ข่าว

องค์กรครู ยื่นเสนอ 8 ข้อถึง "ประธานบอร์ดกพฐ.คนใหม่" แก้ปัญหาการศึกษา

องค์กรครู ยื่นเสนอ 8 ข้อถึง "ประธานบอร์ดกพฐ.คนใหม่" แก้ปัญหาการศึกษา
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

จดหมายเปิดผนึกของ องค์กรครู เสนอ 8 ข้อถึง "ประธานบอร์ดกพฐ.คนใหม่" แก้ปัญหาการจัดการศึกษา ขอให้คืนเกียรติและศักดิ์ศรีให้ครูอัตราจ้าง เรียนจบครูได้ใบประกอบวิชาชีพครูอัตโนมัติ และเลื่อนวิทยฐานะ แบบเลื่อนไหลตามอายุราชการเหมือนระบบของทหาร

“ประธานบอร์ดกพฐ.คนใหม่” ชื่อชั้นระดับอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นาม "ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์" นั่งประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คนใหม่ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564  ล่าสุด องค์กรครู ออกมาเคลื่อนไหวขอให้ขยับปรับแก้ปัญหาการจัดการศึกษาไทย

 

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 ดร.รัชชัยย์ ศรสุวรรณ ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย ในนาม องค์กรครู ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คนใหม่ ใจความดังนี้

 

เรื่อง ข้อเสนอแนะในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน​ ​​​​​ เรียน ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์)

ชมรมพิทักษ์สิทธิผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย ขอแสดงความยินดีที่ท่านได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ชมรมฯเชื่อว่าด้วยความรู้ความสามารถของท่านพร้อมด้วยศักยภาพของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะทำให้การศึกษาในระดับขั้นพื้นฐานเจริญงอกงามทัดเทียมนานาอารยประเทศแน่นอน 

 

การที่ท่านได้แสดงความคิดเห็นและให้สัมภาษณ์ในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญยิ่งคือ “โรงเรียนขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องยุบควบรวมทั้งหมด/ ครูส่วนใหญ่ไม่ได้ทำหน้าที่สอนอย่างเดียว หากมีการดึงเอาเจ้าหน้าที่จากเขตพื้นที่การศึกษา เข้ามาช่วยงานธุรการก็จะทำให้ครูมีเวลาเตรียมการสอนและอยู่กับเด็กมากขึ้น”

 

การให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของท่านนั้นแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและรับรู้ข้อมูลปัญหาของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอย่างดี ทำให้เกิดความหวังที่จะเห็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทยได้รับการเยียวยาเพื่อรุดไปข้างหน้าอย่างน้อยให้มีคุณภาพเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศกลุ่มอาเซี่ยน 

 

อย่างไรก็ตาม ที่ท่านมีดำริที่จะขอให้เจ้าหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษามาช่วยงานธุรการ ของโรงเรียนนั้น ชมรมฯขอเรียนว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาล้วนแล้วแต่มีภาระงานล้นมือเพราะจะต้องทำงานด้านการสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดหลายสิบโรงเรียน

 

อนึ่ง ชมรมฯขอนำเรียนให้ท่านได้กรุณาทราบปัญหาที่เป็นเชิงประจักษ์และยังไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไขจนส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาดังนี้​

1. ขณะนี้เกือบทุกโรงเรียนไม่มีนักการภารโรง ดังนั้นโรงเรียนที่ไม่มีงบประมาณในการจ้างนักการภารโรง คุณครูก็จะต้องช่วยกันล้างส้วมให้นักเรียน ตัดหญ้า กวาดพื้น ซ่อมแซมครุภัณฑ์กันเอง ฯลฯ เป็นต้น การไม่จัดสรรงบประมาณการจ้างนักการภารโรงนั้นมีผลกระทบอย่างมากมายต่อโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอนของครู​​​​

 

2. ทุกวันนี้ครูยังต้องทำหน้าที่อื่นอีกมากมายที่นอกเหนือจากงานสอนจนทำให้คุณภาพการศึกษาตกต่ำลงมาก จึงขอให้ครูสอนหนังสือและดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่เพียงอย่างเดียวได้หรือไม่ เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาครูมีหน้าที่สอนและดูแลนักเรียนเพียงอย่างเดียว ไม่มีงานอะไรมารบกวน คุณภาพการศึกษาไทยยุคนั้นนำหน้าประเทศเกาหลีใต้และอีกหลาย ประเทศ ​

 

3. ขอให้คืนเกียรติและศักดิ์ศรีให้ครูอัตราจ้าง โดยให้งดเรียกครูอัตราจ้างว่า “ลูกจ้างชั่วคราว” โปรดคืนศักดิ์ศรีความเป็นครูให้ท่านเหล่านั้น เพราะครูอัตราจ้าง มิได้มาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะลูกจ้างของใคร แต่มาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “ครู” และควรกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าให้ครูอัตราจ้างได้รับการบรรจุเข้ารับราชการด้วยวิธีที่เหมาะสมและเป็นธรรม ​​​

 

4. ปรับเปลี่ยนระบบการมีและเลื่อนวิทยฐานะที่ไม่มีการสร้างเอกสารอย่างแท้จริง ทั้งนี้ครูจะได้ไม่ทิ้งเด็กมาสร้างเอกสารเพื่อรอรับการประเมิน ควรประเมินตามสภาพจริงของพัฒนาการของนักเรียน ผู้ประเมินควรเป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่ในโรงเรียนและรับรู้การเปลี่ยนแปลงของนักเรียนในทางพัฒนา

 

​​​5. เพิ่มระบบการเลื่อนวิทยฐานะเป็นแบบเลื่อนไหลตามอายุราชการเหมือนระบบของทหารที่เลื่อนไหลจากชั้น “ร้อยตรี” ไปจนถึงชั้น “พันเอก” โดยไม่ต้องทำผลงานทางวิชาการใดๆ ​​​​

 

6. นักเรียนจากโรงเรียนทหาร โรงเรียนตำรวจ เมื่อเรียนจบมาแล้วก็สามารถรับราชการทหาร ตำรวจ ได้เลย ดังนั้นนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันผลิตครูก็ควรจะได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้เลยทันที พร้อมใบปริญญาบัตร

 

​​7. ควรสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐเปิดสอนระดับสูงกว่าปริญญาตรีในวันเสาร์ อาทิตย์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ครูได้ไปศึกษาต่อในสาขาที่ตรงกับวิชาเอกที่สอนเพื่อนำความรู้ไปพัฒนานักเรียน และยังเป็นการแก้ปัญหาครูที่สอนเก่งๆหนีไปเป็นผู้บริหารกันหมด เพราะสาขาบริหารการศึกษามีเปิดสอนในระดับสูงกว่าปริญญาตรี ในวันเสาร์อาทิตย์ เกือบทุกสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา​​​​

 

8. ปัญหาใหญ่อีกหนึ่งปัญหาคือ เกณฑ์การคำนวณอัตรากำลังครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาได้มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ส่งผลให้อัตรากำลังครูโรงเรียนมัธยมศึกษาถูกลดลง อัตรากำลังครูที่เกษียณอายุราชการไม่ได้คืน บางโรงเรียนอัตรากำลังหายไปมากกว่า 30 อัตรา ครูอัตราจ้างถูกเลิกจ้างเป็นจำนวนมาก แต่เกิดผลดีกับโรงเรียนประถมศึกษาที่ได้อัตรากำลังเพิ่ม โรงเรียนที่อัตรากำลังขาดแคลนก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการให้ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก ดังนั้นคุณภาพการศึกษาย่อมมีปัญหาแน่นอน​​​ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะนำเรียนเสนอในโอกาสต่อไป 

 

ทั้งนี้ชมรมฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในยุคสมัยที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่เกิดประโยชน์กับชาติบ้านเมืองมากที่สุดต่อไป

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด