ข่าว

 ไวสู้โจร..หมายจับผ่าน"เน็ต"

ไวสู้โจร..หมายจับผ่าน"เน็ต"

19 ก.พ. 2553

กำลังจะเป็นมิติใหม่ในวงการยุติธรรม เมื่อตำรวจนครบาลจับมือกับศาลอาญา รัชดาภิเษก เตรียมจัดทำโครงการ "ร้องขอและการออกหมายจับ-หมายค้นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์" ทำให้งานสืบสวนปราบปรามสะดวกรวดเร็ว เป็นผลดีต่อการจับกุมตรวจค้นผู้ต้องสงสัยได้อย่างทันเกม ?!!

 ทั้งนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 59 บัญญัติไว้ว่า ศาลจะออกคำสั่ง หรือหมายจับ หมายค้น หรือหมายขัง ตามที่ศาลเห็นสมควร หรือโดยมีผู้ร้องขอก็ได้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ต้องเป็นตั้งแต่ระดับ 3 หรือมียศตั้งแต่ชั้น ร.ต.ต.หรือเทียบเท่าขึ้นไป ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนซึ่งมีเหตุอันควร โดยผู้ร้องขอไม่อาจไปพบศาลได้ ผู้ร้องขออาจร้องขอต่อศาลทางโทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสม เพื่อขอให้ศาลออกหมายจับหรือหมายค้นก็ได้

 ในกรณีเช่นว่านี้เมื่อศาลสอบถามจนปรากฏว่ามีเหตุที่จะออกหมายจับหรือหมายค้นได้ตามมาตรา 59/1 และมีคำสั่งให้ออกหมายนั้นแล้วให้จัดสำเนาหมายเช่นว่านี้ไปยังผู้ร้องขอไปทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา

 พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสอบสวน ขยายความว่า ข้อบังคับของประธานศาลฎีกายังไม่บัญญัติชัดเจน แต่ก็กำหนดให้ผู้พิพากษาดำเนินการได้ ทางศาลอาญารัชดาภิเษกเลยยกร่างระเบียบศาลอาญาว่าด้วยการร้องขอ และการออกหมายจับหมายค้น โดยทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2553 มาบังคับใช้ ขณะนี้ระบบซอฟต์แวร์ที่ศาลเป็นผู้จัดทำ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ได้เสร็จสิ้นแล้ว และนำมาทดลองในหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้และปรับปรุงไม่ให้เกิดข้อบกพร่อง แล้วทำให้เกิดความสมบูรณ์

 ในส่วนของ บช.น.จะทดลองใช้ในพื้นที่ บก.น.1 บก.น.2 และ บก.น.6 ในส่วนของ บช.ก.จะมี บก.ป.เข้ามาทดลองใช้โครงการดังกล่าวนี้ด้วย โดยผู้แทนศาลอาญา รัชดาภิเษก ได้มาร่วมชี้แจงระเบียบ ขั้นตอน การปฏิบัติ ในการร้องขอหมายจับหมายค้นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และมีคำสั่งเรียก ผบก.ศส.บช.น., ผบก.น.1, ผบก.น.2 และ ผบก.น.6 รวมถึง รอง ผบก.ที่รับผิดชอบงานกฎหมายและสอบสวน ตลอดจน ผกก.สถานีตำรวจในสังกัดทุกนายมาทำความเข้าใจและลงทะเบียนกับศาลอาญา ณ ห้องอบรมคอมพิวเตอร์ กลุ่มงานวิชาการและแผนงาน ชั้น 10 อาคารศาลอาญา รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 นอกจากจะเรียกนายตำรวจข้างต้นมาทำความเข้าใจในการขอหมายจับหมายค้นทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังมีการบันทึกภาพนายตำรวจคนนั้นๆ แล้วบันทึกข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงสอนเทคนิคการกรอกข้อมูลและทำสัญญา เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ลงโปรแกรมในระบบคอมพิวเตอร์ จากนั้นทุกคนจะได้รับยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดของแต่ละคน สำหรับยืนยันการขอหมายค้นและหมายจับ

 พล.ต.ต.อำนวย อธิบายให้เข้าใจว่า สมมติว่ามีเหตุเร่งด่วนจะขอหมายค้นหรือหมายจับ ตำรวจจะจดบันทึกถ้อยคำของผู้เกี่ยวข้องในคดี ถ่ายรูป คำให้การของพยาน วัตถุพยานที่พบเบื้องต้น แล้วสแกนส่งไปถึงผู้พิพากษาที่เข้าเวร ผู้พิพากษามีสิทธิ์ขอดูข้อมูลทั้งหมด เพื่อพิจารณาออกหมายค้นหรือหมายจับบุคคลได้ โดยขั้นตอนสุดท้ายก่อนออกหมาย ผกก.หรือ ผบก.จะต้องยืนยันรหัสว่าสิ่งที่ดำเนินการมานั้นถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นก็นำหมายจับออกมาใช้ได้ทันที

 "ถึงแม้ระบบนี้จะทดลองใช้กับศาลอาญา รัชดาภิเษก สามารถออกหมายได้ในพื้นที่โดยผู้ร้องขอจะเป็นตำรวจยศ พ.ต.อ.ขึ้นไป แต่ถ้าต้องไปค้นนอกพื้นที่ เช่น จ.เชียงใหม่ เนื่องจากมีเบาะแสว่าผู้ต้องสงสัยหลบขึ้นไปอยู่ที่นั่น ผู้ร้องขอหมายจะเป็นตำรวจชั้นยศ พล.ต.ต.ขึ้นไป และทั้ง 2 กรณีผู้ร้องขอจะต้องเป็นคนที่ลงทะเบียนไว้กับศาลอาญาเท่านั้น"

 สำหรับข้อวิตกกังวลที่ว่าอาจจะเกิดการกลั่นแกล้ง ร้องขอหมายค้นหรือหมายจับ โดยเจ้าของยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดให้รายละเอียดนี้กับตำรวจคนอื่น เพื่อกลั่นแกล้งใครสักคนนั้น รอง ผบช.น.อธิบายว่า ตอนลงทะเบียนกับศาลได้มีการทำบันทึกหรือสัญญาไว้ด้วยว่า หากความปรากฏต่อศาลในภายหลังว่า ได้มีการออกหมายไปโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ศาลอาจมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเช่นว่านั้นได้ ทั้งนี้ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอจัดการแก้ไข เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควรก็ได้

 ในยุค 3จี ไอโฟน และแบล็กเบอร์รี่เบ่งบาน ถ่ายภาพ เล่นเน็ตได้ภายในเครื่องเดียวและปลายนิ้วสัมผัส ย่อโลกใบใหญ่ให้เล็กลงแค่ฝ่ามือ เทคโนโลยีนี้ช่วยสนับสนุนงานของคนยุค 2010 ทวิตภพและสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ไม่จำเป็นต้องนั่งทำงานจำเจอยู่กับโต๊ะในออฟฟิศสี่เหลี่ยมคับแคบอีกต่อไป เมื่อผนวกกับโครงการขอหมายจับผ่านเน็ตระหว่างตำรวจกับศาลอาญา รัชดาฯ แล้ว ทำให้งานข้าราชการตำรวจที่ถูกมองว่าเช้าชามเย็นชาม และตามหลังอาชญากร พลิกผันเปลี่ยนโฉมไปตลอดกาล

 หากว่าทำได้จริง !?!