
'ไม่มีนัยความสำเร็จทางสถิติ'
ผลทดสอบเครื่องจีที 200 ออกมาแล้วไม่ต่างอะไรกับที่สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษผ่าตรวจสอบ
ให้ผลในทางปฏิบัติแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ น้อยกว่าน้อย เมื่อเทียบกับชีวิตและร่างกายของผู้ปฏิบัติ
"อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ถึงกับใช้คำว่า ไม่มีนัยความสำเร็จทางสถิติ
ถ้าแปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คงได้ประมาณว่า "ห่วย"
ป่านนี้เจ้าหน้าที่ภาคสนามในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คงได้รับรู้ข้อมูลกันแล้ว
ส่วนจะมีเครื่องมือเทคโนโลยีอื่นใดมาแทนที่ เพื่อให้ผลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หรือปลอดภัยมากที่สุดอยู่ระหว่างการพิจารณา
ต้องดีจริงและให้เร็ว งานชายแดนใต้จะได้ไม่หยุดชะงัก
ขณะเดียวกันรัฐบาลและกองทัพต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติในพื้นที่ ให้เข้าใจตรงกันว่าถ้าใช้ต่อไปมันจะเป็นอันตรายอย่างไร ?
บางคนเอาสีข้างเข้าถูบอกว่า เมื่อก่อนก็ยังใช้ได้ แต่นั่นมันยังไม่รู้ ยังไม่มีการทดสอบ
เมื่อผลทดสอบจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ออกมาแล้วว่าใช้ไม่ได้ก็ต้องไม่ใช้
เพราะชีวิตและเลือดเนื้อของทหารหาญและตำรวจชายแดนใต้มีค่ามากกว่าจะทดสอบด้วยชีวิตตัวเอง
ส่วนใครจะตั้งหน้าใช้ต่อก็คงไม่ว่ากัน ขออย่างเดียวอย่าบังคับให้เจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติตามคำสั่งเป็นพอ
รู้ว่าผิดแล้วยังทำพระท่านว่าดื้อ และพ้นแห่งความดื้อนั้นท่านว่า "โง่" เป็นความมืดบอดทางปัญญา ท่านก็ว่าอีกว่า 'อันตราย'
ถ้าเป็นชั้นผู้น้อยก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่มีผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดูแลมากมายก็แย่
องค์กรเสียหายแถมชีวิตเจ้าหน้าที่ยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายอีก
ถ้าเป็นงานตรวจสารเสพติดอย่างเดียวคงไม่กระไร ผิดพลาดยังไงก็ไม่ถึงกับตาย
แต่ถ้าเป็นงานตรวจค้นวัตถุระเบิด ผิดองศาเพี้ยนลิปดาไปนิดเดียวหมายถึงชีวิต
ส่วนการจะไล่บี้ไปถึงคนจัดซื้ออนุมัติงบก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ แต่เชื่อว่าคงไปถึงขั้นนั้นได้ยาก
เพราะหลายประเทศก็ตกเป็นเหยื่อเสียรู้ด้วยกันทั้งนั้น
แต่เมื่อพลาดไปแล้ว พลั้งไปบ้าง ไม่มีใครว่าผิดหรือโง่ แต่ถ้ายังขืนดื้อดึงต่อไปอีก นั่นแหละถึงจะเรียกว่าโง่ถึงขั้น 'บ้า'
"อีโก้" ถ้ามีมากๆ ไม่ต้องถึงกับปราชญ์ภาษาก็บอกได้ว่า "หลงตัวเอง" อันตรายนัก
อีกประเด็นต้องพิสูจน์ "อังคณา นีละไพจิตร" ออกมาแฉตั้งแต่ปี 50 มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเครื่องจีที 200 นับพันคน
พิสูจน์แล้วก็ต้องหาทางเยียวยาพวกเขาด้วย
ต้นร้ายปลายดีมีถมไป ขออย่าให้ต้นร้ายแล้วปลายซ้ำร้ายยิ่งกว่าก็แล้วกัน ?!!
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



