ข่าว

"อภิชาติ"ยันรู้ผลคดียุบปชป.ภายในมีนาคม

"อภิชาติ"ยันรู้ผลคดียุบปชป.ภายในมีนาคม

22 ก.พ. 2553

ประธานกกต. เผย มีนาคมนี้ รู้ผลคดียุบ ปชป. ยันทำหน้าที่เป็นกลาง อัด ดีเอสไอ สอบเสร็จเป็นปี แต่ไม่ส่งศาล

(22ก.พ.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีสำนวนเงิน 258 ล้านบาท และเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวว่าหาว่ามีการใช้จ่ายเงินผิดวัตถุประสงค์และอาจเข้าข่ายขัดพ.ร.บ.พรรคการเมือง ว่า ขณะนี้คณะทำงานทำหน้าที่กันอย่างหนักประชุมกันหลายครั้ง ส่วนตนก็ได้อ่านสำนวนทั้ง 7,000 หน้าแล้ว ตนตั้งใจจะทำให้เสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้

 “การพิจารณาของเราไม่ได้อยู่นิ่ง คณะทำงานก็ประชุมกันอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ผมรู้สึกพอใจการทำงานของคณะทำงานมากเพราะรู้ว่าเขาทำงานกันอย่างเต็มที่ ส่วนการวินิจฉัยของกกต. ก็ไม่ได้ดูกระแสการเมือง แต่ทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุดเพราะเรื่องนี้ผมตั้งใจไว้ว่าเมื่อออกมาสู่สายตาประชาชนจะต้องออกมาเหมือนคำพิพากษาของศาล ถูกต้องด้วยเหตุผลและความจริง ให้คนได้เห็นชัดไปเลย”นายอภิชาตกล่าว  
 
 อย่างไรก็ตามการที่คณะทำงานที่นายทะเบียนจัดตั้งขึ้นเชิญฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มาชี้แจงนั้น ตนเห็นว่าก็เป็นการให้โอกาสเขามาข้อเท็จจริง ยืนยันว่าการพิจารณาไม่ได้ล่าช้า เพราะต้องยอมรับว่าการดำเนินการที่ผ่านมาผิดทางไปหน่อย หากมาที่นายทะเบียนพรรคการเมืองแต่แรกเรื่องก็คงไม่ล่าช้าขนาดนี้ แต่สำนวนที่ฝ่ายสืบสวนได้สอบสวนทำมาก็ถือว่าได้ประโยชน์   

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายทะเบียนยกคำร้องจะต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุม กกต.อีกหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ถ้านายทะเบียนยกคำร้องก็ถือว่ายุติเรื่อง เพราะก่อนหน้าก็มีเสียงจากกกต.ท่านอื่นที่ตีความทางกฎหมายต่างกัน แต่ขณะนี้เป็นในทางเดียวกันแล้ว ดังนั้นหากนายทะเบียนมีความเห็นให้ยุบพรรคก็จะต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม กกต.หากจะยุบพรรค  

 เมื่อถามว่า ส่วนคณะทำงานจะให้น้ำหนักประเด็นเงิน 258 ล้าน กับเงินกองทุนจำนวน 29 ล้านบาทต่างกันหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ไม่ได้เจาะจงให้น้ำหนักชุดไหน แต่สั่งให้ทำเต็มที่  เพราะเรื่องเงินกองทุนเป็นเรื่องเก่า เกิดก่อนที่พวกตนมารับตำแหน่งเป็น กกต.โดยเรื่องนี้ก็ผ่านกระบวนการตรวจสอบทางบัญชีถูกต้อง พร้อมทั้งมีการใช้เงินอย่างถูกต้องทุกอย่าง ซึ่ง กกต.ชุดนี้ได้รับรองไปแล้ว ทั้งนี้หากมีการโต้แย้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตนก็จะให้คณะทำงานตรวจสอบไปให้ลึกกว่าเดิม

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการตรวจสอบเรื่องเป็นเพราะดีเอสไอต้องการโยนภาระมาให้ กกต. เนื่องจากเป็นประเด็นทางการเมืองจึงไม่อยากเข้าไปเกี่ยวจข้องหรือไม่ นายอภิชาตกล่าวว่า คุณดูแล้วกันว่า เรื่องนี้ทำไมทำเสร็จแล้วเป็นปีแต่เรื่องยังไม่ถึงศาล เพราะฉะนั้นเราต้องค้นหาข้อมูลให้ชัดเจนว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการยักยอกทรัพย์ของบริษัทหรือไม่   ถ้าเป็นกรณียักยอกทรัพย์ คนที่นำเงินที่ได้รับจากคนที่ยักยอกทรัพย์ ก็ถือว่าเข้าข่ายรับของโจรซึ่งเรื่องนี้ต้องมีข้อทเท็จจริงที่ชัดเจนถึงจะส่งศาลได้เรื่องก็จะจบ   ซึ่งกกต.เป็นส่วนปลายทางแล้ว จริง ๆ เรื่องต้องยุติก่อนที่จะมาถึงเรา แต่ไป ๆ มา ๆ ดูเหมือนว่าปลายเหตุจะยุติก่อนต้นเหตุด้วยซ้ำ

 “หากให้เราทำก็ต้องให้เวลาเราพอสมควร เพราะที่หน่วยงานอื่นโยนมาให้เราเป็นกองใหญ่ก็ต้องมานั่งหาข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน ที่ยังมีความขัดกันระหว่างดีเอสไอกับกกต เรื่องสำนวนที่แม้ดีเอสไอจะบอกว่าสำนวนสมบูรณ์ครบถ้วน แต่ กกต.ห็นว่ายังไม่เรียบร้อย เมื่อเราดูแล้วยังเห็นว่าตรงไหนไม่ครบถ้วนก็จะชี้แจงให้สังคมรับทราบ ” นายอภิชาตกล่าว  
        
  ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกดดันหรือไม่ที่กลุ่มการเมืองออกมากดดันประธานกกต.ในช่วงนี้ นายอภิชาต  กล่าวว่า "นั่นเป็นความต้องการของหลายฝ่าย แต่ตนก็ต้องออกในแบบที่ตนต้องการด้วย คือให้ถูกต้องเป็นธรรมที่สุด เพราะมีส่วนได้เสียกันสองฝ่าย ผมไม่ได้คำนึงถึงความถูกใจของใคร แต่ผมก็ทำหน้าที่เหมือนผู้พิพากษาที่จะต้องชี้ให้ชัดเจนให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนถึงจะชี้ได้ และจะมัวแต่นั่งกลัวทำไม่ถูกใจใครนั้น ผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้นผมจะทำให้ดีที่สุด"