ข่าว

ศาลฎีกาฯยันไม่ใช่คู่กรณี"ทักษิณ"ไม่มีอคติ

ศาลฎีกาฯยันไม่ใช่คู่กรณี"ทักษิณ"ไม่มีอคติ

23 ก.พ. 2553

เลขานุการศาลฎีกานักการเมือง เตือนสติประชาชน ศาลไม่ใช่คู่กรณีคู่ความตัดสินคดี ย้ำศาลตัดสินคดีตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน ไม่มีอคติ ระบุการวิจารณ์คำพิพากษาทำได้ประเด็นข้อกฎหมาย ไม่ใช่แสดงความเห็นข้อเท็จจริง ชี้ คนวิจารณ์ไม่เคยเห็นสำนวน ไม่ใช่องค์คณะตัดสิน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายฐานันท์ วรรณโกวิท ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวต้อนรับคณะสื่อมวลชน ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ร่วมเดินทางมาดูงานและขั้นตอนการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า สื่อมวลชนเป็นตัวแทนนำความรู้ไปสู่สังคม ขอให้นำความจริงจากการพิจารณาพิพากษาไปสู่สังคม ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และ 2550 ซึ่งมีการพัฒนามาตามลำดับ ตัดสินคดีประวัติศาสตร์ไปหลายคดี การจัดองค์คณะไม่มีการกำหนดตัวผู้พิพากษา แต่ใช้ระบบการประชุมใหญ่และผู้พิพากษาเลือกกันเองโดยพิจารณาลับ

 ขณะที่นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล เลขานุการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวบรรยายลำดับความเป็นมาของศาลฎีกาฯ ที่มีการจัดตั้งเมื่อปี 2543 และลักษณะคดีที่จะยื่นฟ้องว่า ผู้ที่มีอำนาจฟ้องคือ อัยการสูงสุด หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาฯ ได้แก่ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตามรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ 1 เกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนที่ 2 การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ส่วนที่ 3 การถอดถอนออกจากตำแหน่ง และส่วนที่ 4 การดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและการดำเนินคดี กรรมการ ป.ป.ช. กรณีร่ำรวยผิดปกติกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือละเว้นการกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ ขณะที่การพิจารณาพิพากษาคดีจะมีการเลือกผู้พิพากษาที่มาเป็นองค์คณะจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาด้วยวิธีการลงคะแนนลับ อย่างไรก็ตามจากคดีที่มีการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ทั้งหมด หลังจากก่อตั้งศาลหลายสำนวนมีจำเลยจำนวนมากถูกยื่นฟ้อง อยากให้สังเกตดูว่าศาลไม่ได้มีคำพิพากษาตามที่อัยการ หรือ ป.ป.ช. หรือ คตส.ร้องเข้ามาทั้งหมด แต่จะพิพากษาลงโทษเฉพาะจำเลยที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

 "อยากเตือนสติประชาชนว่าศาลไม่ใช่คู่กรณี การทำหน้าที่ของศาลไม่ได้ขึ้นอยู่ในวิสัยที่เป็นอคติที่ให้ผลคดีเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง และที่ผ่านมาในการวิพากษ์วิจารณ์การตัดสิน เช่น คดีจัดซื้อต้นกล้ายางพารา มีทั้งนักวิชาการ ผู้มีความรู้ทางกฎหมายออกมาวิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งตามมารยาทแล้วห้ามวิพากษ์วิจารณ์ข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด แต่สามารถวิจารณ์ข้อกฎหมายได้ เพราะถือว่าผู้วิจารณ์ ไม่ได้เห็นข้อเท็จจริง ไม่ได้เห็นสำนวน และไม่ใช่องค์คณะผู้พิพากษา“ เลขาฯ ศาลฎีกาฯ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการบรรยาย มีผู้สังเกตการณ์รายหนึ่งถามว่า คำพิพากษาของศาลจะยึดทรัพย์สินทั้งหมดเลยหรือไม่ และมติจะเป็นเอกฉันท์หรือไม่ นายอนุรักษ์ได้แต่ยิ้มรับพร้อมกล่าวว่า เรื่องนี้ตอบไม่ได้ ตนไม่ใช่องค์คณะ และไม่รู้ว่าคำพิพากษาจะออกมาอย่างไร ต้องรอฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น

 เมื่อถามว่าสังคมจับจ้ององค์คณะเหมือนเป็นคู่กรณีกับคู่ความ นายอนุรักษ์ กล่าวย้ำว่า อยากเตือนสติทุกคนว่า ศาลไม่ใช่คู่กรณีกับคู่ความ แต่ศาลมีหน้าที่พิจารณาพิพากษาสำนวนคดีตามพยานหลักฐาน โดยไม่มีอคติแต่อย่างใด

 เมื่อถามว่ากรณีที่มีคนปล่อยข่าวเสนอสินบน จะดำเนินการอย่างไร เพราะศาลได้รับความเสียหาย นายอนุรักษ์ กล่าวว่า กรณีนี้เกินขอบเขตอำนาจของตน

