
ต้นเหตุแห่งความเหิมเกริม
วันก่อนบอกแล้วว่าผมยังอยู่ที่อินเดีย ไปจาริกดินแดนพุทธภูมิ ตามรอยพระพุทธเจ้า แม้จะทึ่งในเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นกว่า 2,553 ปี เป็นการก่อกำเนิดของศาสดาเอกของโลกพระองค์หนึ่งก็ตาม แต่ยังไม่วายต้องรับรู้เหตุการณ์บ้านเมืองไทย ซึ่งส่อแววว่าจะเกิดเหตุร้าย เป็นเพรา
การที่นักการเมืองเสแสร้งไปนั่งทำสมาธิใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ในพุทธคยา หรือศรีลังกาก็ดี ไม่ได้ทำให้จิตใจสะอาดขึ้นแม้แต่น้อย แต่ละวันที่ผ่านไป จิตใจหมกมุ่นอยู่กับความอยากได้ กิเลสตัณหาเกาะกุมหัวใจ
ทำให้เพื่อนร่วมแผ่นดินไม่เป็นสุข!
ฝ่ายต้องการสู้เพื่อเงินและอำนาจกำลังทำทุกอย่าง รวมทั้งเล่ห์กล สกปรกโสโครกเพียงเพื่อแลกกับเงิน ไม่สนใจไยดีกับความเป็นอยู่ ความสงบสุขของแผ่นดินเกิด ซึ่งบรรพบุรุษของตัวเองได้อาศัยตั้งแต่เกิด
ทุกวันนี้กลุ่มเครือข่ายแสวงอำนาจ แสดงออกให้เห็นพฤติกรรมเลวร้าย กล้าคำรามเพื่อข่มขู่คุกคามผู้อื่น ซึ่งทำหน้าที่เพื่อกลไกกฎหมายขื่อแปของบ้านเมือง
ทั้งหมดเป็นเพราะผลประโยชน์ของผู้จ้องหาเรื่องและผู้ตั้งรับโดยขาดความกล้าหาญ เด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้บ้านเมืองถูกทำลายจนล่มสลาย
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ แต่เหมือนมีกรรม เพราะมารร้ายตนเดียว ซึ่งเต็มไปด้วยความโลภโมโทสัน มีความอยากไม่สิ้นสุด จนได้ชื่อว่าโกงทั้งโคตร และยกระดับให้ถึงขั้น ชั่วทั้งโคตร สลับกันดาหน้ามาตั้งข้อกล่าวหาอย่างไร้ยางอาย
อย่างที่ว่าไว้ คนห่างไกลจากศาสนา ย่อมทำให้เป็นคนดิบ เถื่อน ช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีสงฆ์จีวรแดงทำตัวเป็นอลัชชีการเมืองไม่พ้นกิเลส ร่วมสร้างความรุนแรง
เอาไม้ไล่ทุบรถ เตะถีบ แสดงกิริยาถ่อยให้เห็น ในกระทรวงมหาดไทย ในเชียงใหม่ กลายเป็นจิ้งเหลือง แม้แต่พระนักเทศน์บางรูปก็หมดราคา ต้องกลายสภาพเป็นพระแดงในสายตาของชาวบ้าน เป็นเพราะยังมีกิเลสหนานั่นเอง
ต่อให้นั่งสวดมนต์ทำวัตร วันละ 10 รอบก็ไร้ความหมาย!
พฤติกรรมและคำพูดของนักการเมืองสู้เพื่อเงิน และสมบัติของคนหนีคุกปรากฏชัด ในเมื่อรัฐบาลต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ จนแทบระส่ำระสาย
วันก่อนหัวหน้ามาร์คบอกว่า "ยืนยันว่าในส่วนของผม ในส่วนของรัฐบาล ไม่เคยมีความคิดเรื่องการใช้ความรุนแรง และผมอยากให้ประชาชนเฝ้าและติดตาม และมองเห็นว่าภาครัฐไม่มีการทำอะไรทั้งสิ้นที่จะนำไปสู่ความรุนแรงเลย แต่ต้องถามคำถามว่า เหตุใดบุคคลที่อ้างว่าเคลื่อนไหวในเรื่องของประชาธิปไตยจึงมีการพูดจาในลักษณะที่จะทำให้เกิดความรุนแรงหรือยั่วยุ ปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา"
นั่นเป็นเพราะการตะแบง โกหกพกลม และสังคมไทยซึ่งกำลังไร้รากและจุดยืนกำลังนำพาบ้านเมืองเข้าสู่จุดวิกฤติ เป็นความอยู่รอดของสถาบันหลัก
พวกรักความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด คิดอย่างไรกับปัญหาและความขัดแย้งนี้ จะยอมเป็นพลังเงียบที่ไร้ค่าต่อไป ให้บ้านเมืองวอดวายเช่นนั้นหรือ
อาจารย์ปณิธาน รักษาการโฆษก ประเมินการตั้งรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงและเครือข่ายทักษิณว่ามีมาตรการอย่างไร
"หากสถานการณ์ยังปกติ รัฐบาลก็จะใช้กฎหมายทั่วไป แต่ถ้ามีการคุกคามความสงบเรียบร้อย จะใช้กฎหมายพิเศษคือ พ.ร.บ.ความมั่นคง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยรัฐบาลก็พร้อมจะตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัย ประกาศพื้นที่ฉุกเฉิน ให้ทหารจะเข้ามาเป็นหลักในการดำเนินการ ตอนนี้ทหาร 50 กองร้อยพร้อมเคลื่อนที่โดยนายกฯ ไม่ต้องเรียกประชุมอีกแล้ว และจะใช้แผนนี้ดูแลความสงบไปจนถึงต้นเดือนมีนาคม 2553"
ถ้าเหตุการณ์ความไม่แน่นอนยืดเยื้อไปนานถึงวันนั้น บ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร หรือใช้ชาวบ้าน นักธุรกิจ ต้องอยู่ในความหวาดผวา ขณะที่แกนนำคนเสื้อแดงยังใช้สื่อประโคมข่าว โกหกพกลมปั่นหัวชาวบ้านทุกวัน
และการที่รัฐบาลไม่ทำอะไรกับการโกหก โดยให้ความจริงต่อประชาชน เท่ากับเป็นการปล่อยไฟให้ลุกโชน ความเหิมเกริมเพิ่มขึ้น เพราะเห็นว่ารัฐบาลไม่เอาไหน ใช่หรือไม่ และรู้อย่างนี้ก็ยังไม่ทำอะไรอีก
คนเสื้อแดงกล้าขู่ฆ่าบุคคลสำคัญ การเป็นนายกฯ ของคุณอภิสิทธิ์ทำให้ครอบครัว พ่อแม่ของตัวเองอยู่ในความหวาดผวาหรือไม่
แม้แต่ตัวเองไปไหนมาไหน ต้องอาศัยรถยนต์หุ้มเกราะ
แล้วทำไมไม่ใช้กฎหมายบ้านเมืองจัดการไปตามความจำเป็น ทั้งๆ ที่มีหน้าที่และอำนาจทำเช่นนั้น จะใช้ขันติ อุเบกขา การเล่นตามเกมกับคนไร้ยางอาย และไร้กฎระเบียบ มีแต่การจ้องเอาเปรียบสร้างความวุ่นวายเช่นนั้นหรือ
ทำอะไร ก็ต้องรีบทำ การตั้งรับอย่างเดียว โดยไม่บอกให้ชาวบ้านรู้นั้น เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำให้บ้านเมืองล่มจมจริงๆ นิ! อิอิอิ!!!



