ข่าว

ศาลปกครองกลางลงพื้นที่ตรวจโรงงานมาบตาพุด

ศาลปกครองกลางลงพื้นที่ตรวจโรงงานมาบตาพุด

22 ก.พ. 2553

ศาลปกครองกลางนำผู้ฟ้อง และผู้ถูกฟ้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริง ในพื้นที่มาบตาพุด ก่อนพิจารณาอนุญาตสร้างต่อหรือไม่ เพื่อไทยจี้รัฐเร่งเสนอกฎหมายแก้ปัญหา”มาบตาพุด”

(22 กพ.) เมื่อเวลา 09.00น. องค์คณะตุลาการศาลปกครองกลาง นำโดย นายภานุพันธ์ ชัยรัต ตุลาการหัวหน้าศาลปกครองกลาง พร้อมคณะ เดินทางมาที่ มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อเผชิญสืบข้อเท็จจริง กรณีที่อัยการสูงสุด ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองสูงสุด โดยขอให้ 12 โครงการมาบตาพุด ที่ศาลมีคำสั่งระงับการดำเนินการไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำพิพาษานั้น สามารถก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จได้

 สำหรับการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบด้วย ตุลาการ 4 คน   โดยตุลาการที่อยู่ในองคณะ 2 คน  ตุลาการผู้สังเกตการณ์ 2 คน  เจ้าหน้าที่ทำสำนวน 4 คน  ผู้ฟ้องคดี 7 คน ผู้ถูกฟ้องคดี 4 คน คณะทั้งหมด เข้าไปตรวจสอบ ท่าเรือมาบตาพุดแท็งค์เทอร์มินอล นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เป็นแห่งแรก จากนั้น จะเข้าไปดูที่ นิคมอุตสาหกรรม เหมราช นิคมอุตสาหกรรม เอเซีย และโรงงานผลิตเหล็กเส้น ในอำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง

 ทั้งนี้การเข้าไปตรวจสอบ ภายในโรงงานต่างๆไม่เกี่ยวกับเรื่องของมลพิษ แต่ไปดูเรื่องของการก่อสร้างเท่านั้น และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน ติดตามเข้าไปบันทึกภาพและทำข่าวระหว่างที่คณะเข้าไปทำการตรวจสอบ

 

เพื่อไทยจี้รัฐเร่งเสนอกฎหมายแก้ปัญหา”มาบตาพุด”

 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการแก้ไขปัญหามาบตาพุดเป็นปัญหาใหญ่ แต่รัฐบาลแก้ปัญหาล่าช้า แม้สถานการณ์ขณะนี้หากไม่ดำเนินการใดๆจะยิ่งส่งผลกระทบสร้างความหายนะทางเศรษฐกิจและทำให้ประเทศสูญเสียความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียนจึงไม่อยากให้ซื้อเวลา อยากให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของภาคเอกชนและให้เกิดความเชื่อมั่นใจทางเศรษฐกิจกับนักลงทุน ดังนั้น พรรคเพื่อไทย จึงมีข้อเสนอให้รัฐบาล คือ ขอให้เร่งรัดเสนอร่างกฎหมายเรื่องการจัดตั้งองค์กรอิสระเข้าสู่การพิจารณาของสภา ซึ่งพรรคเพื่อไทยพร้อมจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาโดยเร็วที่สุด ขอให้เร่งรัดให้เกิดความชัดเจนในขั้นตอนและรายละเอียดของการจัดทำ EIA และ HIA รวมทั้งทำประชาพิจารณ์ พร้อมขอให้เร่งรัดการกำหนดประเภทของโครงการ อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุนชนเพื่อสร้าวความชัดเจนให้กับนักลงทุนโดยเร็ว

 นอกจากนี้ ขอให้ย้อนกลับไปแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในนิคมอุคสาหกรรมและที่อื่นๆที่ได้รับการร้องเรียนอยู่ในขณะนี้ โดยเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการแก้ไขก่อนที่ปัญหาจะลุกลามขยายวงกว้างมากไปกว่านี้ พร้อมเร่งรัดทำความเข้าใจและให้ความมั่นใจกับนักลงทุนไทยและต่างชาติ ให้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐโดยเสนอกำหนดระยะเวลาการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ซึ่งจากข้อเสนอดังกล่าว รัฐบาลควรกำหนดแผนงานและกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน เพราะความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