
"ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญทางเรารับได้อยู่แล้ว"
เข้าสู่ 7 วันอันตราย ก่อนถึงวันพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ทำให้ ณ เวลานี้ "รัฐบาล-กองทัพ-ตำรวจ" ต่างผนึกกำลังเตรียมพร้อมรับมือกันอย่างเต็มที่ เพราะแนวโน้มนั้นอาจแรงกว่า "เมษาเผาเม
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กองทัพภาคที่ 1 ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในพื้นที่ภาคกลาง 26 จังหวัด เปิดใจ "คม ชัด ลึก" ถึงมาตรการการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยว่า การดูแลความเรียบร้อย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง จะเป็นไปตามแผนที่ได้รับการเตรียมการตามที่ฝ่ายความมั่นคงได้แถลงเอาไว้
"กองทัพภาคที่ 1 ในฐานะที่ดูแลความมั่นคงในพื้นที่ก็ได้ติดตามสถานการณ์ข่าวสารอย่างใกล้ชิด แต่ตัวหลักที่ประเมินสถานการณ์จะอยู่ที่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.)"
แม่ทัพภาคที่ 1 อธิบายว่า การใช้กำลังเบื้องต้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนั้นหากสถานการณ์รุนแรง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจรับมือไม่ไหว รัฐบาลก็จะต้องประกาศพระบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาเกี่ยวข้องในการดูแลรักษาความปลอดภัยร่วมกับตำรวจ
กองทัพภาคที่ 1 ในฐานะที่ดูแลความมั่นคงในพื้นที่ 26 จังหวัด ก็มีการเตรียมความพร้อมในสถานที่ตั้งเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ไม่อยากบอกตัวเลขว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เบื้องต้นเป็นยอดตัวเลขที่เคยปฏิบัติในการดูแลความเรียบร้อยที่ผ่านมา
@ การข่าวได้พบการเคลื่อนไหวของกลุ่มมือที่สาม หรือกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่จะเข้ามาผสมโรงทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่
ได้จับตามดูทุกกลุ่ม และในพื้นที่หลายๆ จุด แต่ขณะนี้ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครเป็นมือที่สาม หรือ ใครเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์ที่จะมาสร้างความวุ่นวาย ถ้าหากทราบ เจ้าหน้าที่ตำรวจคงดำเนินการตามกฎหมายทันที
@ ที่ผ่านมาสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมักจะเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรง ล่าสุดมีการใช้ลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงถล่มสถานที่ราชการสำคัญ จะดูแลเรื่องนี้อย่างไร
เราได้เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวังในหลายๆ จุด โดยเฉพาะการประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในจุดที่ล่อแหลม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกำชับให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษด้วยการจัดชุดติดตามคดีเหล่านี้โดยเฉพาะ
@ คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคงมีความเป็นห่วงสถานที่สำคัญ 8 จุด
การดูแลสถานที่สำคัญทั้ง 8 จุด ได้มีการปฏิบัติร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร ในการจัดตั้งจุดตรวจสำคัญๆ และมีสายตรวจร่วมกับตำรวจนครบาล 1 ส่วนมาตรการเข้มในการดูแลรักษามความปลอดภัยที่ใกล้ถึงวันพิจารณาตัดสินคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เบื้องต้นคงเป็นหน้าที่ตำรวจ และทหารคงจะเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงานเท่านั้น
ผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงว่าให้กำลังทั้งหลายที่เตรียมไว้ให้ปฏิบัติตามแผนพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง แผนจะแบ่งออกเป็น 1 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมง
@ พื้นที่ที่รับผิดชอบกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 26 จังหวัด ตอนนี้ได้กลิ่นการเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวเข้ามาสมทบกับกลุ่มคนเสื้อแดงในการชุมนุมในพื้นที่ กทม.
การเคลื่อนไหวเข้ามาสมทบถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะมีการระดมพลอยู่แล้ว จังหวัดที่ล่อแหลมก็มีการประสานงานกับทางผู้ว่าฯ ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด จะเป็นผู้ควบคุมดูแล โดยใช้กำลังพลจากพลเรือน ตำรวจ ทหารเข้าไปดูแล
@ มีข่าวว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงจับพื้นที่สีแดง 10 จังหวัดภาคกลาง
สิ่งที่จับตาคือจะดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะสถานที่ราชการ ส่วนจะมีมวลชนเข้ามาชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็ถือว่าเป็นสิทธิ แต่อยากให้มีการชุมนุมโดยสันติ ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง
ส่วนการชุมนุมต้องการล้มล้างรัฐบาลนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมือง ที่หลายคนหวั่นเกรงกันว่า หากสถานการณ์รุนแรงทหารจะออกมาแก้ไขปัญหาด้วยการทำการปฏิวัติรัฐประหารนั้น อันนี้ต้องไตร่ตรองหลายแง่หลายมุม ไม่ใช่นึกจะทำอะไรก็ทำ มันไม่ใช่อย่างนั้น
@ ถึงกรณีเอกสารลับของ คตม.ที่เกี่ยวกับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยเล็ดลอดออกไปถึงมือแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง
เรื่องนี้เราจะต้องว่าเรามีเขา เขามีเรา อยู่ที่จิตสำนึกของคนที่ตระหนักในหน้าที่ที่ตัวเองทำอยู่ การที่เอกสารหลุดออกมาจากกองทัพครั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องลับ หรือเป็นเอกสารลับ แต่ทุกส่วนที่มีหน้าที่รับผิดชอบมาขอไป เพราะมีการประชุมใหญ่ เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ลับอะไร ไม่ได้มีการเตรียมกำลังอะไร แต่เป็นการเตรียมทำให้เกิดความสงบให้เรียบร้อย ยืนยันได้ว่าไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง
@ แสดงว่าคนในกองทัพมีไส้ศึกที่นำข้อมูลไปให้แกนนำคนเสื้อแดง
คำว่าไส้ศึกคืออริราชศัตรู แต่คำว่าไส้ศึกคงมาใช้ไม่ได้แน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกที่ว่าอะไรควรไม่ควรในหน้าที่ของอาชีพของตัวเอง
@ หลายคนมีความเป็นห่วงเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง กองทัพจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร
กองทัพ โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 1 ยืนยันมาตลอดในการดูแลเรื่องความมั่นคง ถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติ รวมถึงการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนเต็มที่อยู่ตามรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้การชุมนุมในระบอบประชาธิปไตยสามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้อยู่แล้ว
@ อยากฝากอะไรไปถึงกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวในยามนี้
ถ้าจะเคลื่อนไหวทางการเมืองก็สามารถทำได้ ไม่ว่าจะมีจำนวนปริมาณเท่าไหร่ก็ตาม แต่ขออย่าให้เกิดความรุนแรง ขอให้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทางเรายอมรับได้อยู่แล้ว
ปัญญา ทิ้วสังวาลย์



