ข่าว

คนไทยขาดวินัย "ธปท." เผย แค่ 38% มีเงินสำรองใช้เกิน 3 เดือน หากตกงานกระทันหัน

คนไทยขาดวินัย "ธปท." เผย แค่ 38% มีเงินสำรองใช้เกิน 3 เดือน หากตกงานกระทันหัน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"ธปท" เผยผลสำรวจพบ คนไทยแค่ 38% มีเงินสำรองใช้เกิน 3 เดือน หากตกงานกระทันหัน เร่งส่งเสริมวินัยด้าน การออมเงิน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติในการสำรวจระดับทักษะทางการเงินของคนไทยตามกรอบของ The Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) เป็นครั้งที่ 8 ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 11,901 ครัวเรือน เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาทักษะทางการเงินของคนไทย และสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ดี

 

ภาพรวมผลการสำรวจปี 2563 พบว่า คนไทยมีพัฒนาการระดับทักษะทางการเงินดีขึ้น อยู่ที่ร้อยละ 71.0 สูงกว่าการสำรวจครั้งก่อนในปี 2561 (ร้อยละ 66.2) และสูงกว่าค่าเฉลี่ยการสำรวจทักษะทางการเงินครั้งล่าสุดของ OECD ในปี 25631 (ร้อยละ 60.5) เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของทักษะทางการเงินทั้ง 3 ด้าน พบว่า คนไทยมีพัฒนาการดีขึ้นในทุกด้าน โดยความรู้ทางการเงินอยู่ที่ร้อยละ 62.9 (ร้อยละ 55.7 ในปี 2561) ปรับตัวดีขึ้นในทุกหัวข้อ แต่ยังมีหัวข้อที่สามารถพัฒนาและส่งเสริมเพิ่มเติม ได้แก่ การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝากทบต้น การกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และมูลค่าของเงินตามกาลเวลา ด้านพฤติกรรมทางการเงินอยู่ที่ร้อยละ 71.1 (ร้อยละ 67.8 ในปี 2561) โดยหัวข้อการจัดสรรเงินก่อนใช้ และศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีคะแนนเพิ่มขึ้นมาก 

 

อย่างไรก็ดี หัวข้อการบริหารจัดการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเงินไม่พอใช้มีคะแนนลดลง ขณะที่ด้านทัศนคติทางการเงินอยู่ที่ร้อยละ 82.0 (ร้อยละ 78.0 
ในปี 2561) มีพัฒนาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทัศนคติในเรื่องการวางแผนเพื่ออนาคตในระยะยาว เป็นหัวข้อที่มีพัฒนาการจากปี 2561 มากที่สุด ซึ่งความไม่มั่นคงทางรายได้จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 น่าจะมีส่วนทำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคตมากขึ้น

 

สำหรับการสำรวจทัศนคติ และพฤติกรรมการออม พบว่าสัดส่วนผู้มีเงินออมในกลุ่มตัวอย่างเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 74.7 ในปี 2563 (จากร้อยละ 72.0 ในปี 2561) และคนส่วนใหญ่มีความตระหนักเรื่องการออมเงิน เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน และการออมเพื่อการเกษียณ ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนตระหนักถึงความจำเป็นของการเก็บเงินสำรองมากขึ้น อย่างไรก็ดี มีเพียงร้อยละ 38 ที่มีเงินสำรองอยู่ได้เกิน 3 เดือนหากต้องหยุดงานกะทันหัน แสดงให้เห็นว่า ยังมีความจำเป็นต้องส่งเสริมการออมให้บรรลุเป้าหมาย ทั้งนี้ แรงจูงใจสำคัญในการออม มาจากการมีเป้าหมาย หรือแผนที่ชัดเจนที่จะต้องใช้เงินในอนาคต แต่มีเพียงร้อยละ 19.7 ที่จัดสรรเงินเพื่อออมก่อนนำเงินไปใช้จ่าย จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เป้าหมายการออมไม่สำเร็จ

 

 

ธปท. มีการส่งเสริมความรู้ทางการเงินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับทักษะทางการเงินของคนไทยผ่านรูปแบบ และช่องทางการดำเนินงานที่หลากหลาย โดยเผยแพร่สื่อความรู้ในวงกว้างผ่านช่องทางออนไลน์ ของ ธปท. (Facebook ศคง. 1213) และพันธมิตรต่าง ๆ รวมถึงสื่อท้องถิ่น โดยในระยะที่ผ่านมา ธปท. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ประชาชนมีความพร้อมรับมือกับวิกฤต โดยส่งต่อเนื้อหาเรื่องการวางแผนทางการเงิน และบริหารจัดการเรื่องหนี้ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ คู่มือ "รู้รอบเรื่องเงิน พร้อมเผชิญทุกวิกฤต" ตลอดจนหัวข้อภัยทางการเงินเผยแพร่บนเว็บไซต์ศคง. 1213 และส่งผ่านความรู้แก่แรงงานกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านองค์กรพันธมิตรของสมาคมภาคธุรกิจเอกชน 

 

สำหรับการส่งเสริมให้มีการออม และวางแผนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยมีพฤติกรรมทางการเงินที่ดีอย่างยั่งยืน ธปท. สานต่อการดำเนินงานกับ 2 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ นักศึกษาอาชีวะศึกษา และวัยทำงาน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านโครงการ Fin. ดี We Can Do!!! และ Fin. ดี Happy Life!!!  ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่เหมาะสม อันจะนำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

 

คนไทยขาดวินัย "ธปท." เผย แค่ 38% มีเงินสำรองใช้เกิน 3 เดือน หากตกงานกระทันหัน

logoline