
ปธ.วิปรัฐบาลลั่นไม่เลื่อนเวลาประชุมสภา
ปธ.วิปรัฐบาล ลั่นไม่เลื่อนเวลาประชุมสภา ย้ำยึดเดิม 9 โมงเช้า ยกถ้าทำได้ถือเป็นนิมิตหมายที่แปลกของไทย มั่นใจรัฐบาลคุมสถานการณ์ 26 ก.พ.อยู่ ระบุบ้านเมืองไปรอด จวกกลุ่มที่คิดว่าบ้านเมืองไม่รอดคือพวกประสงค์ร้าย เย้ยคนที่แต่งเรื่องทุกวันจนกลายเป็นเล่านิทานโกหก
(22ก.พ.) เวลา 12.00น. นายวิทยา แก้วภราดรัย ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมวิปฯได้พิจารณาถึงเรื่องเวลาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์กันมากพอสมควร เนื่องจากบางคนเสนอว่า ควรจะขยายเวลาในการเริ่มประชุมเป็นเวลา 10.00 น. แต่มติของวิปฯยืนยันเหมือนเดิม คือ เวลา 09.00น.และคิดว่าทุกคนได้ผ่านระยะเวลาในการปรับตัวพอสมควร คือผ่านไป 2 สัปดาห์ และเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 น่าจะมีความพร้อมมากขึ้น และได้ขอความร่วมมือไปยังทุกพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลในการติดตามเพื่อน สมาชิกมาประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ส่วนฝ่ายค้านที่ไม่เซ็นชื่อหรือไม่ประสงค์แสดงต่าง ๆ เราก็ไม่นับเป็นองค์ประชุมจะครบหรือไม่ครบต้องถือรัฐบาลเป็นหลัก
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ฉะนั้นจึงเป็นการกำชับว่ารัฐบาลควรเข้ามาประชุมให้ครบทั้งวันพุธ และวันพฤหัสบดี ที่เราถือว่าเป็นวันที่มีสาระสำคัญที่จะต้องเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ดังนั้นเราต้องขอความร่วมมือในการเข้าร่วมประชุมสภาฯโดยพร้อมเพรียง จะเห็นว่าในช่วงหลังดีขึ้น องค์ประชุมพร้อมเพรียงกัน แม้ว่าจะล่าช้าไป 30 นาที ต่อไปถ้าควบคุมตรงเวลาได้จะเป็นนิมิตหมายที่แปลกของสังคมไทย
เมื่อถามว่าทางวิปรัฐบาลได้มีการหารือถึงการเตรียมพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยการตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมาดูข้อมูลหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ทางวิปฯยังไม่ได้หารือ เพราะต้องรอฝ่ายค้านยื่นมาก่อนว่าจะเป็นวันไหน ซึ่งเวลานี้ฝ่ายค้านยังไม่มีความชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางวิปรัฐบาลได้มีการหารือถึงสถานการณ์การเมืองและได้มีการประเมินหรือไม่ว่าก่อนจะถึงวันที่ 26 ก.พ.นี้ ในแต่ละพื้นที่จะมีการเตรียมการอย่างไร เพราะมีการปลุกระดมในแต่ละพื้นที่ที่มีการเพ่งเล็ง 38 จังหวัด นายวิทยา กล่าวว่า วิปฯได้มองว่ารัฐบาลได้เตรียมการและมีการซักซ้อมไว้พร้อมพอสมควรในการใช้มาตรการในการควบคุมสถานการณ์ ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดข่าวที่ผ่านจากวิปฯมาประชาชนยังวุ่นวายอยู่กับเรื่อง ของการเกษตรมากกว่า คงมีเวลาว่างมาร่วมประชุมน้อย ซึ่งคงจะไม่มากหากเทียบกับช่วงเดือนเม.ย.51ที่ผ่านมา
ต่อข้อถามว่าคิดว่าบ้านเมืองจะไปรอดหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า อยากจะให้ไปรอด คนที่คิดว่าบ้านเมืองไปไม่รอดก็คงจะประสงค์ร้ายกับบ้านเมือง ไม่มีใครอยากเห็นบ้านเมืองไปไม่รอด แต่วิธีทำให้รอดของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ความไม่เหมือนกันไม่ใช่ทำให้บ้านเมืองพินาศ เมื่อถามย้ำว่าคนกลุ่มไหนที่มีจุดประสงค์ร้ายทำให้บ้านเมืองไปไม่รอด นายวิทยา กล่าวว่า ก็เห็นกันอยู่ กลุ่มคนที่ประกาศทุกวันจะชุมนุม เผด็จศึกม้วนเดียวจบ ไม่รู้จะจบเรื่องใด จนเดี๋ยวนี้ยังไม่รู้ว่า คุณจะจบเพื่อวัตถุประสงค์ไหน เรียกร้องให้ยุบสภา เป็นเรื่องกลกไลของรัฐสภา สภาจะยุบเมื่อไหร่เป็นปัญหาของสภาที่จะวินิจฉัยให้รัฐบาลตัดสินใจ แต่สิ่งที่ต้องการยังคิดว่าเลื่อนลอย และหนีไม่พ้นวังวนการพิทักษ์ ปกป้องประโยชน์ของคนที่จะถูกตัดสินในวันที่ 26ก.พ.นี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าคนกลุ่มนั้นจะทำสำเร็จหรือไม่ นายวิทยา กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่สำเร็จ และคิดว่ารัฐบาลจะคุมอยู่ เพราะการเดินแนวทางด้านมวลชน มวลชนต้องอยู่เคียงข้าง การต่อสู้ทางการเมืองคือแนวทางมวลชน ถ้ามวลชนเอาด้วยหมดทุกเรื่องก็สำเร็จ แต่ถ้ามวลชนพูดเองเออเองแต่ละเรื่อง และสังคมทั่วไปเริ่มจับตามองว่าการให้ข่าวของกลุ่มดังกล่าวเป็นการยกเรื่อง ขึ้นมาแต่ละวัน และพูดกันจนตัวเองเชื่อว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง แล้วพยายามชักชวนคนอื่นเชื่อด้วย แต่สุดท้ายมันบ่อยจนกลายเป็นนักเล่านิทานโกหกประจำบ้านเมืองไปแล้ว