 นอกจากนี้ยังฝากถึงประชาชนที่จะเข้าฟังการพิจารณาคดีในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ว่า ให้แต่งกายสุภาพเรียบร้อย ห้ามนำอาวุธเข้าไปในบริเวณศาล และเมื่ออยู่ในห้องพิจารณาคดี ห้ามนั่งไขว่ห้าง ห้ามส่งเสียงดัง และให้ปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดอีกด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับบรรยากาศรอบอาคารศาลฎีกา ปรากฏว่าขณะนี้มีการนำแผงเหล็กกั้นมาติดตั้งโดยรอบ ห่างจากรั้วและประตูทางเข้าออกประมาณ 2 เมตร และบริเวณทางเท้านอกรั้วศาลฎีกา มีการตั้งเต็นท์สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล สารวัตรทหาร (สห.) และเจ้าหน้าที่เทศกิจ 3 แห่งตรงประตูทางเข้าออก 3 จุด แต่ละเต็นท์มีกำลังมากกว่า 30 นาย เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ภายในบริเวณศาลฎีกายังมี รปภ.สวมเสื้อเกราะเดินตรวจเป็นระยะ

อัยการชี้มีเวลา 10 ปีตามจิกทรัพย์แม้ว

 แหล่งข่าวอัยการกล่าวถึงขั้นตอนการบังคับคดี หากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นของแผ่นดินว่า จะต้องดูรายละเอียดคำสั่งศาลฎีกาฯ ก่อนว่าหากให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จะมีคำสั่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้มีรายชื่อบุคคลใดบ้าง และเงินบัญชีของบุคคลใดบ้าง เพราะในชั้นไต่สวนของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้จำนวน 6.9 หมื่นล้านบาท จากจำนวนทรัพย์สินที่ยื่นตามคำร้องทั้งหมด 7.6 หมื่นล้านบาทเศษ อย่างไรก็ดีหากศาลมีคำสั่งแล้ว ก็ต้องดำเนินการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งต่อไป ซึ่งมีระยะเวลาบังคับคดี 10 ปี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพย์ที่ร้องขอตกเป็นของแผ่นดินแล้ว ศาลก็จะออกหมายบังคับคดีให้เจ้าของทรัพย์ ส่งมอบทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองนั้น ส่วนกรณีที่ทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของสถาบันการเงิน ก็จะส่งหมายไปยังสถาบันการเงินนั้นส่งมอบให้ โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการติดตามยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาล

ดีเอสไอสั่งสอบข่าวสินบนผู้พิพากษา

 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคการเมืองใหม่ออกมาระบุว่ามีข่าวลือเรื่องการติดสินบน 5,000 ล้านบาท ให้องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า เป็นข้อมูลที่พรรคการเมืองใหม่เพิ่งจะเปิดเผย ซึ่งดีเอสไอจะนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบโดยประสานการทำงานร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างไรก็ตามเบื้องต้นยังไม่พบอะไรผิดปกติ

 เมื่อถามว่าการที่พรรคการเมืองใหม่ออกมาเปิดข้อมูลเรื่องนี้ หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นศาลหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ฝ่ายข้าราชการประจำขอไม่ออกความเห็น เนื่องจากเรื่องนี้น่าจะเป็นประเด็นทางการเมือง

 ส่วนการตรวจสอบเส้นทางโอนเงินจากต่างประเทศ ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่ามีแกนนำคนเสื้อแดงบางคนเดินทางไปรับเงินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อใช้สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไอตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการโดยเฉพาะ และให้ติดตามเรื่องนี้ตลอดอย่างรอบด้าน จนถึงขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลที่เป็นนัยสำคัญ

 ทหารปราจีนบุรีจัดเสวนารักชาติแทนเคลื่อนกำลังรบ

 เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่  22 ก.พ.53 ที่ห้องประชุมชั้น 4 โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ เป็นประธานพิธีเสวนาเรื่องความรักชาติ ผู้ร่วมเวทีเสวนาประกอบด้วย พระครูวิบูลโพธาภิรัต เจ้าคณะอำเภอศรีมหาโพธิ ดร.สุรชัย ศรีสารคาม รอง ผวจ.ปราจีนบุรี ผู้ร่วมรับฟังประกอบด้วยนักเรียน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนกว่า 1,000 คน

 พล.ต.วลิต กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 โดยกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ได้จัดให้มีการเสวนาเรื่องความรักชาติ เพื่อให้เกิดความรัก ความผูกพัน สร้างความเข้าใจ ความสมัครสมานสามัคคีให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีดังกล่าวขึ้น

 ด้าน พันโทจิรสิทธิ์ จันทร์มี รองเสนาธิการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ กล่าวว่า การรักษาความสงบ กรณีการพิจารณาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นทหารกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ พร้อมให้การสนับสนุนเจ้าพนักงานตามแผนรักษาความมั่นคง หากได้รับการร้องขอ ที่ผ่านมาพล ร2 รอ.ยังไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายกำลังพลเข้ากรุงเทพฯ แต่อย่างใด และไม่ใช่หน่วยเร่งด่วนอันดับ 1ในการเคลื่อนย้ายกำลังพล นอกจากส่วนกำลังไม่เพียงพอ”พันโทจิรสิทธิ์ กล่าวในที่สุด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศมีการซักถามข้อสงสัยจากผู้ร่วมเสวนา จากนั้นมีการร่วมร้องเพลงภูมิแผ่นดินนวมินทร์มหาราชา –รักกันไว้เถิดก่อนจบการเสวนา