ข่าว

ซำปอกง วัดพนัญเชิง

ซำปอกง วัดพนัญเชิง

20 ก.พ. 2553

ใกล้เที่ยงคืนวันที่ 30 ของสิ้นปีเก่าจีน (ซาจับแม้) เตี่ยกับแม่จะพาพี่ๆ กับผม ลงเรือใต้สะพานพุทธ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไป วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เพื่อไหว้สักการะพระพุทธไตรรัตนนายก ซึ่งชาวจีนนับถือว่า เป็น ซำปอกง เทพเจ้าที่อยู่ในใจคนจีนทั้งชาติ ฝ่าฝูงชนที่ไป

 เสร็จแล้วนั่งรถแท็กซี่ต่อไปที่ ศาลเจ้าพ่อเสือ (ตั่วเล่าเอี้ย) ไปเบียดเสียดไหว้เจ้าพ่อเสือ จนผู้คนต้องไหลตามกันไป จะไปหายใจคล่องคออีกครั้งเมื่อเตี่ยกับแม่พาไปไหว้ หลวงปู่ไต่ฮงกง แล้วเตี่ยบริจาคเงินทำบุญช่วยผู้ยากไร้ให้แก่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ระฆังและกลองในศาลไต่ฮงกง จะกระหน่ำตีเพื่อรับปีใหม่ (ชิวอิก) เข้าสู่เทศกาลตรุษจีนพอดี

 อาทิตย์ถัดไป เตี่ยกับแม่จะพาพวกเราขึ้นรถไฟที่สถานีสามเสน ไปไหว้ ซำปอกง (พระพุทธไตรรัตนนายก) ที่ วัดพนัญเชิงวรวิหาร อยุธยา เตี่ยเล่าให้ฟังว่า คนจีนเคารพนับถือพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ ที่อยู่ในศาล หรือวัดริมแม่น้ำริมทะเล ว่าเป็น ซำปอกง เมื่อชาวจีนเดินเรือสำเภามาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา จึงนับถือพระพุทธไตรรัตนนายก วัดกัลยาฯ และวัดพนัญเชิง ว่าเป็น ซำปอกง

 เตี่ยเล่าถึง อภินิหาร ซำปอกง วัดพนัญเชิง ว่า เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา มีเด็กๆ ชาวบ้านฝั่งตรงข้ามวัด อยากมาเที่ยวงานประจำปีวัดพนัญเชิง แต่เรือข้ามฟากไม่มี เด็กๆ จึงยกมือไหว้รำลึกถึงซำปอกง ขอไปเที่ยวงานวัด สักพักมีขอนไม้ใหญ่ลอยมาพาดแม่น้ำป่าสัก ให้เด็กๆ เดินข้ามไปเที่ยวงานวัด เที่ยวเสร็จเดินข้ามขอนไม้กลับบ้าน ขอนไม้โผล่ตัวให้เห็นเป็นจระเข้ตัวใหญ่ แล้วค่อยๆ ดำน้ำหายไปกับสายน้ำ

 ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 มีน้ำไหลออกมาจากพระเนตรองค์ซำปอกง เป็นลางบอกเหตุให้ชาวบ้านลือกันไปทั้งเมืองอยุธยา ทำให้ นายสิน นายกองใหญ่ที่ควบคุมกำลังพลรักษาพระนคร มั่นใจว่า ซำปอกงมาเตือนภัยแผ่นดิน นายสินจึงระดมกำลังทหาร ตีฝ่าวงล้อมทัพพม่า มาตั้งกองทัพกู้ชาติจนเป็น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินพันธมิตรระดมทิ้งระเบิด หมายถล่มค่ายทหารญี่ปุ่น แต่ไม่น่าเชื่อว่า ลูกระเบิดกว่า 20 ลูก ไม่ได้ตกเข้าไปในเขตวัดพนัญเชิงเลย ทำให้วัดพนัญเชิงและศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่อยู่ข้างโบสถ์ ยังคงสมบูรณ์มาจนถึงทุกวันนี้

 ผมจะพาไปไหว้ซำปอกง วัดกัลยาฯ ไหว้เจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อไฉ่ซิงเอี้ย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เล่าเรื่องคนจีนบนแผ่นดินไทย ในวันง่วนเซียว 28 กุมภาพันธ์นี้ โทร.0-2280-1319, 0-2280-2041

