
"เพื่อไทย"เย้ยสุขุมพันธุ์ทำคนกทม.ผิดหวัง
"อนุดิษฐ์" เย้ยสุขุมพันธุ์ ทำผิดหวังแทนคนกทม.หลังโพลล์ชี้ผู้ว่าฯมีผลงานได้ 5คะแนน
(20ก.พ.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังแทนคนกรุงเทพที่เลือกม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร มาเป็นผู้ว่าฯกทม. เพราะจากการแถลงผลงาน 1 ปี ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยรู้สึกว่ายังไม่มีอะไรที่จับต้องได้ชัดเจนนัก และไม่แปลกใจที่สำนักวิจัยกรุงเทพโพลที่ถามความคิดเห็นประชาชนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าการทำงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ไม่ประทับใจได้คะแนนไปเพียงแค่ 5.33 จาก 10 คะแนน สะท้อนได้ว่า ผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้ทำอะไรเพื่อพี่น้องประชาชนชาว กทม. จึงขอเรียกร้องให้ ผู้ว่าฯกทม.หันมาสนใจประชาชนกทม. ซึ่งต้องถามว่าวันนี้ได้ทำให้คนกรุงเทพฯ รู้สึกมั่นใจในเมืองนี้พอหรือยัง โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษานอกจากการใช้งบซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ให้กับโรงเรียนสังกัด กทม.แล้วการพัฒนาด้านคุณภาพของและสวัสดิการของครู กทม.วันนี้เป็นอย่างไร
ส่วนด้านความสะอาด คงไม่ต้องพูดถึงเพราะคนกรุงรู้ดีว่ากรุงเทพฯวันนี้สกปรกแค่ไหน นอกจากนั้น หาบเร่แผงลอย ก็ไม่มีการจัดระเบียบและปราศจากการเก็บส่วยและผลประโยชน์ต่างๆแล้วหรือไม่ ส่วนเรื่องการทุจริต คอรัปชั่น ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของกทม. ทั้งหน่วยงานออกใบอนุญาตต่างๆ วันนี้ดีขึ้นหรือไม่ การตรวจสอบทำอย่างเข้มแข็งหรือไม่ เพราะจากตัวเลขตลอด 1 ปีที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯยังรู้สึกว่า กทม.เต็มไปด้วยเรื่องทุจริตคอรัปชั่นจนได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายตรวจสอบการทำงานของ กทม.ขอเรียกร้องให้ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ทำงานให้กับพี่น้องชาว กทม.มากกว่าการใช้งบโฆษณาผ่านป้ายโฆษณา 2 ข้างทาง เพราะหากท่านมีผลงาน ท่านไม่จำเป็นต้องใช้งบอันมาจากภาษีประชาชนไปโฆษณา คนกรุงเทพก็จะให้คะแนนท่านเอง
“ขอตั้งข้อสังเกตว่าวันนี้ กทม.ยังมีบางอย่างที่ท่านยังไม่ได้ทำหรือทำเป็นไม่สนใจ เช่น ความสะอาดของเมือง ภาวะมลพิษวันนี้คนกรุงจะเป็นโรคภูมิแพ้กันไปทั้งเมืองแล้วท่านรู้สึกบ้างหรือไม่ และหากขับรถไปตามถนน 10 ปีที่แล้ว กับวันนี้ ที่ท่านเข้ามาแตกต่างกันอย่างไร ผู้ว่าฯเคยลงไปยืนคอยรถเมล์ บนถนนหรือไม่ การอนุญาตก่อสร้างต่างๆของกทม.เคยไปดูหรือไม่ว่ามีอะไรแฝงกันไว้บ้าง และการซื้อขายตำแหน่งผอ.เขต ต่างๆ เป็นอย่างไร รวมทั้งผลงานในอดีตของการใช้งบไม่จำเป็น เช่น จุดจอดรถแท็กซี่อัจฉริยะ ตั้งแต่ยุคผู้ว่าฯก่อนหน้านี้ วันนี้ มีไว้ทำอะไรคิดแก้ไขหรือไม่ ป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย มากมายท่านทำอย่างไร วันนี้ กทม.กับเมื่อ 10 ปีที่แล้วยังไม่แตกต่าง ผมก็รู้สึกผิดหวังแทน คนกทม.“ นอ.อนุดิษฐ์ กล่าว
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.ในฐานะคณะทำงานสำนักงานปราบโกง (สปก 401) พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประมูลโครงการพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ซึ่งเป็นโครงการเพื่อโรงเรียนในสังกัด กทม. ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการให้เข้าไปตรวจสอบการประมูลโครงการนี้ ซึ่งมีมูลค่าโครงการมากกว่า 900 ล้านบาทว่า การประมูลครั้งนี้ อาจมีการทำผิดกฎหมาย และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเพียงรายเดียว แม้ว่าผู้ว่าฯกทม.จะออกมายืนยันว่าโครงการนี้โปร่งใสเพราะได้ทำการเปลี่ยน TOR หลายครั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ แต่เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน
ทางสำนักงานปราบโกงได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด พบว่ามีพิรุธและข้อสังสัยว่า อาจเป็นการทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 รวมถึงระเบียบอื่นๆอีกหลายฉบับ โดยโครงการมีรายละเอียดโดย สรุปคือ มีการแก้ไข TOR ในการกำหนดคุณสมบัติของสินค้าและผู้เข้าประกวดราคาทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยพบว่าการแก้ไข TOR เรื่องคุณสมบัติของสินค้าและผู้เข้าประกวดราคานั้น มีความไม่ชอบมาพากลและอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบางบริษัท อย่างเห็นได้ชัดเช่น รวมถึงมีการยกเลิกการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. เพื่อให้บางบริษัทสามารถเข้าประกวดราคาได้ โดยอ้างว่าจะมีบริษัทสามารถเข้าเสนอราคาประมูลได้มากขึ้นเป็น 15 ราย ถือว่า กทม.อาจมีเจตนาชี้แจงข้อมูลดังกล่าวเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะคุณสมบัติที่สำคัญกว่าคือต้องมีผลงาน 190 ล้านบาทด้วย จึงจะสามารถเข้าประมูลได้ ซึ่งก็จะเหลือเพียงไม่กี่บริษัทจากทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นในการยกเลิกมาตรฐานอุตสาหกรรมเพราะการยกเลิก มอก.เท่ากับ กทม.ยอมให้มีการลดคุณภาพของสินค้าและกีดกันสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า จากข้อพิรุธทั้งหมด พรรคเพื่อไทยขอตั้งข้อสังเกตดังนี้ บริษัทที่ซื้อเอกสาร 2 รายไม่มีผลงาน 190 ล้านบาท จะไม่ผ่านการพิจารณาเบื้องต้น เท่ากับ ยอมเสียเงิน 50,000 บาท ฟรีๆ บริษัทที่ซื้อเอกสาร 3 รายมีผลงาน 190 ล้านบาท จะผ่านการพิจารณาเบื้องต้น บริษัทที่ซื้อเอกสาร รายเดียวที่ได้รับลิขสิทธิ์ เป็นผู้แทนจำหน่าย Software School Agreement แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จะผ่านการพิจารณาเบื้องต้น และจะชนะการประมูลในที่สุด ไม่มีบริษัทที่มีศักยภาพ ซึ่งได้เคยเข้าร่วมแข่งขันเสนอราคากับหน่วยงานภาครัฐสนใจเข้าซื้อเอกสารประมูลแต่อย่างใด เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถทำราคาสู้ได้ บริษัทที่เข้าเสนอราคาที่เป็นคู่เทียบทั้ง 4 ราย ทราบดีอยู่แล้วว่า ไม่สามารถซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เทียบเท่ากับผู้แทนจำหน่ายโดยตรงได้ แต่ก็มาซื้อเอกสาร ยอมจ่ายค่าเอกสารประมูลชุดละ 50,000 บาท และวงเงินค้ำประกันเกือบ 50 ล้านบาทน่าจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. ฮั้วหรือไม่
“ตาม TOR ของโครงการฯ ได้มีผู้ร้องเรียนกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรม ในการเข้าแข่งขันเสนอราคา เกี่ยวกับการให้แยกลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ออกจากตัวฮาร์ดแวร์ ในการประมูล เพื่อผู้เสนอราคาทุกรายจะได้รับความเป็นธรรม และกรุงเทพมหานคร จะได้ประโยชน์สูงสุด แต่ กทม. ไม่ได้รับฟัง เหตุผลดังกล่าว กลับอ้างว่าเพื่อประโยชน์ในด้านบริการ เพราะจะเป็นรายเดียวที่รับผิดชอบ แต่ทุกวันนี้ หน่วยงานสังกัด กทม.ทุกแห่งได้แยกการดำเนินการด้านบริการเรื่องของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ออกจากกันอยู่แล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าว น่าจะเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 11 ซึ่งมีเจตนามิให้มีการแข่งขัน ในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบางบริษัท ได้เปรียบผู้เสนอราคารายอื่นในการแข่งขันเสนอราคาอย่างเป็นธรรม จึงขอเรียกร้องไปยังผู้ว่าฯกทม.ให้ทบทวนการประมูลครั้งนี้และแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องเป็นธรรม โปร่งใส แต่หาก กทม.คิดว่าดำเนินการทุกอย่างถูกต้องและไม่ยอมแก้ไข พรรคเพื่อไทยจะได้นำรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เชื่อว่าน่าจะเข้าข่ายการกระทำผิดจริงไปยื่นต่อ DSI และ ป.ป.ช. ต่อไป“ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว



