ข่าว

'ดีเอสไอ'จ่อสอบข่าวสินบนคดียึดทรัพย์

'ดีเอสไอ'จ่อสอบข่าวสินบนคดียึดทรัพย์

22 ก.พ. 2553

ดีเอสไอเตรียมตรวจสอบข่าวติดสินบน 5 พันล้าน ผู้พิพากษาคดียึดทรัพย์ "ทักษิณ" 7.6 หมื่นล้าน “เทพเทือก”ปัดไม่วิจารณ์ พร้อมวิง วอนคนไทยเชื่อมั่นศาล ยกตัวอย่างถุงขนมซื้อศาลไม่สำเร็จ ยันประชุมครม.อังคารนี้ ยังไม่ขออนุมัติประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคง เย้ยมองไม่เห็นทาง“ท

(22ก.พ.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์กรณีโฆษกพรรคการเมืองใหม่ออกมาระบุว่าได้ยินข่าวลือเรื่องการติดสินบิน 5 พันล้านบาทให้องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นข้อมูลที่พรรคการเมืองใหม่เพิ่งจะเปิดเผย ซึ่งดีเอสไอจะนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบ อย่างไรก็ตามเบื้องต้นยังไม่พบอะไรผิดปกติ

 เมื่อถามว่าจะใช้เวลาตรวจสอบนานหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า เราทำอย่างต่อเนื่อง โดย ประสานการทำงานร่วมกันกับ ป.ป.ง.

 เมื่อถามว่าการที่พรรคการเมืองใหม่ออกมาเปิดข้อมูลเรื่องนี้ หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นศาลหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ฝ่ายข้าราชการประ จำขอไม่ออกความเห็น เนื่องจากเรื่องนี้น่าจะเป็นประเด็นทางการเมือง

 ส่วนความคืบหน้าในการตรวจสอบเส้นทางการเงินมายังแกนนำคนเสื้อแดงนั้น นายธาริต กล่าวว่า ดีเอสไอได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามเรายังคงทำงานกันอยู่

 ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคการเมืองใหม่ ออกมาพูดว่า มีข่าวร่ำลือการจ่ายสินบนให้กับผู้พิพากษาองค์ คณะพิพากษาคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องที่น่าสลดใจอย่างยิ่ง ที่มีการปล่อยข่าวทำลายภาพลักษณ์ศาล ของกระบวนการยุติธรรมไทยขอเรียนว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นระ บบที่มีมาตรฐานเป็นร้อย ๆ ปีพอมาพิจารณานี้ศาลเหนื่อยเลย ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยต้องตั้งสติให้ดี 

 สำหรับการพิจารณาคดีนักการเมืองนั้น รัฐธรรมนูญได้ออกแบบวิธีพิจารณาคดีไว้เป็นการเฉพาะให้เกิดความรวดเร็วจึงใช้ศาลฎีกาเลย แต่มีระบบรองรับให้เกิดความเป็นธรรม คนที่จะมาเป็นผู้พิจารณาพิพากษาในกรณีเช่นนี้จะใช้ผู้พิพากษาจากศาลฎีกา ซึ่งเป็นศาลสูงถึง 9 ท่าน มาเป็นองค์คณะ ขอให้คิดดูว่าผู้พิพากษา 9 ท่านนั้นกว่าจะมาอยู่ศาลฎีกาได้ต้องทำงานผ่านทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ มาค่อนชีวิตใกล้จะเกษียณอยู่แล้ว มีประสบการณ์ในการใช้วิชาชีพกฎหมายมาอย่างช่ำชอง โชกโชน แม่นย่ำ และไม่ใช่ใครจะมาเป็นได้ แต่ต้องเป็นการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา 

 “ อยากให้พี่น้องคนไทยเชื่อมั่นในระบบของเรา อย่าไปหวั่นไหว อย่าไปบอกว่าศาลจะถูกกดดัน หรือจะเปลี่ยนความคิด แนวทางในการพิพากษา หรือศาลถูกซื้อ ถูกจ้างอย่าไปฟังเลย ผมเชื่อว่าทำไม่ได้ในประเทศไทย วิธีนั้นทำไม่ได้ แม้จะมีคนพยายามจะทำ ไม่เห็นหรือว่า เคยเกิดกรณีมีคนเอาเงินใส่ถุงขนมไปทิ้งไว้บนศาล จนต้องติดคุกไปแล้ว ไม่สำเร็จหรอก และผู้พิพากษาในศาลสูงเหล่านี้ถ้าไม่แน่ใจท่านไปไม่ถึงศาลสูงหรอก ” นายสุเทพ กล่าว

  ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคการเมืองใหม่ออกมาพูดเช่นนี้จะมีการสอบถามหรือไม่ หรือเพราะเขามีประสบการณ์เองจึงออกมาพูดโดยไม่กระดากปาก นายสุเทพ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ตนไม่กล้าไปวิจารณ์เขา เดี๋ยวจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างตนกับพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาอีก ขนาดตนไม่วิจารณ์เขายังเสนอปลดตนเป็นประจำอยู่แล้ว จึงขอไม่ไปวิจารณ์   เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการปล่อยข่าวต่าง ๆ ออกมาอีกหรือไม่อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าข่าวยังต้องมีอีกเยอะ และน่าเห็นใจศาลมาก แต่ศาลท่านคงไม่ต้องการความเห็นใจจากเรา เพราะท่านถือว่า ปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ที่มีเกียรติยศที่สุด สื่อมวลชนลองนึกดูว่าในวันที่ 26 ก.พ.ถ้าศาลไม่ยึดทรัพย์เลยแม้แต่บาทเดียวปล่อยไปโดยมีเหตุผลของศาลตามกฎหมายคนพวกหนึ่งก็ต้องออกมาด่า ตำหนิศาล วิพากษ์วิจารณ์เสียไม่มี แต่ถ้าหากยึดหมดก็ต้องมีคนออกมาด่า ตำหนิศาลอีก ดังนั้นไม่ว่าจะตัดสินอย่างไรศาลก็ไม่มีกำไร  

 นายสุเทพ กล่าวว่า ตนวิงวอนขอให้ประชาชนรอฟังการตัดสินของศาลวันนั้นเราจะมีการจัดให้มีการถ่ายทอดเสียงเพื่อให้ได้ยินกันไปพร้อม ๆ กัน และตนเชื่อว่าศาลจะมีคำอธิบายทุกแง่มุม ทุกประเด็น ว่าพิพากษาไปนั้นด้วยเหตุผลอะไร และคนไทยต้องทำใจยอมรับคำพิพากษานั้น และยอมรับระบบนี่คือ ระบบประชาธิปไตยที่มีการแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน หากเรายึดหลักนี้ได้บ้านเมืองก็จะไม่วุ่นวาย

 เมื่อถามว่า ก่อนหน้าที่จะถึงวันพิพากษาทางคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (ตคตม.) จะมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนจะประชุมเป็นระยะ ๆ แต่ในระหว่างที่ไม่มีการประชุมตนมีระบบการสื่อสารถึงกันอยู่แล้ว เพื่อรายงานข่าวและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง

 ต่อข้อถามว่า ในการประชุมครม.วันที่ 23 ก.พ.นี้จะมีการขอความเห็นชอบประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงไว้ล่วงหน้าหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศพื้นที่ความมั่นคง ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่ปรึกษากองทัพบกก็ทราบว่าได้เดินทางไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดูไบ แต่ไม่ทราบว่าไปรับคำสั่งอะไรมา แต่ก็ค่อย ๆ ติดตามดูกันต่อไป 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายนพดล  ปัทมะ  อดีตที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า ได้เตรียมช่องทางการต่อสู้หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินคดียึดทรัพย์แล้ว และจะยื่นฟ้องศาลโลกถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม นายสุเทพ กล่าวว่า นายนพดลก็พูดไปเรื่อย ส่วนการที่จะไปฟ้องศาลโลกตนไม่เคยได้ยินว่าจะทำได้แต่ไม่ทราบว่าเขาจะให้มีสถานการณ์อย่างไรถึงจะนำไปสู่ตรงนั้น จะมีจุดประสงค์อย่างไรเพื่อประจานระบบกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่ ตนต้องไปถามเขา แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นนักกฎหมาย เรียนกฎหมายมา

