
บิ๊กจิ๋วนั่งหัวหน้าทีมภาคใต้ประกาศดันนครรัฐปัตตานี
"บิ๊กจิ๋วนั่งหัวหน้าทีมภาคใต้ ประกาศดัน นครรัฐปัตตานี นโยบายหาเสียงพท. เลือกตั้งสมัยหน้า เชื่อแก้ปัญหา 3 จว.ใต้ รับมี โปลิตบูโร แต่แค่นำทีมรวมหมู่ ชี้พท.ไม่แตก แค่ เหลิม พูดระบาย
ผู้สื่อข่าวเมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 19 ก.พ.ที่พรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ร่วมสัมมนาผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ โดยมีนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัครส.ส.เข้าร่วมสัมนา เพื่อหารือแนวทางรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้
พล.อ.ชวลิต แถลงภายหลังการประชุมว่า คณะทำงานการเมืองภาคใต้ประชุมตั้งคณะกรรมการรณรงค์เลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าทีม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง และอดีตผู้สมัครส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 8 รับผิดชอบดูแลพื้นที่ 4 จังหวัดอ่าวไทย นายพิเชษฐ สถิรชวาล รับผิดชอบ 4 จังหวัดอันดามัน และนายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา รับผิดชอบ 5 จังหวัด คณะกรรมการจะมีการประชุมทุกสัปดาห์ แนวทางแก้ปัญหาภาคใต้รัฐบาลบอกว่าเดินมาถูกทางแล้วซึ่งมีการย้ำมากว่า 6 ปีแล้ว สูญเสียกำลังพลและใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยห่วงใย เห็นว่าแนวทางปัจจุบันกำลังนำไปสู่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า นครรัฐปัตตานีจะเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยแน่นอน การเลือกตั้งครั้งหน้าภาคใต้ 14 จังหวัดมีส.ส. 54 คน อยากเหลือส.ส.ให้พรรคฝ่ายตรงข้ามสัก 4 คน แนวทางนโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้นต้องเอาชนะด้วยความคิดเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง 3 จังหวัดใต้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แต่เรายังเข้าไม่ถึงหัวใจเลย การรุกทางการเมืองคือการเอาชนะหัวใจเขา ผู้นำของประเทศต้องเข้าใจถึงจุดนี้ ต้องเอาความเป็นดีอยู่ดีสันติสุขกลับคืนให้พี่น้องภาคใต้ และนำความยิ่งใหญ่ที่มีนับ 1000 ปีของกลับคืนให้เขาด้วย เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ เขาต้องการเกียรติความไว้วางใจ เห็นเขาเป็นคนไทยคนหนึ่งเท่านั้นเอง อนาคตการเมืองจะจับมือกับพรรคมาตุภูมิหรือไม่ยังเป็นเรื่องของอนาคต หากมาร่วมกันได้ก็เป็นเรื่องที่ดี
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งในเวลาไม่นานนี้ ผู้สมัครของพรรคที่ได้ข้อสรุปและลงตัวแล้ว ได้เริ่มทำงานในพื้นที่บ้างแล้วและจะรายงานให้พล.อ.ชวลิต ได้ทราบ พรรคยังเปิดรับผู้สมัครที่เชื่อมั่นในแนวทางพรรคเพื่อไทย ผู้มีคุณสมบัติจะลงสมัครรับเลือกตั้งพื้นที่ภาคใต้ขอให้แจ้งความจำนงส่งมาที่พรรค
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนคือจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางฮาลาลของโลก พรรคจะผลักดันแนวนโยบายสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คือ 3 เหลี่ยมอันดามันโดยมีจังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ รวมทั้งจะขยายการขนส่งทางน้ำในจ.ระนอง
นายซูการ์โน กล่าวว่า พรรคจะส่งผู้สมัครทุกเขต และจะสู้อย่างเต็มที่
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้พล.อ.ชวลิต รับตำแหน่งประธานภาคใต้ พรรคเพื่อไทย เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ในภาคใต้ให้การยอมรับในตัวพล.อ.ชวลิต และที่ผ่านก็มีสมาชิกบางส่วนที่ยังสองจิตสองใจที่จะอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่อยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวาดะห์ของนายวัน มูฮัมหมัดนอร์ มะทา อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ที่ยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งถือเป็นกลุ่มใหญ่ในส่วนของภาคใต้ รวมทั้งที่ผ่านมานายพิเชษฐ สถิรชวาล ประธานภาคใต้ก็ไม่ได้สนับสนุนปัจจัยให้กับสมาชิกภาคใต้ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนของสมาชิก ดังนั้นการที่สมาชิกภาตใต้ส่วนใหญ่และกลุ่มวาดะห์จึงต้องการให้พล.อ.ชวลิต เข้ามาทำหน้าที่ประธานภาคใต้ เพื่อที่จะดึงสมาชิกที่ยังไม่แน่นอนกลับเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้นโยบายด้านภาคใต้ของพล.อ.ชวลิต ทั้งเรื่องนครปัตตานี รวมทั้งโครงการฮารัปปันบารู ก็เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการทำงานในภาคใต้
ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาภายในพรรคเพื่อไทย กรณีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาเปิดประเด็นโปลิตบูโรที่คอยบัญชาการพรรคเพื่อไทย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ถ้าแปลคำนี้คือองค์กรสูงสุดประเทศที่ใช้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่มีอย่างนั้น ถ้าเป็นโปลิตบูโรจะมีการประชุมปีละ 2 หน แต่คณะกรรมการของพรรคที่ตั้งขึ้นทั้งการวางแนวทางหรือเลือกเฟ้นผู้สมัคร มีการประชุมทุกสัปดาห์ ทุกอย่างจะไปรวมศูนย์ตรงนั้นเพื่อป้องกันการสับสน
ถามว่าโปลิตปูโรมีอำนาจสูงสุดชี้ขาดแนวทางของพรรคหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า คงเข้าใจผิดไม่มี แนวทางของพรรคเพื่อไทยใช้แนวทางประชาธิปไตย เป็นการนำรวมหมู่ที่ต้องการให้ทุกคนมีบทบาทในการแสดงความเห็น ต้องการเสียงข้างมากในการตัดสินใจของบ้านเมือง คงไม่ใช่คนเพียงคนเดียว ในการตัดสินใจ
ถามว่าคณะกรรมการดังกล่าวกับคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยใครมีอำนาจตัดสินใจมากกว่ากัน พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า คงไม่เกี่ยวกัน คณะกรรมการโปลิตบูโร นำสิ่งที่ห่วงใยมาพูดจากัน สิ่งไหนที่ยังขาดไปก็มาพูดกัน และสิ่งที่สมควรรู้เราก็ส่งให้ท่าน แต่คงไม่ใช่ลักษณะจะมาสั่งการ
ถามว่าคณะกรรมการชุดนี้มีใครเป็นประธาน พล.อ.ชวลิต กล่าวติดตลกว่า มีตนเป็นประธาน คณะกรรมการก็ไม่มีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เพราะไม่สามารถมาเกี่ยวข้องทางการเมืองได้ ที่เชิญมาแค่เป็นผู้บรรยายที่เราขอความรู้ท่าน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง คณะทำงานที่ตั้งมาเพื่อทำในสิ่งที่ขาดตกบกพร่องและมาเสริมแนวทางในการทำงาน ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นมากกว่านั้น
เมื่อถามว่า ท่าทีร.ต.อ.เฉลิม อาจเป็นการตอกย้ำหรือไม่ว่าพรรคยังแตกร้าว พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ค่อนข้างลึกล้ำด้านนี้ ท่านมีความคิด เพื่อต้องการทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ที่พูดเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ ไม่เห็นมีสิ่งไหนก่อให้เกิดความแตกแยก ถ้าแตกแยกจริงแล้วเป็นอันตรายท่านคงไม่พูด ร.ต.อ.เฉลิม เป็นนักการเมืองอาวุโส มีประสบการณ์สูง ถ้าไม่พอใจใครคงเงียบ ยิ่งเงียบยิ่งน่ากลัว การออกมาพูดถือเป็นสิ่งธรรมดา ที่ทุกคนพึงปฏิบัติหากเห็นว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้องควรมาปรับปรุงแก้ไขเท่านั้น ในพรรคไมมีความขัดแย้ง มีแต่จะรักกันขนาดไหนเท่านั้นเอง
เมื่อถามว่า ปัญหาการใช้งานเครื่องจีที 200 พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ถ้ามันไม่ดี ไม่ใช้จะเสี่ยงน้อยลง หากยังไม่ดีและมีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ออกมาแล้ว หากใช้ไปยังเป็นอันตราย ที่พูดคือเป็นห่วงลูกหลานทหารเท่านั้น
เมื่อถามว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ควรจะเชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหยุดใช้ไปก่อนหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าถ้าเป็น นายกฯคนที่แล้ว พล.อ.อนุพงษ์คงไม่เชื่อ แต่นายกฯคนนี้ไม่รู้เหมือนกัน



