
เล็งดึงเงินสำรองซื้อบอนด์แก้หนี้กองทุนฟื้นฟู
คลังเจรจาแบงก์ชาตินำทุนสำรองลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลดอกเบี้ย 0% เพื่อช่วยลดภาระจ่ายหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่คลังต้องจัดสรรงบปีละกว่า 6 หมื่นล้านบาท ระบุทำได้โดยไม่ต้องแก้กฎหมาย
นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่ขณะนี้เหลือเงินต้นที่ต้องชำระคืน 1.3 ล้านล้านบาท หลัจากที่กระทรวงการคลังชำระเงินต้นไปแล้ว 1 แสนล้านบาท และชำระดอกเบี้ยไปถึง 6 แสนล้านบาทในระยะ 10 ปีที่ผ่าน หากปล่อยไว้อาจทำให้การชำระคืนเงินต้นต้องใช้เวลานานและจะทำให้มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงเสนอไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ขณะนี้มีทุนสำรองอยู่จำนวนมาก ให้ดึงเงินสำรองบางส่วนมาช่วยซื้อพันธบัตรรัฐบาลในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด หรือในอัตรา 0% หรือซีโร่ คูปอง เรท ซึ่งการที่คิดดอกเบี้ยในอัตรานี้ก็เท่ากับช่วยลดภาระหนี้ดังกล่าวได้ เพราะพันธบัตรที่ออกไปเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินกองทุนฟื้นฟูฯ ถ้ามีอัตราดอกเบี้ยที่สูง ธปท.ก็ต้องเป็นผู้รับภาระไปในที่สุด ขณะเดียวกันในแง่รัฐบาลก็ถือว่าจะมีต้นทุนการเงินที่ต่ำลง ช่วยแก้ไขปัญหาฐานะการคลังได้โดยเฉพาะการลดภาระการจัดสรรงบประมารทุกปีเพื่อจ่ายดอกเบี้ยปีละ 5-6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้กรณีที่กฎหมาย ธปท.ระบุว่า ธปท.ไม่สามารถลงทุนในตลาดแรกได้นั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะสามารถทำข้อตกลงร่วมกันได้ และถือเป็นแนวทางแก้ไขที่ง่ายกว่าการแก้ไขกฎหมายของ ธปท. โดยเรื่องนี้ได้หารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรียบร้อยแล้ว
"ในทางปฏิบัติถ้าทำตามแนวทางนี้ กระทรวงการคลังมีพันธบัตรที่จะออกเพื่อชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ อยู่แล้ว เมื่อพันธบัตรครบกำหนดชำระ ก็จะออกพันธบัตรรุ่นใหม่ เพื่อให้ ธปท.มาซื้อในอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือ 0% เพื่อนำเงินไปชำระคืนพันธบัตรที่ครบกำหนด ถ้าหากออกได้ประมาณ 20% ของหนี้ที่เหลือ 1.3 ล้านล้านบาท ก็ถือว่าไม่มากเกินไปสำหรับ ธปท.และยังช่วยลดภาระของทั้งสองฝ่ายได้ เพราะในอนาคตภาระส่วนนี้ก็จะตกเป็นของ ธปท.อยู่ดี" นายจักรกฤศฎิ์ กล่าว



