ข่าว

วิเคราะห์ "เชียงใหม่ ยูไนเต็ด" ในสถานการณ์ ผ่าทางตันหนีตาย   

วิเคราะห์ "เชียงใหม่ ยูไนเต็ด"  ในสถานการณ์ ผ่าทางตันหนีตาย   
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"เชียงใหม่ ยูไนเต็ด" ก้าวจาก ไทยลีก 2 ขึ้นมายัง ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/2022 แต่ผลงานของ"ช้างเผือก" น้องใหม่บนลีกสูงสุด ไทยลีก 1 หรือ "รีโว่ ไทยลีก " ไม่ง่ายเลย เมื่อผ่านไป 11 นัด พวกเขาจมอยู่ท้ายตาราง "คมชัดลึก" โดย " โค้ชบ้านนอก" มีบทวิเคราะห์

กรณีที่เกิดขึ้นกับ " เชียงใหม่ ยูไนเต็ด" ในขณะนี้  อาจจะเทียบเคียงได้ว่า "การจะเป็นแชมป์นั้นยาก แต่การรักษาแชมป์เอาไว้นั้นยากกว่า" ไม่เคยมีใครรู้ว่าใครเป็นคนกล่าวไว้คนแรก แต่ถึงกระนั้นประโยคนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ กับทีมหนีตายได้ด้วยเช่นกัน เพราะการเลื่อนชั้นจากลีกรองสู่ลีกสูงสุดนั่นว่ายากแล้ว แต่การจะอยู่รอดในลีกสูงสุดนั้นยากกว่า ถึงแม้ไม่มีบัญญัติไตรยางศ์ ในโลกลูกหนังแต่ตลอดหลายซีซั่นที่ผ่านมามีหลายทีมทำให้เห็นแล้ว

 

" เชียงใหม่ ยูไนเต็ด"  หรือ  ช้างเผือก  ทีมน้องใหม่  รีโว่ ไทยลีก 2021/22 กำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ที่จะต้องดิ้นรนหนีตายในช่วงเวลาที่เหลือของซีซั่น แม้จะยังไม่จบการแข่งขันครึ่งซีซั่นแรก ในวันที่กำลังเขียนเรื่องราวของ "ช้างเผือก" เมืองเหนืออยู่นี้ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด แข่งขันไปแล้ว 11 เกม เก็บไปเพียงแค่ 6 คะแนน จากการชนะ 1 เกม เสมอ 3 เกม และ แพ้ 7 เกม มีแต้มตามหลัง ขอนแก่น ยูไนเต็ด ทีมร่วมรุ่นที่เลื่อนชั้นมาพร้อมกัน ในโซนปลอดภัยอยู่ 5 คะแนน 


สำหรับในปีนี้หลังจากการเลื่อนชั้นขึ้นมา ทีมแทบไม่มีการปรับโครงสร้างทีมอะไรมากมาย มีการปรับเปลี่ยนเพียงแค่ทีมงานผู้ฝึกสอนที่ใช้บริการ "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ  ที่เคยคุมทีมสมุทรปราการซิตี้  ,  สุโขทัย  เอฟซี  ในช่วงต้นซีซั่นแต่ผลงานไม่เป็นดังหวังชนะเพียงแค่เกมเดียว ตลอด 7 เกมที่"โค้ชอั๋น"กุมบังเหียน ทำให้  "นายกฯก๊อง" พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ประธานสโมสร   และเจ้าของตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่  ( นายกอบจ.) ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงแม่ทัพดึงเอา  "ไอล์ตัน ซิลวา" อดีตกุนซือเลือดแซมบ้า ผู้เคยพา "กว่างโซ้งมหาภัย" ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกเมื่อปี 2019  เข้ามาคุมทัพ 

 ก่อนจะไปพูดถึงว่าทำอย่างไร ไอล์ตัน ซิลวา ถึงจะพา "ช้างเผือก"หนีตายได้ เรามาดูสาเหตุที่ทำให้ช้างเผือกเชือกนี้ตกอยู่ในสภาพโคม่า ถ้าหากไล่เรียงหาสาเหตุจริงๆ คงจะมีปัญหามากมายที่ทีมต้องเจอ เริ่มจากเมื่อทีมเลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 สู่ ไทยลีก 1 ผู้บริหารสโมสรเลือกที่จะปรับเปลี่ยนกุนซือ โดยการไม่ต่อสัญญา  เดนนิส อาร์มาโต เฮดโค้ชสัญชาติเยอรมนี ที่พาทีมเลื่อนชั้น และปล่อยให้ตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนว่างอยู่นานนับเดือน โดยให้  "โค้ชจั๊บ" สุรชัย จิระศิริโชติ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทำหน้าที่เตรียมทีม


ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาที่เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ไม่มีหัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็นตัวเป็นตน แต่การเสริมทัพยังคงทำอยู่ต่อเนื่อง โดยทีมเลือกที่จะเก็บนักเตะชุดเลื่อนชั้นเก็บไว้เกือบทั้งหมด อาจมีการเปลี่ยนแปลงในโควตาต่างชาติบางคน และนักเตะไทยที่ไม่ได้ใช้งาน ที่ต้องแยกย้ายกันไปตามวิถีฟุตบอล เพื่อผ่องถ่ายให้นักเตะใหม่เข้ามาสู่ทีม

 

