
อภิสิทธิ์เล็งสั่งก.วิทย์แจงเครื่องแทนจีที200
"นายกฯ"เผยครม.เตรียมสั่งก.วิทย์รายงานแผนรองรับยกเลิกจีที 200 แล้วจะใช้เครื่องใดแทน
(21ก.พ.) ที่หน้าบ้านพักซอยสวัสดี เมื่อวลา 10.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ตามแนวชายแดน อ.แม่สอด จ.แม่ฮ่องสอน ยังใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ว่า ตนย้ำไปแล้วว่าการใช้นั้นผู้ใช้ต้องรู้ความเสี่ยง และต้องทราบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และในวันอังคารที่ 23 ก.พ.นี้ในที่ประชุมครม.ตนได้ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ทำแผนมารายงานว่าจะจัดส่งบุคลากรลงไปทำความเข้าใจ และช่วยกระทรวงกลาโหม กับ กองทัพในการปรับแผนการปฏิบัติงานอย่างไร จะได้นำไปสู่การยกเลิกการใช้เครื่องมือได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นางอังคณา นีละไพจิต ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ เปิดเผยข้อมูลว่าก่อนหน้านี้เคยมีการเชิญผบ.ทบ.ไปรับทราบข้องมูลเครื่องจีที 200 แต่ทางผบ.ทบ.ระบุว่าอังกฤษเลิกใช้ แต่ไม่มีข้อห้ามว่าไทยต้องเลิกใช้ด้วย วิธีคิดอย่างนี้เป็นปัญหากับการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงต้องไปดูข้อเท็จจริงในช่วงนั้น เนื่องจากข้อโต้แย้งดังกล่าวมารุนแรงในช่วงหลังที่มีการพิสูจน์เครื่องเอดีอี 651 ที่เป็นข่าวออกมา และรัฐบาลไม่ได้ละเลย แต่อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางบริษัทอ้างเสมอว่าเครื่องไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะมีความผิดพลาดได้ จึงไม่มีการพิสูจน์กันเป็นระบบ แต่ขณะนี้เมื่อพิสูจน์กันเป็นระบบแล้วต้องมีการแก้ไขต่อไป
เมื่อถามว่า จะตรวจสอบข้อมูลหรือไม่ว่าทางกองทัพรับทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าเครื่องมีปัญหา นายกฯ กล่าวว่า จะให้กองทัพรายงานมาทั้งหมด เพื่อดูว่าจะให้ทดแทนด้วยอะไร กำลังให้เขาเสนอ แต่ตนพูดเสมอว่าเวลาที่เราลงพื้นที่ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ปฏิบัติงานจะเรียกร้องขอให้ซื้อเครื่องนี้เพิ่มแทบทั้งสิ้น ด้วยความเชื่อ และมั่นใจว่าใช้ได้ และคนที่ไม่มีใช้ต้องการมีใช้บ้าง ผู้บังคับบัญชาก็รับฟังจากผู้ปฏิบัติ ว่าอะไรใช้ได้ ไม่ได้ และเครื่องประเภทนี้ ไม่ว่าจะมีกี่ยี่ห้อก็ตามมันเหมือนกันทั้งหมด มีหลักการทำงานเดียวกัน ดังนั้นหากมีการหลอกลวงก็หมายความว่าหลอกลวงด้วยกันทั้งหมด แต่ตนจะให้มีการตรวจสอบทั้งหมด และหากมีความไม่ชอบมาพากลก็ต้องจัดการ
เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าขณะนี้นายกฯไม่กล้าเขาไปดำเนินการอะไร เพราะไม่ต้องการแตะกองทัพ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ ไม่เกี่ยวว่าเป็นกองทัพหรือไม่ แต่เป็นประเด็นที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะส.ส.พรรคปชป.ในพื้นที่มีความกังวล เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีความเชื่อมั่นมาก และกระทบต่อขวัญและกำลังใจ ในทางกลับกัน ถ้าสั่งห้ามทันทีโดยที่ยังไม่ได้อธิบาย และเขาไม่เชื่อ เขาใช้ต่อไปก็จะถามกันอีกว่ามีความผิดหรือไม่มันก็จะเป็นปัญหาเกิดความขัดแย้ง และถ้าเขาไปมือเปล่าแล้วเกิดอะไรขึ้นก็จะมีการตำหนิรัฐอีกว่าไม่มีแผนรองรับทดแทน ดังนั้นตนจึงขอบอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเป็นความเกรงใจใคร แต่ตนนึกถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ต้องเห็นใจคนทำงานตรงนั้นด้วย ซึ่งตนก็ไม่ได้ช้า การรายงานเป็นรายลักษณ์อักษรยังไม่เสร็จ แต่ตนได้ประกาศไปแล้วเพื่อให้เตรียมการ และในครม.กระทรวงวิทยาศาสตร์จะได้รายงานแผนที่เตรียมมา เพื่อดำเนินการกับกองทัพ