ร้านชายน้ำ ต้นตำรับกุ้งแม่น้ำเผา
 เมื่อ 20 ปีก่อน ผมไปรอรับแม่มะลิ ที่หน้าโรงเรียนจอมสุรางค์ แล้วชวนกันไปกินข้าวที่ ร้านชายน้ำ ฝั่งตรงข้าม เป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่ คุณจิงชวง แซ่โง้ว ลงมือทำกับข้าวแบบชาวบ้านให้กินอร่อย โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำแท้ๆ จากแม่น้ำป่าสัก คุณจิงชวง จะเอากุ้งแม่น้ำสดๆ มาวางให้ลูกค้าดู และสอนวิธีดูกุ้งแม่น้ำว่า กุ้งจากแม่น้ำป่าสักแท้ๆ ต้องมีพรายน้ำเกาะอยู่ตามเปลือกกุ้ง ส่วนกุ้งเลี้ยงจากสุพรรณบุรี ผิวเปลือกกุ้งจะเกลี้ยงใส

 เลือกกุ้งแม่น้ำแท้ๆ ตามชอบใจแล้ว ให้ คุณจิงชวง ผ่ากุ้งแม่น้ำนำไปเผากับเตาถ่าน ให้เนื้อกุ้งฟูขาวนุ่ม มันตรงหัวกุ้งไหลเยิ้มเหลืองส่งกลิ่นหอมน่ากิน น้ำจิ้มใช้พริกขี้หนูสวนสับกับกระเทียม ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวและน้ำปลา ราดกินกับเนื้อกุ้งเผาอร่อยจนไม่สนใจราคาที่แพงตามคุณภาพ

 ปีนี้ คุณจิงชวง มอบห้องครัวให้ ดวงพร งามศิริอุดม ลูกสาว ทำหน้าที่แม่ครัวปรุงอาหารให้ลูกค้า วันไหนได้ปลาม้าสดๆ ตัวละ 7 กิโลกรัม ดวงพรจะแล่เนื้อปลาม้าชิ้นหนาๆ มาทำ ต้มยำปลาม้าน้ำใส ตามสูตรโบราณของชาวอยุธยา ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวให้แซบเผ็ดอร่อย แล่เนื้อปลาม้าให้บางลงแล้วทอดให้กรอบ โรยกระเทียมพริกไทยช่วยให้เนื้อปลาทอดอร่อยยิ่งขึ้น

 ชาวบ้านอยุธยาจับปลาเนื้ออ่อนขนาดหนึ่งคืบส่งให้ร้านชายน้ำทุกวัน ดวงพรจึงนำ ปลาเนื้ออ่อนมาทอดกระเทียมพริกไทย หรือทำ ปลาเนื้ออ่อนราดพริก ปลาเนื้ออ่อนตัวไม่ใหญ่มาก ทอดให้กรอบกินได้ตั้งแต่หัวจรดหางปลา เนื้อปลาบางๆ ยังมีรสหวาน แต่ความกรอบอร่อยได้แคลเซียมจากก้างและครีบปลา

 อยุธยามีปลากรายชุกชุม ผมจึงสอนให้ดวงพรทำ ปลากรายผัดฉ่า ใช้เนื้อปลากรายขูดมานวดให้เนื้อปลาเหนียวหนึบ ใส่ใบมะกรูดซอย กระชาย พริกเหลืองตำให้แหลก ผัดกับน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ อร่อยจนเป็นจานที่ขายดีมาก แล้วยังมี ทอดมันปลากราย ที่เหนียวนุ่ม กุ้งแม่น้ำผัดบรอกโคลี ล่าสุดผมสอนให้ดวงพรเอาเนื้อกุ้งไปผัดกับผักโขม ใส่พริกขี้หนูสวน อร่อยกว่าเอาไปผัดกับผักหวาน

 ล่าสุด ผมสอนดวงพรทำ กุ้งแม่น้ำทอดเกลือ อร่อยจนน้ำมันทอดกุ้งราดข้าวสวยร้อนๆ ก็กินอร่อยครับ ร้านชายน้ำของคุณจิงชวงไม่มีสาขา มีเพียงแห่งเดียวตรงข้ามสำนักงานที่ดินอยุธยา หลังร้านติดแม่น้ำป่าสัก โทร.0-3525-2013, 08-1696-2439

"อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช"