
อยู่อย่างสงบ
เครียดกันบ้างมั้ยคะ?? รู้สึกยิ่งใกล้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ มากขึ้นเท่าไหร่ ความตึงเครียดของผู้คนก็มีมากขึ้นเท่านั้น
ความตึงเครียดที่ว่า ก็เลยทำให้ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยปรากฏ อาทิ การยกขบวนผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ. และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไปขอความชัดเจนเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้จากรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
ต้องบอกก่อนว่า ทั้ง บล.และ บลจ. ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะตัวกลางในการประสานภาคเอกชนในแวดวงตลาดเงินตลาดทุนกับภาคการเมืองในครั้งนี้ คือ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ที่รู้กันอยู่ว่า นักลงทุนสถาบันต่างประเทศรายใหญ่ล้วนใกล้ชิดกับบล.ภัทร ทั้งนั้น ดังนั้น เหตุแห่งการพบกันครั้งนี้ จึงน่าจะอยู่ที่ “คำถาม” ของต่างชาติที่ต้องการ “คำตอบ” ที่ชัดเจน
และเป็นการถามตรง ตอบตรง โดยไม่ต้องผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ดิฉันว่า มีคนจำนวนไม่น้อยอยากหลบเร้นไปให้พ้นจากความวุ่นวาย หากว่าทำได้และมีโอกาสที่จะทำ ขณะที่คนที่ไม่มีทางเลือกอีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่สามารถพาตัวเองให้พ้นจากสถานการณ์ จะด้วยหน้าที่การงาน ความรับผิดชอบที่ผูกมัดหรือจากอะไรก็ตามแต่ ซึ่งก็ต้องหัดบริหารจิตใจให้เข้มแข็งค่ะ
ต้องหาที่หาทางให้ “จิตใจ” ได้อยู่อย่างสงบบ้าง
และไม่ใช่เฉพาะ “จิตใจ” เท่านั้นที่ต้องสงบ เรื่องของเงินๆ ทองๆ ในภาวะสับสนวุ่นวายและระคายเคืองใจเช่นนี้ ก็ต้องหาที่หาทางให้ “เงิน” ได้อยู่อย่างสงบเช่นเดียวกัน
สัปดาห์ก่อนได้รับเมลจากคุณดวงมณี ซึ่งติดตาม “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” มาโดยตลอด คุณดวงมณีอยากทราบว่า จะลงทุนในสลากออมสินที่กำลังโฆษณาเพื่อจะลุ้นรางวัลใหญ่ เผื่อจะถูกรางวัลที่หนึ่ง หรือได้รับรถเบนซ์ไปขับโก้ๆ
จะว่าไปแล้ว สลากออมสินก็เป็นหนึ่งในช่องทางที่จะทำให้เงินได้อยู่อย่าง “สงบ” เข้ากับบรรยากาศตอนนี้อยู่เหมือนกัน
ที่กำลังโหมโฆษณาโดยมีคุณพิษณุ นิลกลัด เป็นพรีเซ็นเตอร์นั้น เป็นสลากออมสินพิเศษอายุ 5 ปี ที่ในโฆษณาบอกว่า ลงทุนครั้งเดียวให้ผลตอบแทน 4 อย่าง นั่นคือ ปลอดภัย ดอกเบี้ยสูง ลุ้นรางวัลที่ 1 รวม 20 ล้านบาททุกเดือน และลุ้นรถเบนซ์อีกเดือนละ 1 ครั้ง โดยใน 2 เดือนสุดท้าย จะแจกเดือนละ 3 คัน
ผลตอบแทน 2 ข้อแรกพอประเมินได้ค่ะว่า ลงทุนแล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม แต่ผลตอบแทน 2 ข้อหลังต้องบอกว่าลำบาก เพราะเรื่องของโชคลาภวาสนานี่ ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ อย่างล่าสุดหนุ่มสุดเฮงที่ถูกรางวัลแจ็กพอตจากสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดล่าสุด รับรางวัลไป 50 ล้านบาท เจ้าตัวบอกว่า เป็นเพราะฝันว่ารถหาย ก็เลยเอาทะเบียนรถไปซื้อลอตเตอรี่
