ข่าว

 "พรทิว"สั่งเดินเกมรุกสกัดหมูแพงเล็งขายปลายข้าว-มัน-ข้าวโพดราคาถูกให้ผู้เลี้ยง

"พรทิว"สั่งเดินเกมรุกสกัดหมูแพงเล็งขายปลายข้าว-มัน-ข้าวโพดราคาถูกให้ผู้เลี้ยง

21 ก.พ. 2553

"พรทิวา” กำชับกรมการค้าภายในแก้ปัญหาสินค้าแพงเชิงรุก เตรียมกันสต็อกปลายข้าว มัน ข้าวโพดขายให้ผู้เลี้ยงหมูราคาถูก หวังช่วยลดต้นทุนกดราคาหมูลง ระบุเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง สั่งตีกันพ่อค้าหัวใสงัดแท็กติกใหม่ขึ้นราคาสินค้า

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้กรมการค้าภายในแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะเนื้อหมูที่มักจะมีราคาสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน เนื่องจากปริมาณผลผลิตจะลดลง ขณะเดียวกันในปีนี้สินค้าเกษตรมีราคาดี ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบที่ผลิตอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด มันและกากถั่วเหลืองมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ราคาเนื้อหมูมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาเบื้องต้นคือ ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการนำเนื้อหมูราคาพิเศษออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างๆ

 นอกจากนี้ยังจะไปดูในเรื่องโครงสร้าง โดยเฉพาะต้นทุนอาหารสัตว์ที่แพงขึ้นว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร เพราะหากต้นทุนลดลงก็น่าจะทำให้เนื้อหมูราคาไม่แพง และผลอีกอย่างคือทำให้คนสนใจเลี้ยงหมูกันมากขึ้นด้วยหลังจากที่ผู้ประกอบการรายย่อยต่างปิดตัวไปจำนวนมาก เพราะทนรับต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ไม่ไหว

 นางพรทิวากล่าวว่า ขณะนี้ภาครัฐมีสต็อกสินค้าเกษตรที่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์จำนวนหนึ่งคือ ปลายข้าว มัน และข้าวโพด โดยจะนำไปจำหน่ายให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายกลางและรายย่อยที่มีกว่า 70% ในราคาพิเศษ โดยมอบหมายให้กรมการค้าภายในไปหารือกับผู้ประกอบการว่ามีรายใดต้องการเข้าร่วมโครงการนี้หรือไม่ และต้องมีการทำสัญญาร่วมกันว่าเมื่อมีต้นทุนการผลิตที่ถูกลงแล้ว ก็จะต้องจำหน่ายราคาสุกรในราคาพิเศษด้วยเช่นกัน

 “การผลิตอาหารสัตว์นั้น รัฐบาลคงจะไม่ไปทำเอง แต่จะมีสต็อกอยู่ส่วนหนึ่งที่จะนำออกมาจำหน่ายให้เกษตรกรรายย่อยและรายกลาง ซึ่งคงจะต้องไปดูว่าจะจัดสรรอย่างไร แต่เบื้องต้นเราจะเน้นช่วยกลุ่มรายย่อยก่อน” นางพรทิวากล่าวและว่า ปัญหาหมูมีราคาแพงถือเป็นปัญหาซ้ำซ้อน จึงเชื่อว่าการแก้ปัญหาในแนวทางนี้จะช่วยได้ แต่ก็ขอดูผลตอบรับก่อน หากสำเร็จก็จะดำเนินการต่อไป โดยอาจจะใช้ประโยชน์จากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ด้วยการนำเข้าวัตถุดิบราคาถูกเข้ามาเพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร

 นางพรทิวากล่าวว่า ในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภคแม้ขณะนี้จะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า แต่ได้รับร้องเรียนเข้ามามาก รวมทั้งเจอด้วยตัวเองถึงแนวทางการพัฒนารูปแบบสินค้าใหม่ๆ ออกมาและตั้งราคาขายในราคาสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นแท็กติกใหม่ๆ ที่ผู้ผลิตนำออกมาใช้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มองว่าเป็นลักษณะของการลบเลี่ยงเพื่อปรับขึ้นราคาสินค้า จึงมอบนโยบายให้กรมการค้าภายในว่า หากจะอนุญาตให้ผู้ผลิตปรับขึ้นราคาสินค้าต้องเสนอเรื่องให้ตนทราบก่อน