิตข้าวเฉลี่ย 3,000 บาท/ไร่ 6,667 บาท/ตัน

 

หลังจากเข้าร่วมโครงการฯผลผลิตข้าวเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ 503  กิโลกรัม/ไร่  8,000 บาท/ตัน ต้นทุนการผลิตข้าวเฉลี่ย 2,668 บาท/ไร่ 5,304 บาท/ตัน ประกอบกับรายได้ที่ก่อนเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ รายได้สุทธิในการทำนาของชุมชน 240 บาท/ไร่ 382 บาท/ตัน หลังจากเข้าร่วมโครงการฯรายได้สุทธิในการทำนาของชุมชน 1,356 บาท/ไร่ 2,696 บาท/ตัน จะเห็นได้ว่าหลังเข้าร่วมโครงการฯผลผลิตข้าวของกลุ่มเพิ่มมากขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง สมาชิกกลุ่มนาแปลงใหญ่ตำบลเลม็ดแห่งนี้มียังรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนอีกด้วย

logoline