ข่าว

ส่งออกม.ค.สูงสุดรอบ18เดือนพาณิชย์ตีปีกโต30.8%-นัดถกแก้แรงงานขาด

ส่งออกม.ค.สูงสุดรอบ18เดือนพาณิชย์ตีปีกโต30.8%-นัดถกแก้แรงงานขาด

19 ก.พ. 2553

พาณิชย์โชว์ส่งออก ม.ค.โต 30.8% สูงสุดในรอบ 18 เดือน สินค้าสำคัญทุกรายการส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 เล็งถกกระทรวงแรงงานแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ตั้งเป้าไตรมาสแรกขยายตัวไม่ต่ำกว่า 17%

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนมกราคม 2553 ว่า การส่งออกมีอัตราการเติบโต 30.8% สูงสุดในรอบ 18 เดือนนับจากเดือนกรกฎาคม 2551 ด้วยมูลค่า 13,723 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือในรูปเงินบาทมีมูลค่า 453,422 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 44.8% มีมูลค่า 13,203 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 441,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5% ส่งผลให้ไทยยังคงเกินดุลการค้าเป็นมูลค่า 516 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญเพิ่มขึ้นทุกหมวดติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรเพิ่มขึ้น 46.2% สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลและอาหาร ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญเพิ่มขึ้น 27.8% ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ อัญมณี สิ่งทอ เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก ยาง สิ่งพิมพ์ และเครื่องสำอาง ส่วนสินค้าที่ส่งออกลดลง ได้แก่ เครื่องเดินทางและเครื่องหนัง เครื่องประดับตกแต่งบ้าน นาฬิกาและส่วนประกอบ และเครื่องกีฬา นอกจากนี้ ตลาดส่งออกหลักและตลาดใหม่เติบโตสูงขึ้นมาก เช่น อินเดีย ไต้หวัน จีน และอินโดนีเซีย

 นางพรทิวากล่าวว่า การกระตุ้นการส่งออกในปีนี้กระทรวงฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการแบ่งกลุ่มหัวหน้าสินค้า หรือ ชิฟ ออฟ โปรดักส์ เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเป็นการเข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหาให้แก่แต่ละกลุ่มสินค้า ซึ่งปัญหาที่พบในขณะนี้คือ การขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และสิ่งทอ รวมกว่า 5 แสนคน และในอีก 1-2 วันนี้ จะเข้าหารือกับการกระทรวงแรงงาน เพื่อหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน และเสนอยกเลิกหลักเกณฑ์การพิสูจน์สัญชาติแรงงาน

 “ยังคงเป้าหมายการส่งออกในแต่ละไตรมาสไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งไตรมาสแรกนี้ คาดว่าจะเติบโต 17% และทั้งปียังคงเป้าหมายเติบโต 14% ด้วยมูลค่า 1.73 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ” นางพรทิวากล่าวและว่า เดือนกุมภาพันธ์คาดว่าการส่งออกจะยังเป็นบวกต่อเนื่อง ส่วนการลดค่าเงินด่องของเวียดนามนั้น มองว่าไม่มีผลกระทบต่อความสามารถการแข่งขันของไทย แต่กลับจะเป็นผลดีกับการส่งออกสินค้าชั้นกลางและสินค้าทุนที่เวียดนามพึ่งพาการนำเข้าจากไทย