
บัวแก้วพร้อมแจงผลคดียึดทรัพย์แม้วต่อต่างชาติ
"บัวแก้ว"วอนยูเออีจับตาเข้ม"ทักษิณ" ทางการเมืองในไทย เผยมีสัญญาณบวกหลังศาลยูเออีขออสส.แจ้งให้แปลหมายจับเป็นภาษาอาราบิกใช้พิจารณาจะส่งกลับไทยหรือไม่
(22ก.พ.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. นายโมฮัมเหม็ด อาลี อาเหม็ด ออมรัน อัล แชมซี่ เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย ได้เข้าพบนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ภายหลังการหารือดังกล่าว
นายพนิช กล่าวว่า ได้เชิญเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อหารือถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลอาญาของไทยมีคำสั่งให้ส่งตัวนายไมเคิล ไบรอัน สมิธ ผู้ต้องหาสัญชาติอังกฤษเป็นผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อไปดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกง ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) ซึ่งคำสั่งนี้เป็นไปตามคำร้องขอความร่วมมือของยูเออี และไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทางการยูเออีเคยร้องขอมาแล้วถึง 6 ครั้ง ซึ่งไทยได้ส่งตัวผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงกลับไปยังยูเออีมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อปี 2549 ถือเป็นความร่วมมือต่างตอบแทนของทั้ง 2 ประเทศแม้จะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน สำหรับการเจรจาจัดทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับยูเออีนั้น มีความคืบหน้าตามลำดับ โดยมีการเจรจาครั้งแรกเมื่อวันที่ 9-13 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง 2 ฝ่ายได้มีการรับรองร่างสนธิสัญญาฯแล้ว และต้องมีการเจรจาอีกครั้ง และทางยูเออีได้ตอบรับว่าเจ้าหน้าที่ของยูเออีจะสามารถเดินทางมาเจรจากับไทยภายในเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้
นายพนิช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของไทยในขณะนี้แก่เอกอัครราชทูตยูเออีด้วย และตนได้ขอให้เอกอัครราชทูตยูเออีแจ้งต่อรัฐบาลยูเออีเพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบ และติดตามความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วง 2 - 3 สัปดาห์นี้ อย่างใกล้ชิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณที่ขณะนี้พำนักอยู่ในนครดูไบ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งอย่างใด หรือยุยง ปลุกปั่นกระแส รวมถึงโจมตีรัฐบาลและบุคคลสำคัญของไทยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต่างๆขึ้นอยู่ดุลพินิจของทางการยูเออีถ้ามีการดำเนินการใดๆ ซึ่งรัฐบาลไทยเชื่อว่าถ้าพบว่ามีการยุยง ปลุกปั่นกระแส รัฐบาลยูเออีคงไม่ปล่อยให้พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ต่อไปแน่นอน และเราคาดหวังว่ายูเออีจะเชิญพ.ต.ท.ทักษิณออกนอกประเทศเช่นเดียวกับที่เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือน เม.ย.2552
ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลของยูเออีได้ขอให้สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) แปลหมายจับกุมชั่วคราวพ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งสำนวนคดีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นภาษาอาราบิกที่เป็นภาษาราชการของยูเออี เพื่อให้ศาลของยูเออีใช้ในการพิจารณาตามที่ทางการไทยร้องขอให้ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นความคืบหน้าและเป็นการส่งสัญญาณในทางบวกต่อความร่วมมือระหว่างไทยกับยูเออีเพิ่มขึ้น
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการแลกตัวนายสมิธกับพ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า คดีของนายสมิธมีฐานความผิดตั้งต้นที่เป็นการฉ้อโกง ไม่เหมือนกับคดีของพ.ต.ท.ทักษิณที่เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งเราใช้ข้อตกลงต่างตอบแทน โดยถ้ายูเออีจะมีการขอตัวผู้ต้องหาที่ทำความผิดเช่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ เราก็ยินดี เมื่อถามต่อว่าถ้าเป็นคนละฐานความผิดแต่ฝ่ายไทยได้ส่งผู้ต้องหาให้กับยูเออีแล้ว 2 คน ฝ่ายไทยยังหวังว่าทางยูเออีจะตอบรับด้วยการส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาหรือไม่ นายพนิช กล่าวว่า เราก็หวังเช่นนั้น
