
ม็อบรถบรรทุกยื่นหนังสือ'ส.ว.'ก่อนสลายตัว
ม็อบรถบรรทุกกว่า 300 คัน จอดประท้วงส่วยซ่อนรูปริมถนนบางนา-ตราด กม.4 ก่อนยื่นหนังสือร้องเรียนให้ "สุรชัย ชัยตระกูลทอง" ปธ.อนุกมธ.คมนาคมขนส่งทางบก วุฒิสภา แล้วสลายตัวไป
(22ก.พ.) เวลา 09.00 น. สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางบกทั่วไทย 13 สมาคม และ 4 ชมรม ได้นำรถบรรทุก รถเครน และรถทัวร์จำนวนประมาณ 300 คัน มาจอดในช่องเลนส์ด่วน ถ.บางนา-ตราด ฝั่งขาเข้า 2 ช่องทาง ช่วงกม.ที่4 เกือบถึง กม.ที่ 7 ความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร เพื่อประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลมาดำเนินการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลางตั้งด่านจับควันดำ-เสียงดัง ซ้ำซาก สร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกทั่วประเทศ ซึ่งการกระทำที่เกิดขึ้นเสมือนหนึ่ง ส่วยซ่อนรูป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประท้วงของผู้ประกอบการรถบรรทุกเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ส่งผลกระทบด้านจราจร โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้จัดรถบรรทุก 6 ล้อติดตั้งเครื่องเสียงจอดในช่อเลนส์ด่วนถนนบางนา-ตราดฝั่งขาเข้าหน้าอาคารเนชั่นทาวเวอร์ โดยมีแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัยโจมตีการตั้งด่านตรวจควันดำและเสียงดังของตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจรกลาง (บก.จร.) ที่ตั้งด่านแบบถี่ยิบ ระยะทาง 10 กิโลเมตรมีด่านตรวจลักษณะนี้ถึง 4 ด่าน
นายอภิชาต ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่รถบรรทุกมารวมตัวกันวันนี้เพราะได้รับความเดือดร้อนจริงๆ มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ต้องการเรียกร้องขอความเป็นธรรม จากการกระทำของตำรวจบางคน ที่คอยทำยอดตรวจจับเขียนใบสั่งปรับรถบรรทุกควันดำและเสียงดัง เพื่อนำยอดไปแลกกับเงินนำจับ 70-75 เปอร์เซ็นต์ โดยการตรวจควันดำและเสียงไม่มีเจ้าหน้าที่ชำนาญการร่วมตรวจ ขณะเดียวกันเครื่องมือที่ใช้ก็เก่าเก็บไม่ได้มาตรฐาน ทั้งที่ส่วนใหญ่รถบรรทุกของผู้ประกอบการทุกคนตรวจสภาพอยู่เสมอ
นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า ยิ่งไปกว่านั้นรถบรรทุกที่ติดตั้งแก๊สเอ็นจีวี รับรองว่าไม่มีควันดำแน่นอน แต่ตำรวจหาช่องเขียนใบสั่งเป็นเสียงดัง ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายหรือยอดที่ตั้งไว้รออยู่แล้ว หรือบางครั้งเมื่อตรวจเสียงดังก็จะให้กดคันเร่งจนมิดแช่ไว้นานเพื่อจะเอาเสียงดังหรือเอาควันดำให้ได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการรถบรรทุกที่ได้รับความเดือดร้อนวันนี้(22ก.พ.)ยังมีรายงานว่าผู้ประกอบการรถแท็กซี่ และผู้ประกอบการรถตู้ ก็จะเข้าร่วมประท้วงกับพวกตนอีกด้วย และพวกตนยังมีพยานหลักฐานมีคลิปวีดีโอการรับเงิน หรือส่วยของตำรวจที่ตั้งด่านด้วย
"เคยยื่นหนังสือร้องทุกข์ร้องเรียนไปยังกรมขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมถึงเรื่องนี้หลายครั้ง และส่งหนังสือร้องเรียนไปยัง บก.จร. แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า พวกเรารอไม่ไหว ทนไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงต้องออกมารวมตัวแสดงพลังเรียกร้องความถูกต้องและต้องการให้รัฐ บาลเร่งมาดำเนินการแก้ไขปัญหาการรับส่วยซ่อนรูปของตำรวจ วันนี้รัฐบาลต้องส่งตัวแทนมารับหนังสือร้องเรียนกับพวกเราที่นี่ และยังคงประท้วงต่อไปยังไม่มีกำหนดสลายตัว และพวกเราจะไม่เชื่อคำพูดของผู้ใหญ่ใน บก.จร.อีกแล้ว" นายอภิชาติ กล่าว