ถามว่าบ้านนี้เมืองนี้ มีคนเคยฝันว่ารถหายกี่คน (รวมทั้งดิฉัน ซึ่งกินมากก็ฝันมาก) แล้วมีกี่คนที่จะถูกหวยรวยเบอร์แบบนี้
สิ่งที่เหลือให้พิจารณาบนพื้นฐานของความเป็นจริง จึงเหลือเพียง 2 ข้อแรก นั่นคือ ข้อแรกความปลอดภัย ซึ่งก็มั่นใจได้แค่ ส่วนข้อ 2 ที่บอกว่าดอกเบี้ยสูง ต้องมาแยกแยะนิดนึงว่า สลากออมสินพิเศษ 5 ปี เสนอขายหน่วยละ 100 บาท ถ้าถือครบ 5 ปี จะได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยอีกหน่วยละ 7.50 บาท
แปลว่า ถือครบ 5 ปี จากเงินต้น 100 บาท จะพอกพูนเป็น 107.50 บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทน 7.50% ต่อระยะเวลา 5 ปี เท่ากับผลตอบแทนปีละ 1.50% เท่านั้น
ถามดิฉันว่า ผลตอบแทนแบบนี้เรียกว่า สูงหรือเปล่า ตอบว่า ไม่ล่ะค่ะ เพราะผลตอบแทนแบบนี้ เราหาจากที่อื่นได้
ส่วนถ้าจะลุ้นถูกรางวัลแบบเลขท้าย 4 ตัวทุกงวด (รางวัลละ 300 บาท) ก็ทำได้ค่ะ แต่จะต้องซื้อยกชุดแบบเรียงเลขจำนวน 1 หมื่นฉบับ แปลว่าต้องลงทุนถึง 1 ล้านบาท
ถ้าเลือกลงทุนในสลากออมสิน ก็ได้ความ “สงบ” จากผลตอบแทนเรียบง่าย แต่ได้ลุ้นโชค ซึ่งอันนี้ต้องขึ้นกับความชอบและความเฮงของแต่ละคน
แต่ถ้าต้องการความปลอดภัยระดับพรีเมียมและผลตอบแทนที่น่าพอใจ แต่ไม่มีโอกาสลุ้นรางวัล เรียกว่า “สงบ” จริงๆ ก็น่าจะพิจารณาพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลังที่กำลังจะเสนอขายรอบใหม่ ในระหว่างวันที่ 29 มีนาคม ถึง 2 เมษายนนี้
สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์วงเงิน 1 แสนล้านบาท อายุ 6 ปี จะคิดดอกเบี้ยแบบขั้นบันได แต่ดอกเบี้ยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4-4.20% ต่อปี จองซื้อขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท สูงสุด 1 ล้านบาท โดยจะเปิดให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จองซื้อก่อนในวันที่ 29-30 มีนาคม ส่วนประชาชนทั่วไปจองซื้อในวันที่ 31 มีนาคม ถึง 2 เมษายน
ผลตอบแทนอยู่ในระดับที่ใช้ได้ทีเดียวค่ะ แต่ต้องทำใจว่า เงินของคุณจะต้องถูก “แช่แข็ง” เป็นเวลา 6 ปีนะคะ ดังนั้น เงินที่จะนำมาลงทุนต้อง “เย็น” จริงๆ
จริงๆ ยังมีแคมเปญ “เงินฝาก” ของแบงก์พาณิชย์ที่จะช่วยให้เงินของคุณมีที่ทางที่ “สงบ” แบบพักเพื่อหลบความเสี่ยงได้ในภาวะนี้ แต่ต้องเลือกและพิจารณาข้อเสนอให้ดี เพราะดอกเบี้ยที่นำมาล่อใจ มักจะตามมาด้วยเงื่อนไขที่ผูกมัดในระยะยาว เช่น ประกันชีวิต (ที่บางครั้งก็มากจนเกินจำเป็น) หรือประกันสุขภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย
ลองหยุดความอึงอล แล้วหันมาแสวงหาผลตอบแทนที่เรียบง่าย ในภาวะที่ต้องบริหารจิตแบบนี้ ก็น่าจะดีเหมือนกันนะคะ
ขวัญชนก วุฒิกุล
[email protected]



