
"โรนัลโด"ช็อคบ้านเกิดได้รับภัยพิบัติรุนแรง
คริสเตียโน่ โรนัลโด ช็อคเกาะบ้านเกิดได้รับภัยพิบัติรุนแรงทางธรรม ชาติเมื่อวันเสาร์ คร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว 42 คน
(22ก.พ.) คริสเตียโน่ โรนัลโด ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการลูกหนังชาวโปรตุเกส กล่าวว่า เขาทั้งช็อค,หดหู่และไม่อยากจะเชื่อว่าได้เกิดภัยพิบัติอย่างรุนแรงขึ้นที่เกาะมาเดร่า บ้านเกิดของเขา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โรนัลโด เจ้าของฉายา"จอมสับขาหลอก"ของสโมสรรีล มาดริด ได้โพสต์ในเว็บไซท์ เกสติฟูเต้ ของจอร์จ เมนเดส ผู้จัดการของเขาว่า เขาต้องการให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูเกาะมาเดร่า หลังเผชิญอุทกภัยและดินถล่มอย่างรุนแรง อันเป็นผลมาจากถูกกระหน่ำด้วยพายุที่รุนแรงหลายลูก
โรนัลโด ยังบอกว่าด้วยว่า เขามีส่วนร่วมในความเจ็บปวดของชาวเกาะมาเดร่า จากภัยพิบัติที่ไม่คาดฝันครั้งนี้ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 42 คน และด้วยเหตุนี้ เขาต้องการจะช่วยเหลือองค์กรต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน เท่าที่จะสามารถทำได้
เว็บไซท์เกสติฟูเต้ ระบุว่า โรนัลโด วัย 25 ปี ได้ใช้เวลาช่วงวันเสาร์ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่เกาะมาเดร่า โดยเฉพาะที่เมืองฟุนชัล ซึ่งเป็นเมืองเอกของเกาะ อันเป็นสถานที่เกิดของเขาและที่สำคัญ ทั้งมารดาและสมาชิกส่วนใหญ่ในครอบครัวของเขา ได้อาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้ซึ่งอยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลิสบอน ประมาณ 850 กิโลเมตร
พายุที่พัดกระหน่ำเกาะมาเดร่าเมื่อวันเสาร์ ได้ทำให้มีผู้บาดเจ็บประมาณ 70 คน และไร้ที่อยู่อาศัย 248 คน แต่ยังไม่แน่ชัดว่า ยังมีผู้สูญเสียหายอีกเป็นจำนวนเท่าใด หลังกระแสน้ำพัดเข้ากวาดผู้คน รถยนต์และต้นไม้ลงทะเลไป สะพานและอาคารหลายแห่งพังถล่ม ถนนถูกน้ำท่วมใช้การไม่ได้ พื้นที่หลายส่วนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะไร้กระแสไฟฟ้าใช้เช่นเดียวกับบางพื้นที่ที่ไม่มีน้ำประปาใช้ ขณะที่ฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง
เกาะมาเดร่า ได้สมญาว่า " เกาะดอกไม้ " มีประชากรอาศัยอยู่ 265,000 คน และนับเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะชื่อเดียวกัน มีนักท่องเที่ยวไปเยือนเกาะแห่งนี้ ปีละประมาณ1 ล้านคน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยกู้ภัยและทหารโปรตุเกส ยังเร่งขุดคุ้ยตามบ้านเรือนและท้องถนนบนกาะมาเดราเมื่อวานนี้ เพื่อค้นหาผู้สูญหายและศพผู้เคราะห์ร้ายที่อาจติดอยู่ หลังจากฝนที่ตกหนักเมื่อวันเสาร์ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม กระแสน้ำและโคลนไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 42 คน ซึ่งรวมถึงชาวอังกฤษ 1 คน และยังมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 120
คน รวมทั้งมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยราว 250 คน
นายกเทศมนตรีของเมืองฟุงชาล เมืองเอกบนเกาะมาเดร่า ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด บอกว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะพบศพมากขึ้นอีก ขณะที่มีข่าวว่า ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งพังพินาศย่อยยับ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงวิตกว่าจะยังมีประชาชนติดอยู่ในบริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินที่จมอยู่ใต้กระแสน้ำท่วม
พายุฝนครั้งนี้นับเป็นครั้งรุนแรงที่สุดที่พัดถล่มเกาะมาเดร่านับตั้งแต่ปี 2536 กระแสน้ำที่ไหลทะลักอย่างฉับพลันมีความรุนแรงและเชี่ยวกรากมากจนสามารถเซาะภูเขาและบ้านเมืองซัดทำลายสะพานจนพังถล่ม ชาวบ้างบางคนบอกว่าไม่เคยพบเห็นภัยพิบัติรุนแรงอย่างนี้
มาก่อนตลอดชั่วชีวิต และเปรียบเทียบว่าเป็นเหมือนวันสิ้นโลก
ขณะที่ฝนได้หยุดตกแล้วเมื่อวานทำให้ระดับน้ำท่วมในบางพื้นที่ลดลง จึงเห็นความเสียหายได้อย่างชัดเจน รถยนต์จำนวนมากถูกกองทับกัน ต้นไม้หักโค่น หลังคาบ้านเรือนถูกพัดปลิวหาย เสาไฟฟ้าและเสาสัญญาณโทรศัพท์ได้รับความเสียหาย
นายกรัฐมนตรี โฆเซ่ โซเครติส ซึ่งได้ไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยในเมืองฟุงชาลเมื่อค่ำวันเสาร์ บอกว่ารู้สึกตกใจอย่างมากกับความรุนแรงของโคลนถล่ม พร้อมกับสัญญาว่าจะเริ่มฟื้นฟูบ้านเรือนบนเกาะมาเดร่าโดยเร็วเท่าที่ทำได้ นอกจากนี้แหล่งข่าว เปิดเผยว่า รัฐบาล
เตรียมประกาศในการประชุมฉุกเฉินวันนี้ให้มีการไว้อาลัยทั่วประเทศแก่ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา3 วัน และสเปนซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านได้เสนอให้ความช่วยเหลือแก่โปรตุเกสแล้ว



