ข่าว

100 ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ระดับโลกกระตุ้น WHO เปลี่ยนจุดยืน "บุหรี่ไฟฟ้า"

100 ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ระดับโลกกระตุ้น WHO เปลี่ยนจุดยืน "บุหรี่ไฟฟ้า"
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าเผย 100 ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ระดับโลกลงชื่อกระตุ้น WHO เปลี่ยนจุดยืน "บุหรี่ไฟฟ้า" พร้อมระบุ 6 ข้อเรียกร้อง

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ นำโดยนายอาสา ศาลิคุปต และนายมาริษ กรัณยวัฒน์ สองแอดมินเพจ"บุหรี่ไฟฟ้า"คืออะไร ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน เปิดเผยว่า ผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนานโยบายเกี่ยวกับยาสูบกว่า 100 คน กำลังมีความกังวลเกี่ยวกับจุดยืนขององค์การอนามัยโลกหรือ WHO ที่ยังคงมองข้ามศักยภาพของ "บุหรี่ไฟฟ้า" ในการช่วยให้ผู้สูบบุหรี่ลดอันตรายจากการสูบบุหรี่จึงได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อเรียกร้องให้ WHO สนับสนุนและรวมเอาหลักการลดอันตราย (Harm Reduction) เข้าไปไว้ในกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบด้วย

 

ในจดหมายที่ 100 ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันลงชื่อ เผยว่า มีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า "บุหรี่ไฟฟ้า"อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้สูบบุหรี่ลดหรือเลิกการสูบบุหรี่ได้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 3.4 ที่มุ่งลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อของประชากรโลก

 

นอกจากนี้ในจดหมายยังได้ระบุข้อเรียกร้อง 6 ประการได้แก่ 1) ให้ WHO และประเทศสมาชิกสนับสนุนแนวทางการลดอันตราย 2) การพิจารณานโยบายของ WHO ต้องมีความครอบคลุมเหมาะสมทั้งกับผู้สูบบุหรี่ ผู้ไม่สูบบุหรี่ และการป้องกันเยาวชนจากความเสี่ยงในการใช้ "บุหรี่ไฟฟ้า"  3) การจะแบน"บุหรี่ไฟฟ้า"ต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างไม่ตั้งใจด้วย 4) ใช้มาตรา 5.3 ของ FCTC อย่างเหมาะสม 5) การประชุม FCTC ควรเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเพื่อสร้างความโปร่งใสและ 6) ริเริ่มการทบทวนอย่างเป็นอิสระต่อแนวทางของ WHO และ FCTC

 

 

100 ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ระดับโลกกระตุ้น WHO เปลี่ยนจุดยืน "บุหรี่ไฟฟ้า"

นายอาสากล่าวว่า การแบน"บุหรี่ไฟฟ้า"ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาของประเทศไทย เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวในการควบคุมยาสูบ การปฏิเสธนวัตกรรม และการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้บริโภค จนทำให้ผู้สูบบุหรี่ยังคงได้รับอันตรายจากควันบุหรี่ต่อไป พอมีใครเสนอให้พิจารณาหาทางควบคุม"บุหรี่ไฟฟ้า"ใหม่ กลุ่มรณรงค์ต่อต้านบุหรี่ในประเทศไทยมักจะอ้างWHO ไม่พิจารณาว่าหน่วยงานสาธารณสุขชั้นนำของโลก เช่น สาธารณสุขอังกฤษ สาธารณสุขนิวแลนด์ ยูเอสเอฟดีเอ ต่างก็มีจุดยืนที่ส่งเสริมการลดอันตรายและการใช้ "บุหรี่ไฟฟ้า"ทดแทนการสูบบุหรี่เพื่อลดอันตรายให้กับผู้ที่จะสูบบุหรี่ต่อไป ในขณะที่ป้องกันการเข้าถึงของเด็กเยาวชนควบคู่กัน

 

ทั้งนี้จดหมายฉบับดังกล่าวทำขึ้นก่อนการจัดการประชุมภาคีสมาชิกกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ ครั้งที่ 9 (FCTC COP9) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและรัฐบาลของหลาย ๆ ประเทศเข้าร่วมการประชุมออนไลน์ระหว่าง 8-13 พฤศจิกายน 2564 และอาจจะมีการพิจารณามาตรการควบคุม"บุหรี่ไฟฟ้า"และผลิตภัณฑ์ยาสูบลดความเสี่ยงในการประชุมครั้งนี้

 

ด้านนายมาริษ กล่าวว่า ผู้แทนจากทั่วโลกที่จะเข้าร่วมการประชุม FCTC COP9 ซึ่งถือว่ามีความสำคัญในการกำหนดอนาคตของผู้สูบบุหรี่ทั่วโลก การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในการประชุมนี้จะมีผลกระทบต่อผู้สูบบุหรี่ 1 พันล้านคนทั่วโลกรวมถึงผู้สูบบุหรี่และยาเส้นในเมืองไทยกว่า 9.9 ล้านคน สุขภาพของผู้ที่เคยสูบบุหรี่แต่เปลี่ยนไปใช้ "บุหรี่ไฟฟ้า" และผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบันที่ควรจะมีสิทธิเข้าถึงทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

 

 

สำหรับประเทศไทย ไม่มีข้อมูลว่าใครจะเป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุม ไม่มีใครรู้ว่าจุดยืนของไทยเป็นอย่างไร ไม่มีการรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้องและผู้ได้รับผลกระทบหรือ และประเทศไทยจะไปตกลงอะไรในเวทีการประชุมนี้ยังคงเป็นคำถามที่มีมีใครทราบเพราะกระบวนการนี้ถูกเก็บเป็นความลับ ประชาชนและสื่อมวลชนถูกกีดกันออกจากกระบวนการและการประชุมที่มาจากภาษีประชาชน เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข สร้างความโปร่งใสในการเข้าประชุมครั้งนี้และมีการกำหนดท่าทีของประเทศไทยโดยการรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนเข้าร่วมการประชุม นายมาริษ กล่าว

logoline