นักเตะหน้าใหม่ที่ได้เข้ามาสู่ทีม ถึงแม้ว่านายกฯก๊อง จะสั่งลุยเต็มที่งบประมาณไม่อั้น ไล่เรียงกันตั้งแต่ดึง ทศพล ลาเทศ กองหลังมากประสบการณ์จากการท่าเรือ เอฟซี , ธนา อิซอ แนวรุกดาวรุ่งจาก อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด ดีกรีเยาวชนทีมชาติไทย , ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล แนวรับจากสุโขทัย เอฟซี , คัพฟ้า บุญมาตุ่น กองกลางวัยเก๋ากลับมาจากแขวนสตั๊ด , กรกช วิริยอุดมศิริ แบ็คซ้ายประสบการณ์สูงจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , กองหลังจอมพเนจรอย่าง อาทิตย์ ดาวสว่าง ดีกรีกองหลังทีมชาติไทยชุดใหญ่ 

 

คนสุดท้ายที่มาก่อนตลาดปิดคือ สหรัฐ กันยะโรจน์ กองกลางชาวลำพูนมาจากเมืองทอง ยูไนเต็ด นอกจากนี้ยังมีการอิมพอร์ต เซอจิโอ เอสคูเดโร กองกลาง 3 สัญชาติ ประกอบด้วยอาร์เจนตินา , ญี่ปุ่น และ สเปน จากประเทศญี่ปุ่น มาในโควตาเอเชีย พร้อมกับบิ๊กเซอร์ไพรส์อย่าง ยานนิค โบลี่ ศูนย์หน้าร่างยักษ์ชาวฝรั่งเศส จากการท่าเรือ เอฟซี

 ถ้าไล่เรียงดูนักเตะที่เข้ามาชื่อชั้นและประสบการณ์ ถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับทีมในระดับใกล้เคียงกันได้ แต่ทำไม"ช้างเผือก"  เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ต้องมาจมอยู่บ๊วยของตาราง ซึ่งจะย้อนไปถึงการที่สโมสรปล่อยให้ตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนเว้นว่างกว่า 1 เดือน กว่าจะได้ตัว"โค้ชอั๋น" เข้ามาทำทีม ตรงจุดนี้คือจุดที่สำคัญ เพราะ"โค้ชอั๋น"เป็นโค้ชที่ทำฟุตบอลเป็นระบบ พอนักเตะมาก่อนโค้ช และโค้ชไม่ได้เลือกมาเอง ประกอบกับเวลาที่โค้ชอั๋นฝึกซ้อมมีเวลาแค่ 1 เดือนก่อนเปิดลีก ทำให้ทุกอย่างดูจะเป็นปัญหาเกือบทั้งหมด 

 

เริ่มจากแท็คติกการเล่น ที่"โค้ชอั๋น"เลือกจะวางการเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟ 3 คนเป็นหลัก เน้นการบิวท์อัพเกมขึ้นมาจากแดนหลัง แต่ไม่รู้ว่าเพราะนักเตะไม่เข้าใจแท็คติก หรือมีเวลาเตรียมทีมน้อย การเล่นเลยดูขาดๆเกินๆ ประกอบกับการที่โปรแกรมการแข่งขันมีเพียงแค่ 30 นัด เมื่อเวลาล่วงเลยไป แต้มทีมอื่นๆเริ่มขยับหนีไปเรื่อยๆ ผู้บริหารจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทีม 

 

แต่การมาของไอล์ตัน ซิลวา ผ่านไป 2 นัดยังไม่สามารถควานหาชัยชนะได้ บางครั้งต้องมาย้อนดูนักเตะภายในทีมว่า ศักยาภาพดีพอที่จะเอื้อให้ไอล์ตัน ซิลวา ยกระดับผลงานของทีมได้หรือไม่ สิ่งเดียวที่ไอล์ตัน ซิลวา จะทำให้ในช่วงเวลาที่เหลืออีก 3-4 เกมก่อนจบครึ่งซีซั่นแรก คือการวางโมเดลหรือระบบที่จะใช้เอาไว้คร่าวๆ ให้นักเตะที่มีอยู่ลงเล่นสร้างความคุ้นเคย และเพื่อดูว่านักเตะคนใดสามารถปรับตัวเข้าไปแท็คติกและตอบสนองความต้องการได้ 

 

หลังจากนั้นมาดูว่าเมื่อวางระบบการเล่นและแนวทางไว้อย่างชัดเจนแล้ว ตรงตำแหน่งไหนเป็นปัญหา หรือขาดเหลือในจุดไหน ในช่วงตลาดรอบ 2 ค่อยมาหานักเตะที่คิดว่าเล่นเข้าระบบ ดึงเข้ามายกระดับทีมขึ้น เพราะทีมอย่างเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ในเรื่องงบประมาณไม่ใช่ปัญหา และพวกเขาเองมีเป้าหมายชัดเจนคือการอยู่รอดในลีกสูงสุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา เชื่อว่าในช่วงเวลาหนีตายครึ่งซีซั่นหลัง ผู้บริหารพร้อมจะผ่าทีมเพื่อความอยู่รอดอย่างแน่นอน

 

วิเคราะห์ "เชียงใหม่ ยูไนเต็ด"  ในสถานการณ์ ผ่าทางตันหนีตาย   

วิเคราะห์ "เชียงใหม่ ยูไนเต็ด"  ในสถานการณ์ ผ่าทางตันหนีตาย   

เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่ก้าวขึ้นมาเล่นบทลีกสูงสุด ไทยลีก 1 ฤดูกาลแรก  และด้วยผลงานในอันดับตารางของทีม ที่จมอยู่ในโซนพื้นที่สีแดง  ได้กลายเป็นที่มาในการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน

 

ขอขอบคุณภาพจาก  สโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด 

 

 

logoline
logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด