
ควันหลงอั่งเปาหรือซองเปล่า
บรรยากาศตรุษจีนปีนี้ก็ไม่ต่างจากปีก่อนๆ แม่จะไล่ให้ไปเจอคนทั้งตระกูล ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ พูดจาภาษาดอกไม้ อวยพรกันไปมา ได้เห็นลูกหลานยั้วเยี้ยวุ่นวาย เสียงดังแต่ก็อบอุ่นชอบกล
ที่ผมชอบพิเศษกับเทศกาลนี้ เพราะได้เห็นคนหนุ่มรุ่นสาวสำนึกกตัญญูรู้คุณ เอาส้มไปไหว้ขอพรอากง อาม่า ปะป๊า หม่าม้า ญาติผู้ใหญ่ เพื่อเสริมสิริมงคล คล้ายๆ กับสงกรานต์ไทยยังไงยังงั้น
ส่วนเด็กๆ ก็สนุกปนสุข ยิ้มใหญ่ยิ้มเล็กรอสัมผัส “อั่งเปา” ซองโต ลุ้นให้ข้างในมีแบงก์เป็นปึก ยิ่งเป็นสีเทาสีม่วง ยิ่งแฮปปี้ประหนึ่งว่าถูกหวยลอตเตอรี่ยกใหญ่
ยิ่งพูดเรื่องนี้ ผมก็ยิ่งอิน จึงค้นอินเทอร์เน็ตต่อ กะจะหาที่มาของ “อั่งเปา” ให้ได้
ผู้รู้ออนไลน์กระซิบบอกว่า ถ้าจะแปลกันตรงตัว “อั่งเปา” ก็คือซองแดง สีแห่งความโชคดี คนจีนแผ่นดินใหญ่เรียกคล้ายๆ ว่า “หง-เปา” หรือเงินของขวัญที่มีทั้งผู้ให้และผู้รับในวันสำคัญๆ เช่น งานแต่ง งานปีใหม่ เงินที่ใส่จะเน้นเลขนำโชคอย่างเลข 8 ที่หมายถึงความเจริญรุ่งเรือง
ส่วนที่เคยได้ยินว่า “แต๊ะเอีย” ก็เนื่องจากดั้งเดิมวิธีการให้ไม่เหมือนปัจจุบัน ผู้ใหญ่มักจะเอาเชือกสีแดงร้อยเหรียญที่มีรูตรงกลางเป็นพวงๆ แจกให้เด็ก พอได้รับก็เอามาผูกเอวทั่วหน้า
“อั่งเปา” จึงใช้คำว่า “แต๊ะเอีย” ทดแทนได้ (แต๊ะเอีย แปลว่า ของที่มากดทับเอว) ด้วยประการฉะนี้
จำติดใจว่าครั้งหนึ่งตอนเด็ก พอเปิดซองของใครสักคนแล้วพบว่าน้อยผิดคาด ก็มีเคืองเล็กๆ แอบผิดหวัง ใครที่ให้เยอะก็นึกรักคนนั้นมากกว่า พูดอวยพรเขายาวกว่า
จนหลังๆ แม่ถึงสอนให้รู้ว่าเงินที่เขาใส่ อย่าคิดว่าเราได้มาเปล่าๆ มันไม่ใช่เงินหวย หรือเงินที่ได้มาจากการเสี่ยงโชค ทุกบาททุกสตางค์คือหยาดเหงื่อของพ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่เราทั้งนั้น จะมากจะน้อย ก็มีคุณค่า และจงใช้มันอย่างมีความหมาย
เมื่อได้เงินมา ผมจะกันออกเป็นสองส่วน ตามประสาเด็กๆ ที่จะต้องเอาไปซื้อของชิ้นใหญ่ที่ฝันจะได้ก่อน แม้จะไม่จำเป็นเท่าไหร่ แต่พ่อแม่ก็ไม่เคยว่า เพราะถือว่าเป็นเงินที่เราต้องบริหารจัดการเอง
ทั้งที่พ่อแม่ก็ไม่บังคับ อีกส่วนซึ่งเป็นก้อนที่ใหญ่กว่า ผมเลือกที่จะฝากธนาคาร เพราะต้องการเห็นดอกผลเมื่อตอนโต อีกทั้งไม่เคยคิดว่า ต้องใช้เงินที่ได้จากอั่งเปาให้หมดหน้าตักทุกครั้ง
และผมก็ถือปฏิบัติอย่างนี้ทุกปี มาหยุดก็ต่อเมื่อสถานะเปลี่ยนจากผู้รับเป็นผู้ให้
มาถึงปีนี้ ผมไม่จำว่าแจกไปแค่ไหนแล้ว ไม่สนใจกำไรขาดทุน เพราะไม่คิดว่าเป็นสาระ ผมคิดแค่ว่าต้องให้ด้วยความสุข และให้ตามกำลังที่มี ไม่เห็นแก่การได้หน้า ต้องยึดตามสมดุลทรัพย์ของแต่ละคน
แต่ก็ไม่รู้ว่าผมจะคิดมากไปหรือเปล่า… ผ่านไปแค่อาทิตย์เดียว เด็กๆ ใช้อั่งเปาหมดแล้วหรือยัง? ผมเริ่มสงสัย
คงจะน่าชื่นใจไม่น้อย หากรู้ว่าเงินก้อนนี้บางส่วน ลูกหลานเจียดไว้ซื้อเสื้อผ้า ชุดนักเรียน สมุดหนังสือตอนเปิดเทอม หรือตั้งใจเอาไปซื้อความรู้ เรียนพิเศษตอนซัมเมอร์ที่จะมาถึง
….เรียกว่าเป็นการใช้เงินอย่างถูกความหมาย สุขใจผู้ให้ ซึ้งใจผู้รับเต็มๆ…
แต่จะมีสักกี่คนที่คิดอย่างนี้ เพราะเด็กก็ยังเป็นเด็ก ผ้าขาวๆ จึงขึ้นอยู่กับสีที่เราวาดลงไป ผู้ใหญ่ควรอบรมปลูกฝังคุณธรรม เป็นต้นแบบ คิด พูด ทำสิ่งที่ถูกที่ดีให้เห็น เพื่อให้เป็นตัวอย่างการใช้ชีวิต
ตราบที่ตรุษจีนยังไม่หมดไปจากธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติ “อั่งเปา” ก็จะยังเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่มีวันล้าสมัย เป็นอมตะที่อยู่คู่ เรียกรอยยิ้มของความสุขได้เสมอ
แต่จะเป็นอั่งเปาชีวิต หรือเป็นขวัญถุงติดตัว ขึ้นอยู่กับแก่นแท้ของการให้ และคุณค่าของการนำไปใช้ ไม่อย่างนั้นแล้ว อั่งเปาก็คงไม่ต่างอะไรกับซองเปล่าๆ ที่หาความหมายอะไรไม่ได้เลย
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้… ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่ ย้อนหลังนะครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]



