
"อภิสิทธิ์"มึน"ทักษิณ"จะฟ้องศาลโลกคดียึดทรัพย์
"มาร์ค"ย้ำอย่าตื่นเต้นกับข่าวช่วงนี้ มึน"ทักษิณ"จะฟ้องศาลโลก บอกเหมือนเดิมขอให้เห็นแก่ส่วนรวม หวั่นการเมืองทำศก.ชะงักแต่ยังมั่นใจโตเกิน4.0
(22ก.พ.) เมื่อเวลา07.10น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา10.00 น.นายอภิสิทธิ์ป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ต่อมาเมื่อเวลา 13.40 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยครม.บางส่วนและส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายังท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเดินทางไปเป็นประธานพระราชทานเพลิงศพ นางช้อย ศักดิเศรษฐ์ ที่อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่เสนอข่าวข่าวการให้สินบนองค์คณะผู้พิพากษาคดียึดเงิน 7.6 หมื่นล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่26ก.พ. โดยจะให้สินบนผู้พิพากษา5000ล้านบาทว่า เรื่องนี้ศาลออกมาปฏิเสธแล้ว ก็น่าจะเป็นเรื่องที่จบไป ซึ่งทั้งหมดอยู่คำพิพากษาที่ต้องมีคำอธิบายอยู่แล้วมีเหตุผลอะไรในกรตัดสิน ตนถึงได้เน้นย้ำว่าสัปดาห์นี้อย่าตื่นเต้นกัน ให้รอคำพิพากษาของศาล และศาลคงจะได้แจกแจงเหตุผลทั้งหมด เมื่อเรารับฟังเหตุผลของศาลและก็ยอมรับทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ ยังโจมตีกระบวนการยุติธรรมของไทยและบอกว่าจะไปฟ้องศาลโลก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะไปฟ้องในประเด็นไหนอย่างไร" เมื่อถามต่อว่า หลังจากมีการตัดสินคดีไปแล้วอาจจะมีเคลื่อนไหวตามมาอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันแก้ไข เพราะในสังคมเราต้องให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม ที่จริงแล้วเรามาสนใจเฉพาะคดีใดคดีหนึ่งไม่ได้หรอก ความจริงงศาลมีการตัดสินหลายคดี หลายๆฝ่ายที่อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็มีแพ้บ้างชนะบ้างแต่เวลาที่ใครไม่พอแล้ว หยิบยกขึ้นมาก็ไปทำให้เกิดความเข้าใจว่าตัวเองแพ้ตลอดหรือชนะตลอดซึ่งมันไม่ ได้เป็นอย่างนั้น
เมื่อถามอีกว่า แต่มันกำลังจะทำให้คดีของบุคคลคนเดียวกลายมาเป็นปัญหาของชาติหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ไม่ เราก็ต้องไม่ให้เป็น เราก็ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งคดี และให้ผ่านพ้นในวันที่ 26 ก.พ.นี้ไป” เมื่อถามว่า นายกฯอยากฝากบอกอะไรพ.ต.ท.ทักษิณ อีกสักครั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ก็เหมือนเดิม ขอให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม" ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กรณีที่มีกระแสข่าวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้คนกลุ่มฮาร์ดคอร์ของคนเสื้อแดงเดินทางเข้า มาในพื้นที่กทม.ในช่วงนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน
ต่อ ข้อถามว่า มองอย่างไรที่ในขณะนี้แม้แต่คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสัมคม(สศช.)หรือ สภาพัฒน์มีการประเมินว่าตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2553 อาจจะเติบโตได้ถึงร้อยละ 4.0 แต่ไม่รวมถึงปัจจัยทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คือปัจจัยทางการเมืองก็จะมีผลกระทบถ้าเราไม่สามารถจะดูแลให้ทุกอย่างอยู่ใน ระบบได้ ตนถึงคิดว่าเราน่าจะช่วยกันเพราะขณะนี้โอกาสของเศรษฐกิจไทยก็มีมากและในทาง ตรงกันข้ามถ้าเราปล่อยให้เหตุการณ์บ้านเมืองไปกระทบกับเศรษฐกิจอีก ซึ่งตนเข้าใจว่านายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสศช.ได้ย้ำไปว่าในสายตาชาวต่างประเทศมันไม่ใช้ ครั้งแรก แต่มันจะกลายเป็นซ้ำสามซ้ำสี่ซึ่งจะไม่ช่วยอะไรเลย และคิดว่าจะเกิดความชะงักงันขึ้น ซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละครั้งมันไม่ใช่ง่ายๆต้องใช้ทั้งเวลา ทรัพยากรที่เป็นเงินภาษีอากรของประชาชร เพราะฉะนั้นวันที่ทุกอย่างกำลังจะเข้ารูปเข้ารอยและเดินไปข้างหน้าได้ดีก็ อย่าไปทำให้มันเสียขบวณ เรื่องของความแตกต่างนั้นแสดงออกกันไปได้ในขอบเขต
เมื่อถามว่า นายกฯมองเป้าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ไว้ที่เท่าไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้สภาพัฒน์ปรับขึ้นมาเป็นร้อยละ 3.5-4.5 ตนก็เคยบอกว่าจะทำให้ได้ถึงสัก 4.7 แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยแต่โดยพื้นฐานของเศรษฐกิจมันทำได้