ด้านนายวชิรศักดิ์ เล้าประเสริฐ นายกสมาคมการขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรวมตัวประท้วงครั้งนี้เป็นแค่น้ำจิ้ม ยังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนมากที่อยากเข้าร่วมประท้วง หากรถบรรทุกคันไหนสภาพแย่ ผิดจริงถูกจับเราก็ยอมเสียค่าปรับปฏิบัติตามกฏหมาย ยินดีให้จับ แต่มาจับทั้งที่เราไม่ผิดเราจึงไม่ยอม มวลสมาชิกซึ่งมีทั้งหมด 13 สมาคมและ 4 ชมรม มีความเดือดร้อนเกี่ยวกับเรื่องส่วยซ่อนรูปของเจ้าหน้าตำรวจจราจร หวังผลประโยชน์ในการออกใบสั่งอย่างไม่เป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการรถบรรทุก
ต่อมาเวลา 10.30 น.นายทองอยู่ คงขันธ์ ที่ปรึกษาสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยขึ้นปราศรัย ว่าที่ผ่านมาทางสหพันธ์ฯได้ทำหนังสือไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กรมมลพิษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการจำรวจจราจร มาแล้ว แต่ปัญหาดังกล่าวกลับยังไม่ได้รับการแก้ไข ได้รับคำตอบลักษณะเป็นการแก้ตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐแค่นั้นถือว่าไม่ได้แก้ไขอะไรให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุก
"เราประท้วงแสดงพลังเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนของผู้ประกอบการขนส่งทางบกที่ได้รับการปฎิบัติอย่างไม่เป็นธรรม การปฎิบัตหน้าที่ของตำรวจมุ่งหวังเอาเงินรางวัลนำจับและเงินรางวัลค่าปรับโดยปัญหาส่วนใหญ่เป็นการตรวจจับควันดำและเสียงดังที่ตำรวจมีการตั้งด่านสกัด และจับกุมผู้ประกอบการรถ 10 ล้อ ซึ่งเรื่องนี้หลายครั้งเป็นการจับกุมที่ไม่เป็นธรรม ทั้งที่มีวิธิการตรวจสอบให้ถูกต้องและน่าจะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบด้วย แต่กลับทำฝ่ายเดียว ซึ่งค่าเงินรางวัลนำจับเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่วนแบ่งเป็นเงิน 75 เปอร์เซ็นต์ของค่าปรับทำให้เจ้าหน้าที่มีความพยายามที่จะทำยอดค่าปรับจากการจับกุมต่อวันให้ได้วันละ 1,000 คัน" นายทองอยู่กล่าว
เวลา 10.50 น.นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการคมนาคมขนส่งทางบก วุฒิสภา ได้เดินทางมารับหนังสือร้องเรียนกับผู้ประท้วง
นายสุรชัย กล่าวว่า ตนได้รับร้องเรียนจากผู้ประกอบการรถบรรทุก ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ที่กลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกระบุว่าเจ้าหน้าที่รับส่วย ซึ่งเป็นส่วยซ่อนรูปด้วยการทำยอดใบสั่ง เพื่อหักเปอร์เซ็นจากค่าปรับ ตนรับรู้และเข้าใจ และจะช่วยแก้ปัญหาอย่างจริงจังซึ่งตนเห็นว่านายกรัฐมนตรีควรจะเป็นเจ้าภาพสำคัญลงมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการโละระบบส่วยของเจ้าหน้าที่รัฐ
"เรื่องนี้ทางวุฒิสภามีความจริงจังและจริงใจในการช่วยเหลือแก้ปัญหา และทางวุฒิสภาจะเป็นเจ้าภาพจัดเวทีเพื่อท้าพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ที่โรงแรมรามาการ์เด้น ให้ทุกคนทุกฝ่ายนำพยานหลักฐานทุกชิ้นที่มีไปพิสูจน์กัน เราจะเอาจริงเรื่องการตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะตำรวจซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฏหมาย หาช่องโหว่ของกฏหมายมารังแกประชาชน" นายสุรชัย กล่าว
นายสุรชัย กล่าวด้วยว่า เรื่องอุปกรณ์ตรวจควันดำและเสียงดังของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ก็มีการร้องเรียนระบุว่าไม่มีประสิทธิภาพ และใช้งานมานานพร้อมทั้งไม่มีผู้ชำนาญการร่วมตรวจ ซึ่งเรื่องนี้ก็จะมีการตรวจสอบอุปกรณ์เช่นกัน ว่ามีขั้นตอนวิธีการตรวจอย่างไร ระดับขนาดไหนถึงเกินปริมาณที่กฏหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ควรจัดหาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพใช้งานได้แม่นยำในการตรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกของสหพันธ์การขนส่งทางบกซึ่งประกอบด้วย 13 สมาคม และ 4 ชมรม ยื่นหนังสือร้องเรียนกับนายสุรชัย โดยนายสุรชัยก็รับปากว่าจะเร่งดำเนินการตรวจสอบให้ความเป็นธรรม สร้างความสบายใจให้กับกลุ่มผู้ประท้วง และกลุ่มผู้ประท้วงได้สลายตัวแยกย้ายในเวลา 12.15 น.



