
วิตกถึง26กุมภาพันธ์
คนไทยในห้วงเวลานี้กำลังตกอยู่ในอาการของวิตกจริต ด้วยความไม่แน่ใจว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก่อนวันพิพากษาในคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ และเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นจะมีความรุนแรงในระดับไหน
ซึ่งแม้กลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาบอกว่าจะไม่มีการชุมนุมหรือการเคลื่อนไหวในวันดังกล่าว แต่ความน่าเชื่อถือในคำพูดของกลุ่มคนดังกล่าวก็อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน และสามารถปรับเปลี่ยนลื่นไหลไปได้ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับว่าผู้มีส่วนทำให้ปรอทความวิตกจริตของคนไทยสูงขึ้นอย่างพรวดพราด ก็คือคนของรัฐบาลเองที่พากันออกมาให้ข่าวอันน่ากลัว ทั้งเรื่องการไหลเข้าประเทศของเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งอาจมีนัยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์การเมือง กองกำลังติดอาวุธนอกประเทศ การจัดตั้งหน่วยรบใต้ดิน จนถึงการเตรียมการรักษาความปลอดภัยผู้นำอย่างเต็มกำลังศึก
จริงอยู่ว่าการตั้งอยู่ในไม่ความประมาทนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่การแสดงออกถึงความไม่ประมาทมากเกินไปนั้น ก็ย่อมสร้างความตระหนกตกใจได้เช่นกัน ทั้งที่บางเรื่องไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ บางเรื่องอาจดำเนินการในทางลับ และบางเรื่องเมื่อสืบทราบจนชัดเจนหรือมีพยานหลักฐานที่แน่นอนแล้วจึงค่อยจับกุม ไม่จำเป็นต้องตีปลาหน้าไซ หรือตีปี๊บให้ดังโฉ่งฉ่างโดยใช่เหตุ
ความวิตกจริตต่อสถานการณ์ทางการเมืองในเมืองไทยในเวลานี้ มิได้จำกัดอยู่เฉพาะในหมู่คนไทย หากแต่แผ่ขยายไปยังรัฐบาลต่างประเทศหลายประเทศจนถึงกับประกาศเตือนคนของตนให้หลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในระยะนี้ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของไทยเรา ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การจัดการประชุมระดับชาติ การลงทุน และธุรกิจการค้า ฯลฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากสภาวการณ์ปัจจุบันและบทเรียนที่ผ่านมาในอดีต ผมค่อนข้างที่จะเชื่อว่าผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หาญกล้าที่จะลงมือทำเรื่องที่รุนแรงในขณะนี้ เพราะการยึดทรัพย์ดำเนินไปตามครรลองของกระบวนการยุติธรรม ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่ได้แสดงเหตุผลอันสมควรในการคัดค้านการพิจารณาคดีนี้มาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งคดีใกล้จะสิ้นสุดและ พ.ต.ท.ทักษิณคาดว่าตนจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จึงได้มีปฏิกิริยา และกับเรื่องการยึดทรัพย์ผู้ต้องหาในคดีทุจริตคิดมิชอบ ก็ไม่น่าจะมีพลังขับเคลื่อนพียงพอให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางการเมืองหรือการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะใครก็ตามที่ทำเรื่องเช่นนั้นเพื่อปกป้องทรัพย์สมบัติของคุณทักษิณ ก็คงจะลำบากหน่อยในการหาคำตอบให้แก่สังคม หรือได้รับการยอมรับจากประชาชน รวมทั้งสามารถที่จะคาดเดาความยุ่งยากต่างๆ ที่จะติดตามมาเป็นพรวนได้โดยไม่ยาก
ผมเชื่อหลายสิบเปอร์เซ็นต์ว่า สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้จนถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ จะเป็นเรื่องของสงครามจิตวิทยา สงครามน้ำลาย หรือสงครามประสาท มากกว่าการเปิดศึกด้วยกำลังชนิดช้างชนช้าง แต่ที่สำคัญก็คือรัฐบาลจะต้องมีความเข้มแข็ง หนักแน่น และไม่ทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมหรือฆ้องปากแตกที่เที่ยวโพนทะนาเรื่องต่างๆ ให้ประชาชนตื่นเต้นตกใจจนเกินเหตุ เพราะสิ่งเหล่านั้นจะเป็นอาวุธร้ายที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล และความเชื่อถือของต่างประเทศต่อเสถียรภาพของประเทศไทย อย่างได้ผลชะงัด
ครับ โบราณท่านว่ามากหมอก็มากความ แต่สำหรับรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ดูเหมือนยิ่งมากโฆษกก็ยิ่งมากความอกสั่นขวัญแขวนครับ



