ข่าว

ถล่มเอ็ม16นายหน้าที่ดินตร.มุ่งปมตัดราคาคู่แข่ง

ถล่มเอ็ม16นายหน้าที่ดินตร.มุ่งปมตัดราคาคู่แข่ง

21 ก.พ. 2553

มือปืนซิ่งกระบะควงเอ็ม 16 ไล่ถล่มนายหน้าค้าที่ดินเมืองตรัง ร่างพรุนดับสยอง ตำรวจมุ่งปมเดือดหักซื้อขายที่ตัดราคา-ฮุบไว้เอง คนในวงการยัวะสั่งฆ่าหวังให้พ้นเส้นทาง

 เหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มนายหน้าที่ดินเมืองตรังเสียชีวิตครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.สมศักดิ์ รัตนพันธุ์ พนักงานสอบสวน สภ.รัษฎา จ.ตรัง รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่ถนนสายเพชรเกษม หมู่ 5 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิรัชย์ อ่วมอารีย์ ผู้กำกับการ (ผกก.) พ.ต.ท.ชัยโรจน์ โพธิ์ปฐม รอง ผกก.ป. เจ้าหน้าที่กู้ภัย และแพทย์โรงพยาบาลรัษฎา

 ในที่เกิดเหตุพบร่างไร้วิญญาณของนายพัว นาคแท้ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 3 ต.ควนเมา อ.รัษฎา สภาพขาขวาพาดอยู่บนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กลร 975 ตรัง ล้มอยู่ริมถนน ข้าวของในตะกร้าหน้ารถหล่นกระจัดกระจาย จากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามชนิดเอ็ม 16 กระสุนเจาะทะลุศีรษะฝังในด้านหลัง 1 นัด ส่วนอีก 8 นัด เข้าบริเวณหลัง เจ้าหน้าที่เก็บปลอกกระสุนปืนได้ในจุดเกิดเหตุ 9 ปลอก และหัวกระสุนปืนชนิดเดียวกันอีก 1 หัว

 จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดินและทำสวนยางพาราในพื้นที่ ต.ควนเมา อ.รัษฎา ก่อนเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปซื้อน้ำแข็งที่ร้านค้าในหมู่บ้าน ขากลับเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนถึงบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถกระบะไม่ทราบสี ยี่ห้อ และทะเบียน มาจอดรอที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งสองข้างทางเป็นสวนปาล์มและไม่มีบ้านคนอยู่อาศัย เมื่อผู้ตายมาถึงจึงขับรถปาดหน้า แล้วใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กระหน่ำยิงหลายนัด กระทั่งแน่ใจว่าเหยื่อสิ้นใจจึงหลบหนีไป

 เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี และมีไม่ต่ำกว่า 2-3 คน ส่วนสาเหตุคาดว่า ขัดแย้งอย่างรุนแรงในเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะที่ผู้ตายเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน อาจเสนอไปตัดราคาซื้อขายจนทำให้คู่แข่งไม่พอใจ หรืออีกประเด็น ผู้ตายอาจจะซื้อขายที่ดินมาแล้ว ด้วยความเสียดายไม่ยอมแบ่งงานให้เพื่อน กระทั่งคนในวงการเดียวกันไม่พอใจจึงสั่งฆ่าให้พ้นเส้นทาง อย่างไรก็ตาม ตำรวจเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียกผู้ใกล้ชิดผู้ตายมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป