
ชุมพลชี้ทหารหนุนรบ.คือเป้าเสื้อแดง
"ชุมพล" ระบุรัฐบาลไม่ใช่เป้าแห่งวิกฤติการเมือง แต่เป็น "ทหาร" ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาล ชี้ รธน. 50 มุ่ง จัดการคนคนเดียว ด้าน "สมคิด เลิศไพฑูรย์" แจง การเขียนรัฐธรรมนูญเกิดตามสถานการณ์ของประเทศ ยัน รธน. 40 ไม่มีทางแก้ปัญหาการเมืองปัจจุบัน
(19ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคณะกรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดการประชุมผู้บริหารพรรคการเมือง โดยช่วงบ่ายเป็นการสัมมนาในหัวข้อ “ ข้อคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ” โดยมีผู้ร่วมอภิปรายประกอบด้วย นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สสร. นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายถวิล ไพรสณฑ์ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ พรรคเพื่อไทย
โดยนายชุมพล ได้กล่าวว่าเรื่องเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวนั้น ตนปั้นกับมือมานานแล้ว จนตกผลึกทั้งทางวิชาการและทางปฏิบัติ รธน. ปี 50 เป็นฝีมือคณะปฏิวัติ เอาคู่กรณีมาเป็นกรรมาธิการยกร่าง ร่างขึ้นมาเพื่อเข่นฆ่าพรรคเดียว มีการสอดแทรกบทบัญญัติเพื่อเอาประโยชน์ให้คนยกร่าง แต่งตั้งบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และมุ่งมั่นกับการจัดการกับคนเดียว พรรคเดียว จนโดนลูกหลงกันทั้งเข่ง องค์กรอิสระภาพพจน์ออกมาขาดคุณธรรมจริยธรรม มีสองมาตรฐานมาโดยตลอด และไม่ต่อยอดรัฐธรรมนูญเก่าๆ ปรัชญาการร่าง รธน. 50 คือ แค้นคนๆเดียวสกัดคนเดียว คนเที่เข้ามาร่างก็เป็นราชการ อย่าให้ตนแฉว่าใครได้อะไรจากการร่างบ้าง
นายชุมพล กล่าวต่อว่า วิกฤติทั้งหมดที่เกิดในปัจจุบันไม่ใช่วิกฤติของรัฐบาล แต่เขากำลังจัดการคนเบื้องหลัง ซึ่งเป็นผู้ตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ตัวเป้าหรอก เบื้องหลังมีหลายคน
ซึ่งในตอนนี้ผู้ดำเนินรายการได้ถามว่า คนที่อยู่เบื้องหลังคือใคร นายชุมพล กล่าวว่า “ เบื้องหลัง คือ ทหาร มีทั้งในราชการ นอกราชการก็มี ตามที่คนเสื้อแดงบอกที่ที่ไหนก็ที่นั่นแหละ วันนี้อยากเรียกร้องคนอย่างหม่อมคึกฤทธิ์ (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช) ไม่งั้นแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะทุกวันนี้คนที่จะแก้ปัญาหา กลับถือหางข้างใด ข้างหนึ่ง ” นายชุมพล กล่าว
นายชุมพล กล่าวต่อว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ได้แก้ได้ด้วยการแก้ รธน. อย่างเดียว แต่ต้องเริ่มแก้ที่ รธน. ปัญหาใหญ่ของวันนี้คือ มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง คนบ้านเขาทำผิด ไปเผาบ้านทำไม ไปลงโทษคนไม่ทำผิดทำไม วันนี้ถึงเวลาที่จะต้องแก้เพราะไม่ไม่มีเวลา เนื่องจากใกล้จะยุบสภาแล้ว การยุบสถาไม่ต้องคุยกับนายกเพราะคุยไปนายกฯก็ไม่ยุบ
ขณะที่นายถวิล กล่าวว่า ตนไม่ติดใจรัฐธรรมนูญ จะออกมาอย่างไรรับได้ทั้งนั้น เพราะเป็นนักการเมืองเขาไม่ให้เรามีส่วนร่วมในการแก้ไข ส่วนการจะเห็นด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนเห็นว่า รธน. 50 ผู้ร่างไปใส่เรื่องนโยบายมากไป จนรัฐบาลไม่เป็นอิสระในการบริหาร เพราะต้องมาดูว่ารัฐธรรมนูญให้ทำอะไรบ้าง จนไม่สามารถทำตามที่หาเสียงกับประชาชนได้ เพราะต้องมาทำตามรัฐธรรมนูญก่อน รัฐธรรมนูญน่าจะบัญญัติให้องค์กรอิสระมีที่มาและการทำหน้าที่ให้เป็นไปตามความต้องการอย่างแท้จริง คือ ทำอย่างไรให้คนเข้ามาสู่การเมืองอย่างบริสุทธิ์ เข้ามาให้ทำงานให้สุจริต น่าจะเป็นเรื่องสำคัญกว่าเรื่องนโยบาย หากไม่ให้การเข้าสู่อำนาจบริสุทธิ์ ก็จะได้คนซื้อเสียงเข้ามา ได้คนมีวิธีตุกติกเข้ามาบริหารประทศ
นายถวิล กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาแก้ เพราะยังมีเรื่องอื่นอีกตั้งแยะ ไม่ใช่ปุบปับแก้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีระบบเสียก่อน ไม่ใช่อยู่ๆจะมาแก้ หลายพรรคคิดที่จะแก้หลายประเด็น แต่สุดท้ายก็เอาเฉพาะสองประเด็นที่เสนอมา ซึ่งไม่ใช่เหตุและผล ขั้นตอนแก้ต้องมีกระบวนการที่ดีกว่านี้
ด้านนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ติดใจเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญ แต่สำคัญที่เนื้อหา รวมถึงเรื่องมีธงหรือไม่ หากมีธงแล้วไปร่างตามธงก็ถือว่าอันตราย ปัญหาความแตกแยกที่เกิดในชาติเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ซึ่ง รธน. 50 คือ ต้นเหตุของการแตกแยกของคนในชาติ รธน. 50 มีธง ต้องการออกแบบเพื่อสร้างความแตกแยกของคนในชาติ โดยสามารถชี้ให้เห็นได้เป็นรูปธรรม เพราะไม่มี มี รธน.ฉบับไหนจะบรรจุความไม่ชอบธรรมลงไปเหมือนเช่นนี้ อาทิ มาตรา 309 ที่ให้คณะปฏิวัติทำอะไรก็ไม่ผิด แต่อีกพวกถึงไม่ผิดก็ต้องผิด อย่างนายสมัครถูกปลดออกจากตำแหน่งเพราะทำกับข้าว ตนไม่เถียงว่ามันไม่ผิดเพราะมันอาจจะเฉียดๆ แต่สุดท้ายก็ถอดถอน เขารับงานเป็นจ็อบๆ อยากถามว่าเข้าข่ายลูกจ้างหรือ วันนี้พรรคฝ่ายค้านแค่หายใจก็อาจจะซวยนอกจากนี้ รธน. ยังเขียนกับดักไว้ทำลายการเมือง เพราะเป็นฉบับเดียวที่เขียนห้าม ห้าม ส.ส. ไปแก้ความเดือดร้อนให้ประชาชน ในมาตรา 266 เรื่องการห้ามก้าวก่ายงานของข้าราชการประจำ ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนก็คืองานขอข้าราชการเท่านั้น วันนี้ ส.ส. ไม่กล้าเซ็นอนุมติอะไร เช่นหากไปเซ็นอนุมัติโครงการแหล่งน้ำ ก็เหมือนเซ็นเข้าคุก
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รธน. ยังมีปัญหรือเรื่อง ส.ว. สรรหา ที่มีเกือบครึ่งหนึ่งของวุฒิสภา และที่มาก็เชื่อมโยงกับคณะปฎิวัติ แล้วก็ให้อำนาจ ถอดถอนนักการเมือง ทุกระดับ จะเลือกใครมาเป็นนายกฯ ก็เป็นลูกไก่ในกำมือของคณะปฏิวัติ ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากรัฐธรรมนูญต่อเนื่องถึงองค์กรอิสระ ที่เกิดจากเครือข่ายคณะปฏิวัติและใช้อำนาจเบ็ดเสร็จบวกกับตุลาการภิวัฒน์ ทำให้เป็นที่มาของสองมาตรฐาน จนถึงมาวันนี้พูดกันว่าไม่มีมาตรฐานแล้ว
ขณะที่นายสมคิด กล่าวว่า รธน. ทุกฉบับมีข้อดีข้อเสีย ไม่เฉพาะ 50 เท่านั้น ที่มีข้อเสีย รธน. 40 หากเอามาวิเคราะห์ก็มีข้อเสียเช่นกัน นักการเมืองก็ไม่ชอบ รธน. 40 ที่ห้าม ส.ส. เป็นรมต. นอกจากนี้ รธน. 40 ก็ยังล้มเหลวเรื่องการตรวจสอบนักการเมือง ขณะที่ รธน. 50 ก็มีข้อบกพร่อง ตอนยกร่างตนก็โหวตแพ้ไปหลายมติ เช่น การต่ออายุผู้พิพากษาเป็น 70 ปี
นายสมคิด กล่าวว่า การวิจารณ์เรื่องที่มาของรัฐญธรรมนูญนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดหลังจากรัฐประหาร แต่หากหลังจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเกิดขึ้นก็ต้องเกิดจาก รธน. 50 การเขียนรัฐธรรมนูญเกิดตามสถานการณ์ของประเทศ
นายสมคิด กล่าวอีกว่า เรื่องมาตรา 309 นั้นหากไปดูย้อนหลัง รธน.หลังรัฐประหารก็จะมีแบบนี้ แต่เขียนต่างไป แต่ไม่ได้ต้องการคุ้มครองผู้ทำการรัฐประหาร แต่เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ไม่ต้องมาพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา เพราะหากฟ้องด้วยเรื่องรัฐประหารก็ฟ้องกันไม่จบ คนมักคิดว่า รธน. 50 ก่อความแตกแยก แต่ความแตกแยกนั้นเกิดก่อน 19 ก.ย. 2549 แล้วถามว่า หากเอา รธน. 40 มาใช้ จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้หรือไม่ คำตอบ คือ แก้ไม่ได้ เอา รธน. 40 มา สีเสื้อจะหยุดเคลื่อนไหวหรือไม่ รธน. ไม่ใช่แก้ววิเศษที่แก้ปัญหาได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถแก้ได้แต่ต้องดูว่า เวลาที่ควรแก้เหมาะสมหรือไม่ หรือเนื้อหาจะดีขึ้นกว่าเดิมไหม ตนในฐานะคนร่าง ไม่ติดใจการแก้ การแก้เรื่องเขตเลือกตั้งกับ 190 หากจะแก้ก็ไม่กระทบอะไร แต่หากแก้จะเกิดสมานฉันท์ไหม ก็ไม่เกิด ส่วนเรื่องเขตเลือกตั้ง เขตเดียวเบอร์เดียวดีกว่าในทางทฤษฎี แต่ในสังคมไทยในทางปฏิบัติมันเป็นไปในทางเดียวกันหรือไม่
“ การร่าง รธน. คนร่างต้องดูว่ามีปัญหาอะไรจึงแก้ปัญหานั้น ปัญหาประเทศตอน ปี 50 คืออะไร คือการขายเสียง การบริหารตรวจสอบไม่ได้ พรรคการเมืองมีปัญหา ตอนนี้ก็ยังมีอยู่ วิธีแก้ไขของ รธน.ปี 50 อาจจะไม่ดีที่สุด แต่หลายเรื่องก็พยายามแก้ปัญหา แต่อาจจะไม่ถูกใจบางคนบางกลุ่ม เขาไม่ได้แก้เพื่อตัวเองหรอก ไม่มีคนร่างคนไหนบอกจะให้คนไทยแตกแยกมากกว่าเดิม ธงคือทำอย่างให้กลับเข้าสู่ปกติสุขได้ ” นายสมคิด กล่าว
“ หากเทียบ สองฉบับระหว่าง รธน. ปี 40 และ ปี 50 ตนชอบปี 40 มากกว่า แต่พูดไม่ได้ เพราะผมไม่เชื่อว่าจะเอามาใช้บนสถานการณ์ปัจจุบันได้ หากจะแก้ต้องเอาสองฉบับมารวมกัน เพราะ รธน. 40 ไม่มีทางแก้ปัญหาในทางปัจจุบัน ” นายสมคิด กล่าว



