
จับรอบ4สองผับดังย่านม.ธรรมศาสตร์รังสิต
ตำรวจปทุมธานี จับรอบ 4 เอาผิด สถานบันเทิงฐานเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับ ระบุ เจ้าของดิ้นใช้วิธีเปลี่ยนตัวผู้จัดการ รับทำได้เพียงโทษปรับ
(20ก.พ.) เวลา 01.00 น. พ.ต.อ.วิเชียร รัตติทิวาพาณิชย์ ผกก.สามโคก และตำรวจ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี กว่า30นาย นำกำลังเข้าจับกุมและตรวจสถานบริการบริเวณถนนเชียงรากใหญ่ หมู่ 5 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานบันเทิงยามราตรีที่กลุ่มนักศึกษามักชอบเข้าไปใช้บริการชื่อสถานบันเทิง เวอร์จิ้น และ สละโสด โดยสถานประกอบการทั้งสองแห่งเพิ่งโดนจับกุมติดต่อกันมาแล้วถึงสามครั้ง และปรากฏว่ายังคงเปิดให้ บริการตามปกติ มีกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชายหญิง มาอุดหนุนกันอย่างเนืองแน่น
การจับกุมผู้จัดการสถานบันเทิง เวอร์จิ้น มีนายสถาปัตย์ สรรพานิช อายุ 37 ปี อยู่เลขที่ 2/17 ม.5 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีนักศึกษาเข้ามาเที่ยวกว่า 400 คน และมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 4 คน และจับกุมสถาบันเทิงสละโสด มีนายสมชาย สุภาคม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่62 ม.8 ต.ตาคีล อ.ตาคีล จ.นครสวรรค์ ทำหน้าที่ผู้ดูแล โดยมีนักศึกษาเข้าใช้บริการกว่า 400 คน ซึ่งผู้จัดการที่ถูกจับกุมทั้งสองแห่งเป็นผู้จัดการหน้าใหม่ของสถานบันเทิงทั้งสองแห่ง
โดยก่อนหน้านี้ ได้ถูกจับกุมไปแล้ว 3 ครั้ง ในความผิด เปิดสถานบันเทิงโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโฆษณาจำหน่ายสุรา ครั้งแรกถูกศาลตัดสินปรับรายละ หนึ่งหมื่นบาท และมีโทษจำรอลงอาญาเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนสองครั้งหลังสุดผู้ต้องหาให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งปรับ ห้าพันบาทโทษจำรอลงอาญาสามเดือน หลังการจับกุมตัวสองผู้จัดการนำส่งให้ พ.ต.ท.เสนาะ ทาบุญ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สามโคก ดำเนินคดีต่อไปเป็นครั้งที่ 4
พ.ต.อ.วิเชียร รัตติทิวาพาณิชย์ ผกก.สามโคก ได้กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่มีคำสั่งให้จับกุมสถานบันเทิงที่เปิดเกินเลยเวลาเที่ยงคืน เปิดให้บริการโโยๆไม่ได้รับอนุญาต แต่เจ้าของสถานบันเทิงใช้วิธีการเลี่ยงบาลี โดยเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนก็จะหยุดเล่นดนตรี แล้วมาใช้แผ่นซีดีเปิดเสียงให้ผู้ที่เข้ามาเที่ยวได้ฟัง แทนการเล่นดนตรีที่ให้เล่นได้ไม่เกินเที่ยงคืน จึงทำให้สถานบันเทิงในย่านจังหวัดปทุมธานีมีหลายสิบแห่ง ที่ใช้วิธีการนี้เป็นเกินเวลาถึงเกือบสว่าง และเมื่อถูกจับก็เปลี่ยนตัวผู้จัดการทุกครั้ง ยอมเสียค่าปรับแล้วก็ยังทำการเปิดต่อไป เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้แล้วก็ยังคุ้มค่ากว่า เมื่อเทียบกับการจ่ายค่าปรับ



