ข่าว

ไทยเล็งถกเอ็มอาร์ซีจีนปิดเขื่อนทำน้ำโขงแห้ง

ไทยเล็งถกเอ็มอาร์ซีจีนปิดเขื่อนทำน้ำโขงแห้ง

22 ก.พ. 2553

ไทยเตรียมถกเอ็มอาร์ซีจีนปิดเขื่อนทำน้ำโขงเหือด กรมฯบาดาลเตรียม 1.5 แสนบ่อรับมือภัยแล้ง 53 ภัยแล้งสุราษฎร์ฯเริ่มน่าห่วงคลองบางแห่งแห้ง

 (22ก.พ.) นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีที่ประเทศจีนกักเก็บน้ำในเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเอาไว้เพื่อผลิต กระแสไฟฟ้า จนทำใ ห้แม่น้ำโขงมีสภาพแห้งขอดจนจังหวัดใช้แม่น้ำโขงทั้งของไทยและประเทศเพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อน ว่า จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมมคณะ กรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ซึ่งมีสมาชิก 5 ประเทศ ประกอบด้วย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียด นาม   โดยจะมีการจัดประชุมในช่วงต้นเดือน มี . ค . นี้ จากนั้นคณะกรรมาธิการฯ จะขอความร่วมมือประเทศจีนในการบริหารจัดการแม่น้ำโขง  

 อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือประเทศจีนไม่ได้เป็นสมาชิกของคณะกรรมาธิการฯ จึงไม่ค่อยให้ความร่วมมือในด้านต่างๆ เท่าไร ดังนั้นจะมีมาตรการอย่างไรก็ต้องรอผลสรุปจากที่ประชุมอีกครั้ง ส่วน มาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนนั้น ทส.ก็จะทำไปตามขอบเขตอำนาจหน้าที่คือให้กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเข้าไปเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

                 ด้านนายอนันต์ เกตุเอม รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล   แถลงถึงการเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2553 ของกรมน้ำบาดาล ว่า   ศูนย์ปฏิบัติการและติดตามสถานการณ์ด้านน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะประสบปัญหาภัยแล้งไม่น้อยกว่า   55 จังหวัด  415 อำเภอ   2,337 ตำบล และกระ ทรวงมหาดไทย ได้รายงานพื้นที่ประสบภัยแล้งที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพับัติฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้ว 14 จังหวัด   ขณะนี้กรมน้ำบาดาลได้จัดเตรียมแหล่งน้ำบาดาลทั่วประเทศให้พร้อมใช้งานในฤดูแล้ง ประกอบด้วย บ่อบาดาลกว่า 1.5 แสนแห่ง ระบบประปาบาดาลกว่า 3.9 หมื่นแห่ง บ่อบาดาลที่ติดตั้งเครื่องสูบไฟฟ้า 7.2 หมื่นแห่ง จุดจ่ายน้ำถาวร 100 แห่ง ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลมาตรฐานองค์การอนามัยโลก 1,770 แห่ง โครงการน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียน 490 แห่ง และโครงการจัดหาน้ำสะอาดให้กับหมู่บ้านภัยแล้ง 360 แห่ง ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะสามารถเข้าไปในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งได้ภายใน 24 ชั่วโมง

                 นายอนันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามโครงการประจำปี 2553 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เร่งรัดดำเนินโครงการน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ 320 แห่ง งบประมาณ 392.6 ล้านบาท และตามแผนงานโครงการไทยเข้มแข็งอีก 396 แห่ง งบประมาณ 494.8 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการจัดหาน้ำสะอาดให้กับหมู่บ้านภัยแล้ง 673 งบประมาณ 167.5 ล้านบาท ตามแผนงานโครงการไทยเข้มแข็งอีก 167 แห่ง งบประมาณ 79 ล้านบาท

ภัยแล้งสุราษฎร์ฯเริ่มน่าห่วงคลองบางแห่งแห้ง

 นายมนตรี เพชรขุ้ม นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ขณะนี้ทาง อบจ.สุราษฎร์ธานี ได้สำรวจพื้นที่ทั้งจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งพร้อมหาทางช่วยเหลือเบื้องต้น โดยเฉพาะน้ำบริโภคอุปโภคก่อนเป็นอันดับแรก โดยที่อำเภอพระแสงคลองปิปัน ซึ่งเป็นคลองขนาดใหญ่สาขาของแม่น้ำตาปี จัดเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงราษฎรในพื้นที่ 5 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลไทรโสภา ไทรขึง สินปุน บางสวรรค์ และตำบล สาคู จำนวนกว่า 30,000 ครัวเรือน กว่า 40,000 คน น้ำเริ่มแห้งขอด บางจุดสามารถเดินข้ามได้ โดยที่ชาวบ้านเริ่มหวาดหวั่นว่าหากถึงช่วงเดือน เม.ย.อาจจะได้รับความเดือดร้อนหนักโดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง ที่เริ่มขยายตัวเป็นวงกว้าง

 อย่างไรก็ตามทาง อบจ.ร่วมกับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้หารือกันเพื่อหาแนวทางเตรียมรับมือภัยแล้งเบื้องต้นให้ท้องถิ่นจัดทำโครงการฝายน้ำล้นในคลองอิปัน ในแต่ละพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำ และจัดทำถังประปาขนาดใหญ่ รวมทั้งเร่งสำรวจแหล่งน้ำดิบ หรือเจาะประปาบาดาลพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว โดยทาง อบจ. สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้าง แต่ในเบื้องต้นได้จัดส่งรถน้ำออกแจกจ่ายประชาชนเพื่อเป็นการช่วยเหลือระยะแรกก่อน

 ส่วนตามแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเกาะแก่ง ได้แก่เกาะสมุย ,เกาะพะงัน และเกาะเต่า หากเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวทางผู้ประกอบการได้จัดเตรียมอุปกรณ์เก็บกักน้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไม่ให้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวหากขาดแคลนน้ำจริง ส่วนประชากรในพื้นที่ ทาง อบจ.เตรียมสนับสนุนในเรื่องของอุปกรณ์เก็บกักน้ำไว้ใช้ในเบื้องต้นเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการสำรวจ

ภัยแล้งคุกคามชาวนาปากน้ำโพแหล่งน้ำแห้ง

 หลังจากที่ช่วงนี้สถานกรณีภัยแล้ง ได้ขยายวงกว้างขึ้นในหลายอำเภอทำให้เกษตรกรที่ทำนาปรัง เริ่มได้รับผลกระทบแย่งกันสูบน้ำเข้านาข้าว เนื่องจากเวลานี้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านนครสวรรค์ ระดับน้ำเริ่มต่ำลงชาวนาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก อย่างเกษตรกรที่ ม.7 ต.เนินกว้าว อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ นาข้าวเริ่มแห้งปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ทำให้พื้นที่นาข้าวบางส่วนเริ่มแห้งตาย อีกทั้งยังต้องการน้ำลงข้าวนาปรังรอบใหม่ ต้องแก้ปัญหาภัยแล้งโดยการนำเครื่องสูบน้ำจากบ่อบาดาลเข้านาแทน

 นายชัย หุ่นสุวรรณ อายุ 53 ปี เกษตรกรชาวนา กล่าวว่า พื้นที่ใน อ.โกรกพระ เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง ปริมาณน้ำเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เพราะหน้าแล้งจะเป็นประจำแบบนี้ทุกปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อการทำนา และการลงข้าวนาปรังรอบใหม่โดยได้วางแผนจะทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อชักลากน้ำเข้ามาในพื้นที่ทำนา เพื่อเลี้ยงต้นข้าว จากบ่อที่ขุดขึ้นมาเองเข้านา และในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม จะแล้งหนักยิ่งขึ้น

 ด้านนายอรุณ ตรีสิทธิเดช หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน เปิดเผยว่า ช่วงนี้ปริมาณน้ำเริ่มขาดแคลนในหลายพื้นที่ จังหวัดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ 1.พื้นที่ อ.เมือง รวม 6 ตำบล ได้แก่ ต.หนองปลิง ต.บ้านแก่ง ต.วัดไทร ต.หนองกระโดน ต.หนองกรด ต.นครสวรรค์ตก , 2.พื้นที่ อ.ชุมตาบง รวม 2 ตำบลได้แก่ ต.ชุมตาบง ต.ปางสวรรค์ , 3.พื้นที่ อ.แม่เปิน รวม 1 ตำบลได้แก่ ต.แม่เปิน  , 4.พื้นที่ อ.พยุหะคีรี รวม 1 ตำบล ได้แก่ ต.ยางขาว

 “แนวโน้มภัยแล้ง ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ปีนี้ มีแนวโน้มที่รุนแรงกว่าปีที่ผ่าน ซึ่งขณะนี้ จ.นครสวรรค์ ได้ให้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งระดับ จังหวัด อำเภอและตำบล และขอความร่วมมือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยการจัดหาภาชนะเก็บกักน้ำและใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคอย่างประหยัด รวมทั้งเกษตรกรที่ปลูกพืชฤดูแล้ง ที่ใช้น้ำน้อยหรือพืชชนิดอื่นทดแทนในช่วงฤดูแล้งเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพส่วนทางด้าน ชลประทานได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้กว่า 27 เครื่องเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในหน้าแล้งแล้วสามารถทำเรื่องขอใช้ได้ที่ ชลประทานจังหวัดนครสวรรค์ 056-222209”นายอรุณกล่าว