ต่อข้อถามว่าภายหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว จำเป็นต้องส่งคำพิพากษาไปให้ทางการยูเออีด้วยหรือไม่ นายพนิช กล่าวว่า คงไม่จำเป็น แต่เราเพียงขอให้เขาช่วยจับตาความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ถ้ามีการใช้ยูเออีเป็นฐานการโจมตีทางการเมืองเท่านั้น ทั้งนี้ ภายหลังการตัดสินคดียึดทรัพย์ฯแล้ว ทางกระทรวงฯคงจะมีการเชิญคณะทูตานุทูตต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่ประจำการในไทย มารับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลฯอีกครั้ง เพราะอยากให้สื่อต่างประเทศและคณะทูตต่างประเทศที่ประจำการในไทย ได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง ไม่อยากให้วิเคราะห์กันไปตามกระแส ส่วนการที่พ.ต.ท.ทักษิณขู่ว่าถ้าถูกยึดทรัพย์ทั้งหมด ก็จะไปฟ้องศาลโลกนั้น ตนไม่แน่ใจว่าศาลโลกจะรับฟ้องกรณีนี้หรือไม่ เพราะไม่ใช่เป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือบริษัทข้ามชาติ
บัวแก้วพร้อมแจงผลคดียึดทรัพย์ทักษิณต่อต่างชาติ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ต่างประเทศแสดงความห่วงต่อสถานการณ์ของไทยในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะอ่านคำพิพากษาในคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบเหมือนเมื่อช่วงเดือน เม.ย. 2552 ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับนานาประเทศและประชาชนไทยว่า รัฐบาลให้สิทธิ์กับประชาชนตามกรอบของกฎหมาย และที่สำคัญรัฐบาลได้ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันเป็นมาตรฐานเดียวไม่มี 2 มาตรฐาน และเป็นกฎหมายฉบับเดียวกันกับรัฐบาลทุกสมัย ส่วนการประสานกำลังเพื่อดูแลกระทรวงการต่างประเทศซึ่งเป็นจุดเสี่ยงตามที่มีการประเมินจากฝ่ายความมั่นคงนั้น ทางกระทรวงฯ ไม่ได้มีการประสานอะไรเป็นพิเศษในเรื่องการรักษาความปลอดภัย
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ถ้ามีใครร้องขอคำพิพากษาหลังการตัดสินคดีนี้ ทางกระทรวงฯยินดีสรุปเป็นภาษาต่างประเทศเพื่อชี้แจงกับนานาประเทศ ส่วนที่หลายประเทศได้แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวของตัวเองให้ระมัดระวังในการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยในเวลาดังกล่าว นายษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้สั่งการให้เอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ ทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ เพราะเกรงว่าจะมีการบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม การแจ้งเตือนของประเทศต่างๆถือเป็นเรื่องภายในของประเทศเหล่านั้น เพราะไทยเคยมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น
“นพดล”ปัดข่าว”แม้ว”ยัดเงิน5พันล้านตุลาการ
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฏหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงกรณีโฆษกพรรคการเมืองใหม่ออกมาระบุถึงข่าวลือว่ามีการทุ่มเงิน 5 พันล้านบาทให้ผู้พิพากษาเพื่อล้มคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ตนได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ขอยืนยันว่าไม่มีการวิ่งเต้นจ่ายเงินเพื่อล้มคดีหรือต่อรองคดียึดทรัพย์ แน่นอน ส่วนข่าวที่ออกมาขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ประเมินว่าเป็นการกุข่าวที่ออกมาจากพรรคการเมืองใหม่ จากรัฐบาล และสื่อบางส่วน เพื่อต้องการให้มีข่าวทางลบแก่พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนวันตัดสินคดี ทางศาลฎีกาฯ เองก็ปฏิเสธแล้วว่า ไม่มีการให้สินบนแก่ตุลาการคนใด
ดังนั้นการที่โฆษกพรรคการเมืองใหม่ออกมาเปิดประเด็น จึงเป็นการตีปลาหน้าไซ หวังผลทางการเมือง สร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ต้องการจะล้มคดีเพื่อเอาทรัพย์สินคืน ก่อนหน้านี้ก็เคยปล่อยข่าวแล้วว่า คนเสื้อแดงจะสร้างสถานการณ์รุนแรงป่วนเมือง จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและทุกฝ่ายให้เลิกชี้นำกดดันศาล



