
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่22ก.พ.
** เมื่อยาเสพติดกลับมาระบาดอีกครั้ง "ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ" อธิบดีกรมคุมประพฤติ เร่งเครื่องระบบบังคับบำบัดผู้ติดยาเสพติด หลังผ่านคอร์สฟื้นฟูสมรรถภาพ 180 วัน คนตกงานจะได้รับการสงเคราะห์ด้านการฝึกอาชีพและจัดหางาน
โดยเจ้าหน้าที่จะออกติดตามประเมินผล ใครเลิกยาเด็ดขาดและใครบ้างที่หวนคืนสังเวียน เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินรายหัว 1.5 หมื่นบาท ยอดรวมทั้งปีกว่า 100 ล้านบาท อาจจำเป็นต้องแก้กฎหมาย ตีกรอบคุณสมบัติผู้เข้ารับการบำบัดให้แคบลง จากเดิมที่เปิดกว้างรับไม่อั้นภายใน 3 ปี น่าจะนำกลับมาทบทวน คอร์สพิเศษสำหรับขี้ยาอมตะ ส่งตัวเข้ารับการหักดิบในเรือนจำ มากกว่าเปิดช่องให้นักค้ารายย่อยในคราบผู้เสพปะปนอยู่ในสังคม
** "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" เจ้ากระทรวงยุติธรรม ปิ๊งไอเดียของบไทยเข้มแข็ง 200 ล้านบาท มาอัดฉีดสร้างงานคืนคนดีสู่สังคม ให้ทุกกรมจ้างงานผู้พ้นโทษที่มีทักษะอาชีพและมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์คัดเลือกจากคณะกรรมการกรมราชทัณฑ์ สนนราคาค่าจ้างไม่ขี้เหร่วุฒิ ป.ตรี ออกตัวใกล้ๆ 9,000 บาท ส่วนวุฒิ ปวช.ปวส.ว่ากันไปตามอัตราจ้าง งานนี้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพสนองนโยบายทันที
** "ภิญโญ ทองชัย" เลขาธิการ ป.ป.ท. ตั้งท่ารอเก้อ หลังนายกฯ มอบหมายผ่านสื่อให้ ป.ป.ท.เป็นหัวหอกตรวจสอบข้อครหาเซ็งลี้เก้าอี้ตำรวจ บช.ภ.2 ร้อนถึงเลขาฯ ภิญโญ เรียกประชุมฟอร์มทีม จัดวางเจ้าหน้าที่กว่า 50 คนเตรียมลุยสอบ แต่จนแล้วจนรอดคำสั่งอย่างเป็นทางการก็ยังมาไม่ถึงยุติธรรม แว่วว่านายกฯ เปลี่ยนใจยกเลิกแผน เลยมีคำถามถึงความจริงจังในการปราบปรามการทุจริตของรัฐบาลชุดนี้ว่ามีมากน้อยอย่างไร
** "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด หลังเป็นฝ่ายแพ้คดีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 23 ราย ยื่นฟ้องให้ยกเลิกประกาศคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสอบสวนระดับ 8 นัดไต่สวนพยานเอกสารปี 2554 ทำเอาข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งกว่า 200 คน ต้องกินยาทำใจถ้าผลออกกรมเป็นฝ่ายชนะคดีก็จบแบบแฮปปี้ วิน-วินด้วยกันทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ 23 คนผู้ฟ้องคดีก็ได้เลื่อนตำแหน่งไปเกือบหมดแล้ว แต่ถ้าผลออกมาแพ้เป็นได้ถอยกลับไปตั้งหลักใหม่กันค่อนกรม
** "สราวุธ เบญจกุล" รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แจ้งถึงผู้ที่ประสงค์จะให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการ เพื่อบรรจุเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาประจำปี 2552 ส่งความเห็นมาได้ที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 จนถึง 24 กุมภาพันธ์นี้ **



