ข่าว

ตร. ย้ำ 3 ข้อ พร้อมอำนวยความสะดวก "นักท่องเที่ยว" รองรับ "เปิดประเทศ" 1 พ.ย.นี้

ตร. ย้ำ 3 ข้อ พร้อมอำนวยความสะดวก "นักท่องเที่ยว" รองรับ "เปิดประเทศ" 1 พ.ย.นี้
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขานรับนโยบายรัฐ เน้น 3 ข้อหลัก อำนวยความสะดวก "นักท่องเที่ยว" รองรับ "เปิดประเทศ" 1 พ.ย.นี้

29 ต.ค. 2564 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์  ผบช.สตม. ,พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท. , พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ตรวจความพร้อมเตรียมอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ในการเปิดประเทศวันที่  1 พ.ย. 2564 ที่จะถึงนี้ 

 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล แผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก ในวันที่ 1 พ.ย. 2564 นี้ โดยมีพื้นที่นำร่องจำนวน 17 จังหวัด เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ แต่ก็ยังคงต้องรักษาความมั่นคงด้านสาธารณสุขควบคู่กันไป พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) เร่งเตรียมความพร้อมดูแลนักท่องเที่ยว โดยจะเน้นดูแลใน 3 เรื่องหลักๆ คือ 1.ความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการ โดยเฉพาะขั้นตอนการเข้า-ออกประเทศ 2.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การระวังป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ทั้งตัวเจ้าหน้าที่เอง และนักท่องเที่ยว รวมถึงอุบัติภัยหรืออาชญากรรมต่างๆ 3. ให้นักท่องเที่ยว "อบอุ่น ประทับใจ"

 


 

ด้านความสะดวก รวดเร็วในการให้บริการ  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไว้ประจำสนามบินนานาชาติ ทั้ง 5 แห่ง คือ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 2,000 นาย และตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศอีก 1,715 นาย โดยก่อนสถานการณ์โควิด 19 มีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยวันละประมาณ 100,000 คน แต่ในช่วงสถานการณ์โควิดปัจจุบัน มีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยวันละเพียง 1,400 คน เท่านั้น เชื่อว่าในช่วง พ.ย.-ธ.ค.64 ที่จะถึงนี้ จะมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยวันละ 4,000 คน ซึ่ง เจ้าหน้าที่ ตม.สุวรรณภูมิ สามารถระบายผู้โดยสารได้ประมาณ 700 คน/ชม. แต่หลังวันที่ 1 พ.ย.64 เป็นต้นไป หากผู้โดยสารใช้ แอพพลิเคชั่น Thailand Pass จะสามารถระบายผู้โดยสารถึง 2,000 คน/ชม. เนื่องจากไม่ต้องมีการสแกนเอกสาร เช่น เอกสาร COE, ใบ ตม.6, ต.8 เป็นต้น 

 

ด้านการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของนักท่องเที่ยว ก่อนเปิดประเทศ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท เป็นเวลาติดต่อกัน 3 เดือนโดยเฉพาะการฉ้อโกง การหลอกลวงออนไลน์ หรือการจัดระวังป้องกันการนำข้อมูลส่วนบุคคลและการเงิน ธนาคาร บัตรเครดิต ไปใช้ ได้มีการเร่งให้ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (PCT) ,สอท. และ บก.ช. เร่งผลิตสื่อหรือข้อมูลเผยแพร่ให้ความรู้ในการป้องกันตนเองให้กับประชาชนแล้ว 

 

สำหรับมาตรการระวังป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 ทั้งตัวเจ้าหน้าที่เอง และนักท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้ ตม. และ ตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งจะมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยว ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 100% และจะฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้ได้อย่างน้อย 95% ก่อนเปิดประเทศ ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายรักษามาตรการทางสาธารณสุขตลอดเวลา ทั้งขณะปฏิบัติงานและนอกเวลางาน 

 

 

ด้านของการให้บริการให้นักท่องเที่ยวเกิดความ "อบอุ่น ประทับใจ" ที่ได้มาเที่ยวประเทศไทยนั้น ได้สั่งการให้ สตม.และ บช.ทท. เชิญผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว มาประชุมเพื่อขอความร่วมมือให้มีการแจ้งที่พักตามกฎหมายให้ครบถ้วน 100%  เพื่อสะดวกในการติดตามตัวและดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหมั่นออกกวดขันตรวจตราผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืน นอกจากนี้ขอความร่วมมือภาคีเครือข่าย และประชาชนดูแลนักท่องเที่ยวให้เกิดความ "อบอุ่น ประทับใจ" สถานที่ท่องเที่ยวต้องมีมาตรการทางสาธารสุขอย่างเข้มงวด จุดใดที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรืออาชญากรรม ขอให้ช่วยกันปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมี สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้บริการ 30 คู่สาย ต
ลอด 24 ชม. มีล่ามภาษา 5  ภาษา คือ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย จีน พร้อมให้บริการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ แจ้งเหตุ ร่วมกับ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 32 สถานี และสถานีตำรวจทั่วประเทศ
     

 

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ยังได้แต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนปรามปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.64 ซึ่งมีผลการจับกุมขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย กว่า 29,575 ราย จับกุมเครือข่ายขบวนการแล้วจำนวน 154 เครือข่าย จับกุมผู้นำพา จำนวน 195 ราย จับกุมผู้ให้ที่พักจำนวน 573 ราย และได้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายแรงงานต่าง โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวนกว่า 80,000 จุด โดยแบ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนกว่า 358 จุดและเส้นทางคมนาคมและจุดสำคัญกว่า 79,751 จุด 

 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กล่าวอีกว่า สำหรับมาตราการในการปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองนั้น ขณะนี้ได้กำชับทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองตามพื้นที่แนวชายแดน และตามเส้นทางคมนาคม โดยเน้นการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการ ผู้นำพาที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จับกุมไปหลายเครือข่ายแล้ว โดยบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง และเพิ่มช่องทางการแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชนอีกด้วย 

 

 

logoline