ข่าว

ผู้ว่ากกท.รับลูกปมเลื่อนขั้นทหาร"วรพจน์ เพชรขุ้ม" อดีตฮีโร่มวยทีมชาติ

ผู้ว่ากกท.รับลูกปมเลื่อนขั้นทหาร"วรพจน์ เพชรขุ้ม" อดีตฮีโร่มวยทีมชาติ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ไม่ทน หลังมีประเด็นอดีตฮีโร่มวยสากลทีมชาติไทย "วรพจน์ เพชรขุ้ม" ตัดพ้อผ่านสื่อโซเชียล รับราชการทหารแต่ตำแหน่งกลับไม่ได้เติบโต โดย กกท.จะประสานไปยังกองทัพภาคที่ 2 เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือ กำลังพล

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ  การกีฬาแห่งประเทศไทย ( กกท.)   เปิดเผยว่า  กกท. กำลังพิจารณา ที่จะทำเรื่องไปถึงกองทัพภาคที่ 2  เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือกำลังพล คือ สิบเอกวรพจน์ เพชรขุ้ม   " วรพจน์ เพชรขุ้ม"    และ  จ.ส.อ.สุริยา ปราสาทหินพิมาย    ซึ่งบุคคลทั้งคู่  สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในฐานะนักมวยสากลทีมชาติไทย   ขณะที่บทบาทในการรับราชการทหารของทั้งคู่  ไม่ได้เติบโตไปตามลำดับขั้น  อันจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ทำหน้าที่เพื่อชาติ

 

ทั้งนี้  "วรพจน์ เพชรขุ้ม"  เคยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 5 สมัย ได้แก่ประเทศบรูไน,ประเทศเวียดนาม,ประเทศฟิลิปปินส์,ประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย, เหรียญทองแดง เอเชี่ยนเกมส์ ประเทศการ์ตา, เหรียญทอง เอเชี่ยนเกมส์ ประเทศจีนและเหรียญเงินโอลิมปิคเกมส์ 2004 ที่ประเทศกรีซ 

 

 สุริยา ปราสาทหินพิมาย    ทำผลงานเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ 2002  ประเทศเกาหลีใต้  ,เหรียญทองแดง โอลิมปิคเกมส์ 2004  ประเทศกรีซ และเหรียญทอง ซีเกมส์ ที่ประเทศไทย   ที่มาของเรื่องนี้เกิดขึ้นภายหลัง  สิบเอกวรพจน์ เพชรขุ้ม อดีตนักกีฬามวยสากล ทีมชาติไทย สังกัด กองทัพ ภาคที่ 2 (ทภ.2)  ได้มีโพสต์เฟสบุ๊ค เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม  

 

โดยเนื้อหาตัดพ้อที่ตน ไม่เคยได้เลื่อนยศรับราชการทหารเป็นเวลา 21 ปี และปัจจุบันยังเป็นแค่ยศสิบเอก รวมถึง จ.ส.อ.สุริยา ปราสาทหินพิมาย อดีตนักกีฬามวยสากล ทีมชาติไทย ก็ยังเป็นทหารชั้นประทวนในสังกัด ทภ.2  ก็ยังไม่ได้เลื่อนยศเช่นเดียวกัน

 กรณีที่เกิดขึ้น  กกท.ยืนยันจะช่วยประสานดำเนินการส่งหนังสือ ถึง ทภ.2 เรื่องการพิจารณาเลื่อนยศ    กำลังพลทั้ง  และจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่  ซึ่งที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย ในการแข่งขันมวยสากล ในรายการระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น โอลิมปิคเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ ซีเกมส์ ซึ่งได้ทำผลงานและสร้างชื่อเสียงมากมาย   จนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นผู้ฝึกสอนนักมวยรุ่นน้อง เพื่อมาทดแทน นักมวยรุ่นพี่    ซึ่งถือเป็นการทำคุณประโยชน์ต่อยอดให้วงการกีฬามวย และวงการกีฬาของประเทศไทย  

 

ดังนั้นกกท.ในฐานะเป็นหน่วยงานที่ดูแลกำกับด้านกีฬาโดยตรงจึงเห็นความสำคัญ กับนักกีฬาที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศชาติทั้งในอดีตและปัจจุบัน เกี่ยวกับเรื่องนี้ กกท.จะช่วยเร่งทำหนังสือถึงต้นสังกัดของทั้ง 2 คน เพื่อให้พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป  ดร.ก้องศักด กล่าว


 

logoline