
ข้อควรพิจารณากรณีจีที200
กองทัพบก โดยการนำของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้นำกำลังพลหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที 200 โดยเฉพาะที่ปฏิบัติงานเสี่ยงภัยอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ชี้แจงสื่อมวลชนและออกอากาศสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 โดยยืนยันว่ากองทัพมีความมั่นใจในประสิทธิภาพของเครื่องมือชนิดนี้และจะใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่ารัฐบาลจะมีคำสั่งระงับอย่างเป็นทางการ หลังจากที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้จัดพิสูจน์ประสิทธิภาพเครื่องจีที 200 ไปเมื่อวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ จนได้ผลสรุปออกมาว่า เครื่องสามารถตรวจหาระเบิดได้เพียง 4 ครั้ง จาก 20 ครั้งของการทดลอง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ใช้งานตามที่กล่าวอวดอ้างไม่ได้เลย
สาเหตุที่รัฐบาลต้องให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดพิสูจน์จีที 200 ขึ้น ก็เพราะนับตั้งแต่วันที่ 25-26 มกราคม ซึ่งข่าวคราวความไม่ชอบมาพากลของเครื่องจีที 200 ซึ่งถูกผ่าพิสูจน์โดยสื่อมวลชนอังกฤษปรากฏผ่านสื่อในประเทศไทยนั้น ได้เกิดข้อโต้แย้งกันตลอดมา ฝ่ายนักวิทยาศาสตร์ยกเหตุผลทางวิชาการขึ้นมาบอกกล่าวกับสังคมให้เห็นว่าเครื่องจีที 200 ไม่สามารถใช้งานได้จริง ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่กลับยกเหตุการณ์ตรวจจับระเบิดที่ได้ผลขึ้นมาโน้มนำสู่ความน่าเชื่อถือของเครื่องมือชนิดนี้
อย่างไรก็ตาม แม้กองทัพบกจะให้ความเชื่อถือและยืนยันจะใช้เครื่องนี้ต่อไปไม่ว่าจะนานเท่าใดก็ตาม ยังมีประเด็นสำคัญที่เป็นผลพวงตามมา และทุกฝ่ายจะละเลยเฉยเสียมิได้คือ การใช้เครื่องมือชนิดนี้ในกระบวนการค้นหาผู้ต้องสงสัย ซึ่งละเมิดสิทธิมนุษยชน และความฉ้อฉลในการจัดซื้อที่ทำให้รัฐได้รับความเสียหายเป็นเงินมหาศาล
อย่างไรก็ตาม แม้เข้าใจได้ว่าการแสดงบทบาทของผู้บัญชาการทหารบกพร้อมกำลังพลเป็นผลมาจากสภาพการณ์ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังจำเป็นต้องพึ่งพิงเครื่องมือชนิดนี้ และคนเป็นหัวหน้าต้องให้ความอบอุ่นใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาว่า นอกจากให้ความปลอดภัยแล้ว เครื่องมือยังมีค่าสมราคา ไม่รู้สึกเป็นตัวตลกเมื่อต้องจับต้องถือขณะตรวจสอบ เป็นการป้องปรามไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามฮึกเหิมได้ใจ
แต่กรณีเช่นนี้ก็เหมือนเหรียญสองด้าน เพราะในทางกลับกัน การตรวจสอบการทุจริตในการจัดซื้ออาจถูกละเลย ขณะที่การใช้เครื่องมือยังคงละเมิดสิทธิมนุษยชนเหมือนเช่นที่เคยเกิด อันยังไม่นับรวมภยันตรายในชีวิตและทรัพย์สินประชาชนจากความผิดพลาดของเครื่องแม้เพียงครั้งเดียว ดังนั้นทุกฝ่ายต้องร่วมกันพิจารณาให้รอบคอบ อาจกล่าวว่าการตรวจสอบทุจริตและละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นก็ได้



