ข่าว

ภาคเหนือเดินหน้า "แก้หนี้ครู" ดึงสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเข้าร่วมโครงการฯ

ภาคเหนือเดินหน้า "แก้หนี้ครู" ดึงสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเข้าร่วมโครงการฯ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สหกรณ์ออมทรัพย์ครูภาคเหนือ 17 จังหวัด ถอดบทเรียนกับสอ.ครูตัวอย่าง พร้อมดึง 20 สอ.ครู สมัครใจเข้าร่วมโครงการ "แก้หนี้ครู" มุ่งเป้าลูกหนี้เงินเดือนเหลือไม่ต่ำกว่า 30% ส่วนครูเกษียณเน้นหักลบกลบหนี้ จากเงินบำเหน็จตกทอดมายุบยอดหนี้ให้ลดลง

"แก้หนี้ครู" เริ่มขยับปรับตัวเพื่อนำไปสู่การลดหนี้ หรือแก้หนี้ครูทั้งระบบ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูภาคเหนือ 17 จังหวัด

 

โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ปรึกษารมว.ศธ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

 

พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ เช่น นายสุทิน แก้วพนา รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายวัลลพ สงวนนาม รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประชุม “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน” ร่วมกับผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูภาคเหนือ 17 จังหวัด ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่

ในระยะแรก กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้กำหนดโครงการแก้ปัญหา โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ต้นแบบเป็นฐาน เริ่มจากการศึกษาและถอดบทเรียนกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูตัวอย่าง 2 แห่ง คือ สหกรณ์ออมทรัพย์ (สอ.)ครูสมุทรปราการ และ สอ.ครูกำแพงเพชร 


จากนั้นได้วางแผนดำเนินการระยะที่ 2 เพื่อขยายไปทั่วประเทศ โดยเปิดรับสมัคร สอ.ครูทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ครูที่มีหนี้สินกว่า 9 แสนคน มีหนี้ 1.4ล้านล้านบาท  ให้มีสภาพคล่องในการชำระหนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี 

 

ส่งผลให้ครูได้รับการดูแลช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างทั่วถึงและเป็นระบบ เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่มีคุณภาพ มีวินัยด้านการเงิน เกิดขวัญกำลังใจในการทำงาน และส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาและคุณภาพสังคมต่อไป

ซึ่งขณะนี้มี สอ.ครูทั่วประเทศ สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ 20 แห่ง ดังนี้

ภาคเหนือ 4 แห่ง คือ สอ.ครูเพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และลำปาง

ภาคกลาง 4 แห่ง คือ สอ.ครูกาญจนบุรี สมุทรปราการ ชัยนาท และสระแก้ว

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 แห่ง คือ สอ.ครูสกลนคร หนองคาย ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ สุรินทร์ มุกดาหาร และอุบลราชธานี

ภาคใต้ 5 แห่ง คือ สอ.ครูภูเก็ต ปัตตานี สุราษฎร์ธานี ชุมพร และกระบี่

 

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ได้ประชุมกับผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูภาคเหนือ(สอ.ครูภาคเหนือ)ทั้ง 17 จังหวัด โดยเฉพาะ 4 จังหวัดภาคเหนือ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ

 

โดยใช้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้นแบบเป็นฐาน เพื่อจะเร่งให้ครูที่เป็นสมาชิกได้รับการแก้ปัญหาด้วยแนวทางต่าง ๆ ต่อไป เช่น ครูเกษียณอายุราชการแล้ว ซึ่งจะไม่ได้รับเงินวิทยฐานะ ทำให้เงินได้รายเดือนลดลง ส่งสหกรณ์ไม่พอ ก็มีแนวทางจะช่วยเหลือในส่วนนี้ 

 

โดยใช้สินทรัพย์และรายได้ในอนาคตที่มี เช่น เงินบำเหน็จตกทอด มายุบยอดหนี้ให้ลดลง หรือการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้โดยเจรจากับสถาบันการเงิน การปรับลดค่าธรรมเนียมและการค้ำประกันด้วยบุคคลที่ไม่จำเป็น การยกระดับระบบและกระบวนการตัดเงินเดือนให้มีการควบคุมยอดหนี้ที่จะกู้ได้โดยไม่เกินศักยภาพ เงินเดือนเหลือไม่ต่ำกว่า 30%

 

การปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเกษียณอายุราชการ และกลุ่มเกษียณอายุราชการ รวมไปถึงการให้ความรู้วางแผนวินัยทางการเงินและการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ครูทุกระดับ ทุกสังกัด ตั้งแต่กลุ่มผู้บรรจุใหม่ จนถึงกลุ่มเกษียณอายุราชการ เป็นต้น

logoline