 เมื่อถามว่า มีกระบวนการข่มขู่มากมาย ทั้งข่มขู่วางระเบิดกระทรวงศึกษาธิการ และล่าสุดข่มขู่จะเผาหนังสือพิมพ์แนวหน้า นายสุเทพ กล่าวว่า ก็เพราะเกิดความวุ่นวายสับสน เพราะการเมือง ซึ่งคนที่ทำมีเจตนาชัดเจนที่ต้องการให้เกิดเหตุวุ่นวายในบ้านเมืองเพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการต่อสู้ของเขาต่อไป แต่ขอให้พี่น้องประชาชนได้กรุณาทำหน้าที่เจ้าของประเทศ โดยการช่วยกันเป็นหู เป็นตา หากเห็นอะไรที่แปลกน่าสงสัยขอให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยกทม.ได้ตั้งศูนย์ประสานงานแจ้งติดต่อที่จะประสานงานแล้ว เราเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง อย่ายอมให้ใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาทำให้ประเทศของเราเสียหายวุ่นวาย

 ต่อข้อถามว่าทางภาครัฐจะมีการป้องกันอย่างไร เพราะอาจจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีกบ่อยครั้ง นายสุเทพ กล่าวว่า เราพยายามเตรียมการป้องกันไว้เต็มที่แล้ว โดยมีการเฝ้าระวังความปลอดภัยสถานที่สำคัญ ๆ รวมทั้งตั้งด่านตรวจค้นอาวุธตามสถานที่ต่าง ๆ เตรียมกำลังเจ้านห้าที่ ตำรวจ ทหาร พลเรือน เอาไว้รับมือกรณีที่มีการก่อความวุ่นวาย และเตรียมดูแลแม้กระทั่งการดูแลการชุมนุม ที่จะไม่ให้มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บล้มตาย จึงมีการซักซ้อมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างที่ได้เห็นในช่วงที่ผ่านมา 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กลุ่มคนเสื้อแดงไปจัดการชุมนุมที่ภาคใต้วันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการยั่วยุหรือไม่ เพราะมีกลุ่มคนเสื้อเหลืองส่วนหนึ่งออกมาแสดงความไม่พอใจเหมือนกัน นายสุเทพ กล่าวว่า เขาพยายามเคลื่อนไหวอย่างนี้ตลอด ในวันที่ 23ก.พ.จะไปชุมนุมที่ จ.ลพบุรี เขามีปฏิทินการเคลื่อนไหวของเขาอยู่แล้ว

 ส่วนการที่นายวีระ  มุสิกพงษ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนร่วมสร้างรัฐไทยใหม่นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้คงไม่เอาด้วยกับนายวีระ ประเทศไทยที่ดำรงอยู่ทุกวันนี้ดีอยู่แล้ว คนที่ไม่ดีคือคนที่ก่อกวน สร้างความวุ่นวายต่างหาก คนส่วนใหญ่เข้าใจและมีชีวิติยู่ในระบบอย่างมีความสุข

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าเป้าหมายของกลุ่มคนเสื้อแดงสูงเกินไปกว่าพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ตนไม่วิจารณ์ตอนนี้ เดี๋ยวจะทำให้เกิดปัญหาต่อไป เอาเป็นว่า ตนมีหน้าที่แก้ไขปัญหา