
ชี้ม.5ถ่ายคลิปเพื่อนเรียกค่าไถ่เลียนแบบหนัง
ผกก.นาโยง เผยผลการสอบสวนนักเรียนสาว ม.5 โรงเรียนดัง สารภาพเปลือยเพื่อนตัดต่อเรียกค่าไถ่เลียนแบบหนัง ต้องการเงินไปติวที่กรุงเทพ หวังช่วยเหลือทางบ้าน แถมเคยก่อเหตุลักพาตัวเรียกค่าไถ่ 3 ล้าน ลูกผู้พิพากษาหัวหน้าศาลมาแล้ว
พ.ต.อ.เสกสันต์ ชูรังสฤษต์ ผกก.สภ.นาโยง จ.ตรัง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่ น.ส.(หนึ่ง) นามสมมุติ นักเรียนชั้นมัทธยมปีที่ 5 ร.ร.ชื่อดังแห่งหนึ่ง จ.ตรัง ได้ถ่ายคลิปภาพเปลือยแบบตัดต่อ ของ น.ส.(แก้ว) นามสมมุติ ของเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 50,000 บาท และต่อมาได้มีผู้ปกครองของ น.ส.แก้ว ได้นำเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.นาโยง และเมื่อสอบสวนทราบว่าเป็นความจริง จึงได้นำกำลังตำรวจเข้าจับกุม น.ส.หนึ่ง ได้ที่โรงเรียน ขณะที่เตรียมกำลังจะหลบหนี ออกจากโรงเรียนดังกล่าว
ทั้งนี้ ผกก.สภ.นาโยง กล่าวต่อว่า ตำรวจสามารถยึดของกลางที่ใช้ก่อเหตุ เช่น โทรศัพท์มือถือ ซิมโทรศัพท์ และภาพที่ได้ถ่ายคลิปที่มีการตัดต่อเป็นภาพเปลือยท่อนบนของเพื่อนที่เป็นผู้เสียหาย พร้อมกับข้อความที่เรียกค่าไถ่ โดยนัดให้มาจ่ายเงินที่ห้องสมุดประชาชน ในตัวเมืองตรัง เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท เป็นหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนักเรียนด้วยกัน
สอบสวนผู้ต้องหา ให้การสารภาพว่า เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว เมื่อประมาณปี 2548 เคยก่อคดีลักพาตัว ลูกสาวผู้พิพากษา หัวหน้าศาล จ.กระบี่ ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นอนุบาล โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองตรัง โดยได้จับตัวเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 3 ล้านบาท ต่อมาได้ถูกจับกุม ศาลได้สั่งควบคุมตัวสถานพินิจ สงขลา เป็นเวลา 2 ปี เมื่อพ้นโทษได้เข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนประจำอำเภอ และได้ก่อซ้ำอีกในลักษณะคล้ายกันในครั้งนี้
นอกจากนั้น ผู้ต้องหายังให้การสารภาพว่า ต้องการจะนำเงินที่ได้จากการเรียกค่าไถ่ ไปเรียนกวดวิชาที่กรุงเทพ ส่วนสาเหตุที่ไม่ขอเงินจากผู้ปกครอง เนื่องจากเห็นว่าผู้ปกครองมีภาระมากแล้ว เช่น ต้องผ่อนรถยนต์ ค่าผ่อนบ้าน ตนพอจะช่วยทางบ้าน จึงได้คิดวิธีการถ่ายคลิ๊บเพื่อเรียกค่าไถ่ เพราะเห็นในภาพยนตร์ สามารถมีเงินจากการเรียกค่าไถ่เป็นจำนวนมาก และโทษความผิดก็สูงขึ้นด้วย ตนแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมจึงได้คิดมาก่อเหตุอีก
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหานักเรียนรายนี้ พบว่า เป็นเด็กที่เรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยเกือบ 4 ทุกรายวิชา ซึ่งน่าเสียดายอนาคตมาก อีกทั้งยังเป็นบุตรสาวคนเดียวในครอบครัวด้วย โทษความผิดครั้งนี้ ได้ตั้งข้อกล่าวหากักขังหน่วงเหนี่ยว มีความผิดทางอาญา 5 ปี แต่โทษครั้งนี้เป็นโทษพยายามกักขังหน่วงเหนี่ยว ยังก่อเหตุไม่สำเสร็จ จึงลงโทษ 2 ใน 3 ของคดีดังกล่าว ซึ่งเห็นว่าเป็นคดีที่เป็นอุธาหรณ์ให้กับทุกคน การที่บุตรหลานมีการใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ อาจจะเป็นที่มาของการก่อเหตุรวมทั้งพฤติกรรมเลียนแบบจากภาพยนตร์ ที่เยาวชนไม่ส่ามาระแยกแยะได้สิ่งใดควรหรือไม่ควร ผู้ปกครองเองควรที่จะดูแลบุตรในการชมภาพยนต์หรือการใช้จ่ายของลูกหลานอย่างใกล้ชิดด้วย



