
"สาวไหว้ขอชีวิตก็ไม่ให้"โหดเลือดเย็น..ยิง3ศพ
"แม้ผู้ต้องหาปฏิเสธ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานและประจักษ์พยานเพียงพอ ยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาร่วมกันทำผิดจริง" พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ประกาศกร้าวที่จะเอาผิด 3 ผู้ต้องหาฆ่า 3 ศพทิ้งสวนยางพารา
ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนข้างต้น ได้แก่ นายบวรศักดิ์ หรือประสาท ปานแป้น อายุ 47 ปี นายปรีชาพล ปานแป้น บุตรชาย วัย 26 ปี และนายณรงค์ หนูหีต อายุ 47 ปี ทั้งหมดถูกกล่าวหาว่าร่วมกันฆ่า "เพ็ญศรี ราวิชัย" อายุ 26 ปี "พนมรัตน์ อินลี" วัย 23 ปี และ "ณรงค์ฤทธิ์ แช่มช้อย" หรือบอย 100 โต๊ะ ที่รู้จักกันดีในแวดวงนักเที่ยวเมืองสุราษฎร์ อายุ 32 ปี ทิ้งศพไว้ในสวนยางพาราห่างไกลชุมชน บ้านไสขุนอินทร์ หมู่ 5 ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์
"สองพ่อลูกนี้ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม ฆ่าผู้หญิงอย่างเลือดเย็น ไม่สะทกสะท้าน ทั้งที่ผู้หญิงกราบไหว้อ้อนวอนขอชีวิต มีประวัติพัวพันฆ่าหลายคดี โดยศาลพิพากษายกฟ้องทั้งหมด ตำรวจในพื้นที่ทราบประวัติดี แต่ครั้งนี้ตำรวจมั่นใจคดีต้องรัดกุม ศาลไม่ยกฟ้องแน่" นั่นคือคำกล่าวของผู้การฯ เทศา
หลักฐานที่ทำให้ตำรวจในคดีนี้มั่นใจ ประกอบด้วย กระสุนปืนขนาด 9 มม. 1 นัด ปลอกกระสุนปืน 9 มม. 3 ปลอก และหัวกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ 1 หัว กับหัวกระสุนปืนจากศพผู้ตายอีก 2 หัว ก้นบุหรี่ต่างประเทศ 1 ชิ้น และบุหรี่ไทยอีก 1 มวน อาวุธปืน 11 มม. ยี่ห้อกล็อก พร้อมกระสุน 8 นัด รถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บษ 5712 สุราษฎร์ธานี พร้อมเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ โดยพิสูจน์ได้จากกล้องวงจรปิดในสถานบันเทิงขณะผู้ต้องหาไปเที่ยว โดยหลักฐานข้างต้นได้จากการตรวจค้นบ้านเลขที่ 4 หมู่ 4 ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ และในที่เกิดเหตุ
ขณะนี้พนักงานสอบสวนเหลือเพียงรอผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบ และยืนยันการกระทำผิดของผู้ต้องหา !?!
อย่างไรก็ตาม ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนให้การปฏิเสธด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่วนสาเหตุนั้นตำรวจตั้งไว้หลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือเรื่องความแค้นส่วนตัว เนื่องจากชุดสืบสวนสืบทราบมาว่าก่อนเกิดเหตุนายปรีชาพลได้ถูกณรงค์ฤทธิ์นักเที่ยวและผู้กว้าขวางในเมืองสุราษฎร์ตบหน้าต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ระหว่างไปเที่ยวในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งเมื่อคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนบ่มเพาะความเคียดแค้นไม่พอใจอย่างรุนแรง ลามจากลูกไปสู่พ่อและกลุ่มพวกพ้อง พยายามตามเอาเรื่องณรงค์ฤทธิ์หลายครั้ง
กระทั่งต่อมาไม่นานเมื่อสถานบันเทิงเลิก กลุ่มผู้ต้องหาได้แจ้งต่อพนักงานของสถานบันเทิงให้ณรงค์ฤทธิ์จัดหาผู้หญิงให้ 2 คน แล้วจะรออยู่ที่รถ แนวทางการสืบสวนเป็นไปได้ว่า เมื่อณรงค์ฤทธิ์พาเพ็ญศรีและพนมรัตน์มาที่รถก็ถูกทั้งหมดบังคับขึ้นรถพาไปยังสวนยางเปล่าเปลี่ยว ก่อนจะถีบณรงค์ฤทธิ์ลงจากรถแล้วจ่อยิงเสียชีวิต ต่อหน้าต่อตาผู้หญิงอีก 2 คนที่เหลือเห็นเหตุการณ์พยายามวิ่งหนีและไหว้ร้องขอชีวิต แต่เนื่องจากทั้งสองเป็นประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์จึงฆ่าปิดปากอย่างเลือดเย็นและโหดเหี้ยม
ส่วนอีกกระแสหนึ่งนั้น ชุดสืบสวนวางแนวทางไว้ว่า เมื่อเวลาห้าทุ่มครึ่ง วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้ต้องหากับพวกรวม 4 คน พากันไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งแล้วได้พบกับณรงค์ฤทธิ์ หนึ่งในผู้ต้องหาขอให้เขาติดต่อผู้หญิงให้ กระทั่งเวลาตีหนึ่งกับอีกสี่สิบนาที กลุ่มผู้ต้องหาและผู้ตายขึ้นรถไปที่โรงแรมม่านรูด ระหว่างนั้นเกิดการโต้เถียงกันไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง กลุ่มผู้ต้องหาจึงพาผู้ตายทั้งสามไปยังจุดเกิดเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงณรงค์ฤทธิ์ก่อน แล้วพาสองหญิงไปยังที่เปลี่ยวจุดที่ 2 ใช้อาวุธปืนจ่อยิงเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป
ขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เหลืออีก 1 คน คือ นายเฉลิมพล ณ มณี วัย 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 12 ต.ช้างซ้าย อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ที่หลบหนีไปได้แล้ว อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว
ไม่ว่าสาเหตุการฆาตกรรมครั้งนี้จะมาจากเรื่องใด คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญอย่างยิ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ต้องหาพบว่า มีความพัวพันกับนักกฎหมายที่ช่วยให้รอดพ้นคดีความมาได้แทบทุกครั้ง แม้จะมีประวัติพัวพันกับคดีฆ่าหลายคดี แต่จนแล้วจนรอดพยานหลักฐานก็ไม่เพียงพอเอาผิดได้ คดีนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าตำรวจสุราษฎร์จะสามารถพิชิตคดีนี้ได้ และนำความสุขสงบกลับคืนสู่เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองคนดีได้หรือไม่



