ข่าว

อัยการปราบทุจริตฯภ.3 เร่ง ปปช.ส่งตัว "พิกิฏ" ฟ้องคดีทุจริตยาง 30 พ.ย.นี้

อัยการปราบทุจริตฯภ.3 เร่ง ปปช.ส่งตัว "พิกิฏ" ฟ้องคดีทุจริตยาง 30 พ.ย.นี้
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

อัยการปราบทุจริตฯภ.3 ส่งหนังสือแจ้ง ประธาน ป.ป.ช. เร่งส่งตัว "พิกิฎ ศรีชนะ" เลขาฯรมว.วัฒนธรรม ฟ้องคดีทุจริตส่งเสริมปลูกยาง สมัยเป็นรองนายกฯ อบจ. ยโสธร ภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้ หลังบางข้อหาหมดอายุความแล้ว

ความคืบหน้ากรณี นายพิกิฏ ศรีชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางอาญาในคดีกล่าวหาทุจริตโครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา ปี 2549 , 2550 และ 2551  เมื่อครั้งสมัยดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ยโสธร ก่อนที่จะถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับในเวลาต่อมา หลังจากไม่เดินทางมารายงานตัวพนักงานอัยการตามนัดหมาย 

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมานายปรีชา พงษ์พานิช รองอธิบดีอัยการภาค 1 รักษาการในตำแหน่งอธิบดีอัยการสํานักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 3 ได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องขอให้ส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาไปฟ้องโดยอ้างถึงหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารประกอบเรื่องกล่าวหาคดีที่ ขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินคดีอาญากับนายพิกิฎ ศรีชนะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ,เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91,151,152,157  พรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา7,8,13 

ทั้งนี้อัยการสูงสุดได้พิจารณารายงานการไต่สวนและความเห็นกรณีดังกล่าวข้างต้นแล้วมีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญาตามมาตรา 151 ที่ยังไม่หมดอายุความ 

ส่วนการฟ้องคดีตามมาตรา 152 และ157 อสส. มีคำสั่งให้ยุติการดำเนินคดีกับ นายพิกิฏ เนื่องจากคดีขาดอายุความ โดย อสส.ได้มอบหมายพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 3 เป็นผู้ดำเนินคดี 


คดีนี้เหตุเกิดที่ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร และต.กุดชุม อ.กุดชุม จ.ยโสธร จึงต้องฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 และอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1ภาค  3 เป็นผู้ดำเนินคดี

 

โดยขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการแจ้ง นายพิกิฏ ไปรายงานตัวต่อพนักงานอัยการ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09.30 น. เพื่อดำเนินการฟ้องคดีตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และขอให้ดำเนินการจัดการให้ได้ตัวผู้ถูกกล่าวหามาฟ้องคดีภายในกำหนดอายุความตามกฎหมายต่อไป

สำหรับข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความคือข้อหาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท ซึ่งข้อหาคดีนี้อายุความ 20 ปี

 

อย่างไรก็ตามจากการโทรสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยัง นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ ได้ทราบเรื่องแล้ว จึงมีความเป็นห่วงเเละมีการประสานไปยังผู้เกี่ยวข้องให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องในข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความโดยเร็ว

logoline